
อายุขัยแมวประมาณเท่าไหร่? พร้อม 5 สัญญาณบอกว่าน้องแมวเข้าสู่วัยชรา
เคล็ดลับเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงก่อนทุกคนจะตัดสินใจเลี้ยงสัตว์สักตัว แน่นอนว่าหนึ่งในข้อมูลที่ต้องทราบก่อนเลี้ยงคืออายุขัยของสัตว์แต่ละชนิดเพื่อประกอบการตัดสินใจ สำหรับแมวอายุขัยแมวเฉลี่ยประมาณ 12 ถึง 14 ปี แต่ก็มีบางตัวที่อายุยาวถึง 20 ปี ขึ้นอยู่กับอาหารและสภาพแวดล้อม การตรวจสุขภาพต่างๆ ดังนั้นเราควรจะสังเกตุแมวได้ว่าตอนนี้แมวอายุประมาณเท่าไหร่แล้วเพื่อที่จะให้ความดูแลได้อย่างเหมาะสมวันนี้เราจะมาแนะนำ วิธีสังเกตที่ถูกต้อง ว่าแมวของคุณเข้าสู่วัยชราและต้องการการดูแลเป็นพิเศษแล้วหรือยัง
อายุขัยเฉลี่ยของแมวและช่วงวัยที่สำคัญ
โดยทั่วไปแล้ว อายุขัยเฉลี่ยของแมว จะอยู่ที่ประมาณ 12-15 ปี สำหรับแมวเลี้ยงในบ้านอย่างไรก็ตาม แมวบางตัวอาจมีอายุยืนยาวได้ถึง 20 ปีหรือมากกว่านั้น เพื่อทำความเข้าใจช่วงวัยของแมวได้ดียิ่งขึ้น เราสามารถแบ่งช่วงอายุของแมวออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้:
- ลูกแมว (Kitten): แรกเกิด – 6 เดือน
- แมววัยรุ่น (Junior): 7 เดือน – 2 ปี
- แมวโตเต็มวัย (Adult): 3 – 6 ปี
- แมวสูงวัย (Senior): 7 – 10 ปี
- แมวชรา (Geriatric): 11 – 14 ปี
- แมวชรามาก (Super Senior): 15 ปีขึ้นไป
เมื่อแมวเข้าสู่ช่วง แมวสูงวัย (Senior) ตั้งแต่อายุ 7 ปีเป็นต้นไป ร่างกายของจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและต้องการการดูแลที่แตกต่างออกไปจากเดิม การสังเกตสัญญาณเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุขัยแมว
1. สภาพแวดล้อม
แมวที่เลี้ยงในบ้าน หรือระบบปิดมักจะมีอายุขัยที่ยืนยาวกว่าแมวที่เลี้ยงระบบเปิด หรือนอกบ้านด้วยปัจจัยต่างๆเรื่องโรคภัย อาหาร การเป็นอยู่และความเสี่ยงด้านอุนัติเหตุ ทำให้แมวระบบเปิดมักมีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 5 ปี เท่านั้น
2. การทำหมัน
หลายคนอาจจะลืมจุดนี้ไป คือการทำหมันสามารถช่วยยืดอายุขัยของแมวได้ เนื่องจากว่าช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเกี่ยวกับเพศในตัวเมีย เช่นมดลูก รังไข่ มดลูกลักเสบ สำหรับตัวผู้การทำหมันช่วยลดความรุนแรงของอารมณ์ได้รวมถึงความเสี่ยงของโรคต่อมลูกหมากเมือแมวมีอายุที่มากขึ้นนั้้นเอง
3. อาหารและการดื่มน้ำที่เหมาะสม
อาหารและน้ำที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับช่วงวัย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาวของแมว ลูกแมวต้องการพลังงานและโปรตีนสูงเพื่อการเจริญเติบโต ในขณะที่แมวโตเต็มวัยต้องการอาหารที่รักษาสมดุลพลังงาน และแมวสูงวัยต้องการอาหารที่ย่อยง่าย มีโปรตีนคุณภาพสูง และสารอาหารที่ช่วยบำรุงข้อต่อและไต
4. พันธุกรรมและสายพันธุ์
พันธุกรรม มีบทบาทสำคัญต่ออายุขัยของแมว แมวพันธุ์ผสม (Crossbreeds) มักจะมีอายุยืนยาวกว่าแมวพันธุ์แท้บางสายพันธุ์ เนื่องจากมีความหลากหลายทางพันธุกรรม (Hybrid Vigor) ทำให้มีแนวโน้มที่จะต้านทานโรคได้ดีกว่า
5. การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
การตรวจสุขภาพประจำปี และการฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคติดเชื้อร้ายแรงต่างๆ การตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นประจำ โดยเฉพาะในแมวสูงวัย ช่วยให้สามารถตรวจพบโรคเรื้อรัง เช่น โรคไตวายเรื้อรัง (CKD) หรือภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
5 สัญญาณสำคัญบ่งบอกว่าน้องแมวเข้าสู่วัยชรา
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและสุขภาพของแมวสูงวัยอาจเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เจ้าของสังเกตได้ยาก แต่หากคุณใส่ใจในรายละเอียด จะพบว่ามีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าน้องแมวของคุณกำลังเข้าสู่วัยชราและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
1. สุขภาพช่องปากแย่ลง
เมื่อระยะเวลาผ่านไป สุขภาพช่องปากของแมวจะแย่ลง เช่น น้องแมวจะมีกลิ่นปากแรงขึ้นเพราะเกิดคราบหินปูนสะสม เหงือกแดงคล้ายมีเลือดออก ไปจนถึงฟันเริ่มหลุดออก ดังนั้นเจ้าของจึงควรแปรงฟันให้น้องแมวหรือหาขนมสำหรับขัดฟันที่ไม่แข็งจนเกินไปให้น้องด้วย
2. มีอาการอัลไซเมอร์หรือภาวะสับสน
เช่นเดียวกับมนุษย์ที่สมองจะมีอาการเสื่อมถอยเมื่ออายุมากขึ้น หากน้องแมวเริ่มมีอาการงุนงง เดินไปทั่วคล้ายกำลังหาอะไรบางอย่าง หรือลืมที่ตั้งชามอาหาร ลืมที่นอน ไปจนถึงลืมที่ตั้งกระบะทราย หรืออาการสับสน ลืมเจ้าของหรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นในบ้านจนออกอาการดุร้ายเกินปกติ สำหรับวิธีแก้ปัญหาอาจฝึกให้น้องใช้สมองอย่างสม่ำเสมอเช่นการเล่นบ่อย ๆ หรือพาเดินออกกำลังให้เขาได้สำรวจสิ่งใหม่ ๆ
3. เคลื่อนไหวช้าลง
เมื่อน้องแมวแก่ตัวจะเริ่มเกิดอาการข้ออักเสบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้น้องแมวเดินช้าลงโดยอัตโนมัติ ไปจนถึงอาการเคลื่อนไหวขึ้นลงบันไดลำบาก กระโดดขึ้นลงแล้วเกิดอาการเสียหลัก แสดงอาการขาเจ็บโดยการยกขาขึ้นมา ในส่วนนี้เจ้าของควรพาน้องแมวไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อรับการรักษาหรือประคองอาการเจ็บปวด
4. ปัญหาดวงตาพร่ามัว
อย่างที่ทุกคนทราบว่าดวงตาของแมวเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นเมื่อแก่ตัวลงลักษณะของดวงตาจะเปลี่ยนไป เช่น ตาดำของน้องแมวจะมีการเปลี่ยนแปลงจากสีดำกลายเป็นสีฟ้ามัว หรือมีฝ้าบาง ๆ เกิดขึ้น ไปจนถึงตาดำที่เล็กลง มีรอยแหว่ง ซึ่งค่อนข้างเป็นสัญญาณอันตรายของโรคเนื้องอกที่ต้องพบแพย์ ในส่วนของเจ้าของควรจะจัดบ้านให้ปราศจากมุมแหลมคมที่จะทำให้น้องแมวบาดเจ็บ
5. น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ
โรคที่เกิดภายในร่างกายแน่นอนว่าสังเกตค่อนข้างลำบาก เพราะฉะนั้นน้ำหนักจะเป็นจุดสังเกตได้ง่ายที่สุด อย่างเช่น หากน้องเป็นโรคไต หรือโรคหัวใจ น้ำหนักน้องแมวจะลดลงเร็วมาก หรือบางครั้ง เมื่อน้องแมวอายุมากขึ้นระบบการเผาผลาญจะแย่ลง ผนวกกับการเคลื่อนไหวที่น้อยลง จะทำให้น้ำหนักตัวน้องแมวเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
3 ทริคการดูแลให้แมวอายุยืนยาวถึง 20 ปี
- เจ้าของควรพาน้องแมวไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความเสี่ยงและให้แมวได้รับการดูแลรักษาอย่างทันที จะช่วยลดความรุนแรงและโอกาสเกิดของโรคได้
- การเลือกอาหารที่มีแคลอรีต่ำ ไฟเบอร์สูงเองก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยดูแลสุขภาพน้องแมวได้ อย่าง เพอร์เฟคต้า แมวสูงวัย สูตรแมวสูงวัยอายุ 7 ปีขึ้นไป ที่ใช้เนื้อไก่สด แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ง่ายต่อการย่อย และอุดมด้วยสารอาหารและไฟเบอร์ ช่วยให้อิ่มท้องและย่อยง่ายและยังมีมิกซ์เบอร์รี่ ที่มีส่วนช่วยการมองเห็น และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะอีกด้วย
- ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนจนเกินไป เนื่องจากเมือแมวอายุมากขึ้นข้อกระดูกจะเสื่อมลงทำให้รองรับน้ำหนักที่มากๆ ได้ยากมากขึ้นส่งผลให้แมวขยับตัว หรือทำกิจกรรมได้ลำบากขึ้น
การทำความเข้าใจและใส่ใจใน สัญญาณบ่งบอกวัยชราของแมว รวมถึงการมอบ การดูแลที่เหมาะสม จะช่วยให้แมวสูงวัยของคุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขในช่วงบั้นปลาย การปรึกษาสัตวแพทย์เป็นประจำ และการปรับเปลี่ยนการดูแลตามความต้องการของแมวแต่ละตัว คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เพื่อนซี้สี่ขาของคุณอยู่กับคุณไปได้นานที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอายุขัยแมว
Q1: แมวอายุ 7 ปี เท่ากับคนกี่ปี?
แมวอายุ 7 ปี เทียบเท่ากับคนอายุประมาณ 44-45 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเริ่มต้นของวัยกลางคนถึงวัยชรา
Q2: แมวพันธุ์ไหนอายุยืนที่สุด?
สายพันธุ์ที่มักมีอายุยืน ได้แก่ เบอร์มีส (Burmese), เบอร์แมน (Birman) และวิเชียรมาศ (Siamese) โดยเฉลี่ย 14-15 ปีขึ้นไป
Q3: ควรเริ่มให้อาหารแมวแก่ตอนอายุกี่ปี?
โดยทั่วไปควรเริ่มเปลี่ยนเป็นสูตรแมวสูงวัย (Senior) เมื่อแมวมีอายุ 7 ปีขึ้นไป เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับระบบเผาผลาญที่เปลี่ยนไป
อ้างอิงจาก
- Cornell University.2016.Cornell University College of Veterinary Medicine[Internet].The Special Needs of the Senior Cat. accessible from:https://www.vet.cornell.edu/departments-centers-and-institutes/cornell-feline-health-center/health-information/feline-health-topics/special-needs-senior-cat.
- Cornell University.2016.Cornell University College of Veterinary Medicine[Internet].Loving Care for Older Cats. accessible from:https://www.vet.cornell.edu/departments-centers-and-institutes/cornell-feline-health-center/health-information/feline-health-topics/loving-care-older-cats.
- Liz McCalley, DVM, CCRT.2021.greatpetcare[Internet].10 Signs Your Cat is Getting Older. accessible from:https://www.greatpetcare.com/wellness/10-signs-your-cat-is-getting-older/.
บทความน่าสนใจ

ในหลายครอบครัว เด็กกับแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม หากมีผู้ใหญ่คอยดูแลการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พร้อมจัดพื้นที่ของแมวให้เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาด และสอนเด็กให้สัมผัสสัตว์อย่างอ่อนโยน เพราะเด็กอาจยังไม่เข้าใจว่าแมวกำลังกลัว เครียด หรือไม่ต้องการให้จับ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่วนหรือกัดเพื่อป้องกันตัวได้ การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจ็บป่วยหรือเกิดภูมิแพ้เสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้ปกครองควรรู้ เช่น แผลกัดหรือข่วน การสัมผัสเชื้อบางชนิดจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาการแพ้ในเด็กบางคน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยของ ทั้งเด็กและแมว ไปพร้อมกัน หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการดูแลเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสแมว หรือเกิดบาดแผลจากการกัดหรือข่วน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม สารบัญเนื้อหา เด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อเด็กอยู่ใกล้แมว เชื้อราจากแมวติดต่อเด็กได้ไหม? Cat Scratch Disease จากแมวข่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร? เด […]

ต่อมเหม็นสุนัข หรือที่ผู้เลี้ยงมักเรียกว่า ต่อมก้นหรือต่อมข้างก้น โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างของทวาร ผนังถุงมีต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งกลิ่นแรง โดยปกติสุนัขจำนวนมากสามารถระบายสารนี้ออกได้ขณะขับถ่าย จึงไม่ได้จำเป็นต้องกำหนดให้สุนัขทุกตัวบีบต่อมเป็นกิจวัตร แต่หากสุนัขเริ่มไถก้น เลียหรือกัดบริเวณก้นบ่อย ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ มีอาการบวม แดง หรือพบเลือด หนอง และแผลบริเวณข้างทวาร ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะถุงข้างทวารอุดตัน อักเสบ หรือติดเชื้อ รวมถึงความผิดปกติอื่นบริเวณรอบทวารได้ หมายเหตุ: กลิ่นจากก้นหรือพฤติกรรมไถก้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าถุงข้างทวารอุดตันได้ หากสุนัขมีอาการเจ็บ บวม มีแผล เลือด หนอง ขับถ่ายลำบาก หรือมีอาการเกิดซ้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแบบไหนอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ และแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม? 7 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นสุนัขมีปัญหา สาเหตุที่ทำให้ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? สุนัขต้ […]

ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค? 6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม? บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม? แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร? ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ? วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิด […]





