
สุนัขขนร่วง กินอะไรดี รู้ครบทุกเรื่องสารอาหารบำรุงขน
สุขภาพของสัตว์เลี้ยงสุนัขมีอาการขนร่วงผิดปกติ ผิวแห้ง หรือคันเรื้อรัง ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะอาจเป็นได้ทั้ง ผลัดขนตามปกติ ไปจนถึงสัญญาณว่า สุนัขกำลัง ขาดสารอาหารจำเป็น การปรับเปลี่ยน “อาหาร” คือวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและได้ผลยั่งยืนที่สุด การได้รับโภชนาการที่ถูกต้องจะช่วยซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวหนัง (Skin Barrier) และเสริมความแข็งแรงให้รากขนกลับมาดกหนาได้อีกครั้ง
ขนร่วงแบบไหน “ปกติ” และแบบไหน “ผิดปกติ”?
ขนร่วงแบบปกติ (ผลัดขน)
- ขนร่วงกระจายทั่วตัว ไม่มีจุดโล้นชัดเจน
- ผิวไม่แดง ไม่มีกลิ่น ไม่เป็นสะเก็ดหนา
- น้องหมากินได้ เล่นได้ อารมณ์ปกติ
ขนร่วงแบบผิดปกติ (ควรหาสาเหตุ)
หากเจอข้อใดข้อหนึ่ง แนะนำอย่ารอ:
- ร่วงเป็นหย่อม/เป็นวง/มีจุดโล้นชัด
- คันหนัก เกาไม่หยุด เลียกัดจนผิวถลอก
- ผิวแดง บวม มีหนอง มีกลิ่นเหม็น หรือสะเก็ดหนา
- มีอาการร่วม เช่น ท้องเสีย อาเจียน ซึม น้ำหนักลด
หมายเหตุ: อาหารช่วยได้มาก เมื่อสาเหตุเกี่ยวกับโภชนาการหรือภูมิแพ้บางชนิด แต่ถ้าสาเหตุเป็นปรสิต/ติดเชื้อ/ฮอร์โมน ต้องให้สัตวแพทย์วินิจฉัยร่วมด้วย
ทำไมอาหารบางชนิดถึงทำให้สุนัขขนร่วง?
แม้อาหารที่เราให้จะดูปกติ แต่ 3 ปัจจัยนี้คือตัวการที่อาจทำร้ายผิวหนังสุนัขจนทำให้ขนร่วงได้
- คุณภาพต่ำ (Low Quality): อาหารที่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มปริมาณอย่าง ข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลือง (Corn, Wheat, Soy) หรือใช้ผลพลอยได้จากสัตว์ (By product) เช่น เล็บ ขน จงอย เศษเนื้อ หรือ เศษกระดูก ทำให้สุนัขได้รับโปรตีนคุณภาพต่ำที่ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้จริง
- การแพ้อาหาร (Food Allergy): โปรตีนบางชนิด เช่น ไก่ หรือ นม อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ คันระคายเคือง และขนร่วงเป็นหย่อม
- ขาดสมดุลไขมัน (Fatty Acid Imbalance): แม้ได้รับโปรตีนเพียงพอ แต่หากขาดกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้น แห้งลอก และขนขาดความมันวาว
5 สารอาหาร “หยุดขนร่วง” ที่ต้องมีในชาม ช่วยบำรุงผิวและเส้นขนให้แข็งแรง
1. โปรตีนคุณภาพสูง (High-Quality Protein)
เนื่องจากโครงสร้างของเส้นขนสุนัขประกอบด้วยโปรตีน เคราติน (Keratin) ถึง 95% ร่างกายจำเป็นต้องดึงโปรตีนจากอาหารไปใช้สร้างผิวและขนมากถึง 20-30% ต่อวัน หากได้รับโปรตีนไม่เพียงพอหรือคุณภาพต่ำ ขนจะเปราะบาง แห้งเสีย และหลุดร่วงได้ง่าย ทางที่ดีที่สุดคือการเลือกอาหารที่ใช้ “เนื้อสัตว์สดแท้” (Real Meat) เป็นส่วนผสมอันดับ 1 เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายจะได้รับกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนสำหรับการฟื้นฟูสภาพขน
2. กรดไขมันโอเมก้า 3 & 6 (Omega 3 & 6)
กรดไขมันจำเป็นคือกุญแจสำคัญในการสร้าง “เกราะป้องกันผิวหนัง” (Skin Barrier) ที่แข็งแรง โดยโอเมก้า 6 จะทำหน้าที่ล็อกความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวหนังไม่ให้แห้งกร้าน ในขณะที่โอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการคัน และลดรอยแดง การได้รับกรดไขมันทั้งสองชนิดในสัดส่วนที่สมดุลจะช่วยเปลี่ยนขนที่หยาบกระด้างให้นุ่มสวยและเงางามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
3. สังกะสี (Zinc)
แร่ธาตุชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งกระบวนการ “ซ่อมแซมและสร้างผิวใหม่” โดยช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและสมานแผลให้หายเร็วขึ้น สุนัขที่ขาดสังกะสีมักมีปัญหาผิวหนังหนาตัวเป็นรังแค และขนร่วงเป็นหย่อม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรเลือกอาหารที่ระบุว่าใช้ Organic Chelated Zinc ซึ่งเป็นรูปแบบโมเลกุลที่ร่างกายสุนัขสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าสังกะสีทั่วไป
4. วิตามินเอ (Vitamin A)
วิตามินเอรับบทเป็นผู้ “ควบคุมสมดุลผิว” โดยช่วยลดการผลิตไขมันส่วนเกิน (Sebum) ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นตัวและการอุดตันรูขุมขน พร้อมทั้งช่วยเร่งวงจรการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก เพื่อให้เซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ผิวหนังเรียบเนียนและรากขนยึดเกาะได้ดียิ่งขึ้น
5. วิตามินอี (Vitamin E)
เปรียบเสมือน “บอดี้การ์ดส่วนตัว” ของเซลล์ผิว ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดดและมลภาวะ ไม่ให้เข้ามาทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวหนังและบรรเทาอาการภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopy) ให้ทุเลาลง โดยจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อผสานพลังร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ เช่น ซีลีเนียม หรือลูทีน
สุนัขขนร่วง กินอะไรดี?
5 โปรตีนสัตว์ สร้างโครงสร้างขน
- เนื้อไก่สด – โปรตีนเบอร์หนึ่งสำหรับสุนัขขนร่วง เนื้อไก่สดเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่ายที่สุด มีกรดอะมิโน methionine และ cysteine ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเคราติน นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามิน B3 (niacin) ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงรากขน ทำให้ขนที่งอกออกมาแข็งแรงและมีสุขภาพดี วิธีให้ที่ถูกต้องคือต้มหรืออบโดยไม่ใส่เครื่องปรุงรส ควรให้ประมาณ 20-25% ของมื้ออาหาร หรือ 2-3 ช้อนโต๊ะต่อ 10 กิโลกรัมน้ำหนักตัว อย่างไรก็ตาม ขึ้นกับสุขภาพของสุนัขรายตัว และการประเมินความต้องการทางโภชนาการโดยสัตวแพทย์ร่วมกัน
- ปลาแซลมอน – ซูเปอร์ฟู้ดสำหรับขนเงางาม ปลาแซลมอนเป็นอาหารที่ครบเครื่องที่สุดสำหรับสุนัขขนร่วง เพราะมีทั้งโปรตีนคุณภาพสูงและกรดไขมันโอเมก้า 3 (EPA และ DHA) ในปริมาณมาก โอเมก้า 3 จากปลาช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ทำให้ขนมีความมันวาวและชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังมีวิตามิน B6 และ B12 ที่บำรุงระบบประสาทและช่วยให้ผิวหนังได้รับออกซิเจนเพียงพอ ควรให้ปลาแซลมอนที่ปิ้งหรือต้มสุก ไม่ควรให้ดิบเพราะอาจมีปรสิตหรือแบคทีเรีย
- ไข่ไก่ต้มสุก – แหล่งโปรตีนย่อยง่ายพร้อมไบโอติน ไข่ไก่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด มีกรดอะมิโนครบถ้วนทั้ง 20 ชนิด ที่สำคัญคือมีไบโอตินสูงซึ่งเป็นวิตามินที่มีชื่อเสียงในเรื่องบำรุงขนและผิวหนัง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงอาการข้ออักเสบในสุนัขสูงวัยอีกด้วย ข้อสำคัญ: ต้องต้มสุกเท่านั้น ห้ามให้ไข่ดิบเพราะไข่ขาวดิบมีสาร avidin ที่ขัดขวางการดูดซึมไบโอติน กลับทำให้ขาดไบโอตินได้ ควรให้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
- ปลาซาร์ดีน – โอเมก้า 3 เข้มข้น ราคาประหยัด ปลาซาร์ดีนเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเจ้าของที่ต้องการให้โอเมก้า 3 แก่สุนัขแต่งบประหยัด ปลาขนาดเล็กเหล่านี้มีโอเมก้า 3 สูง ปรอทต่ำกว่าปลาขนาดใหญ่ และยังมีวิตามิน B6, B12 ที่บำรุงระบบประสาทและสมอง สามารถให้ปลาซาร์ดีนกระป๋องแบบน้ำเกลือได้ แต่ควรล้างน้ำออกก่อนเพื่อลดความเค็ม
- เนื้อแกะ – ทางเลือกสำหรับสุนัขแพ้ไก่ สุนัขบางตัวอาจแพ้โปรตีนจากไก่ ทำให้ต้องหาแหล่งโปรตีนทางเลือก เนื้อแกะจึงเป็นตัวเลือกที่ดี มีโปรตีนคุณภาพสูง วิตามินบีรวม สังกะสี และธาตุเหล็ก เหมาะสำหรับสุนัขที่มีปัญหาแพ้อาหารหรือผิวหนังอ่อนแอ ควรเลือกส่วนที่ไขมันไม่มากเกินไป เช่น เนื้อสะโพกหรือเนื้อสัน
5 ผักผลไม้และธัญพืชบำรุงขนสุนัข
- แครอท (Carrots) ผักสีส้มสดใสชนิดนี้คือคลังแสงของ “เบต้าแคโรทีน” ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายสุนัขจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ เพื่อนำไปใช้ควบคุมการผลิตเซลล์ผิวหนังและลดความมันส่วนเกิน (Sebum) การได้รับแครอทในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดปัญหาผิวแห้งกร้าน ป้องกันการเกิดรังแค และช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกตามวงจรธรรมชาติ เผยผิวใหม่ที่สุขภาพดีกว่าเดิม
- ฟักทอง (Pumpkin) ฟักทองไม่ได้มีดีแค่ไฟเบอร์ที่ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยสังกะสีและวิตามินเอที่ทำงานร่วมกันในการลดการอักเสบของผิวหนัง สารอาหารในฟักทองช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนังแข็งแรง ต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรียได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญที่พบในอาหารสุนัขเกรดอย่าง ด็อก เอ็นจอย เดนท์แคร์ Dog n joy Dent Care เพื่อเสริมระบบย่อยและสุขภาพองค์รวม
- บลูเบอร์รี่ (Blueberries) ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดนี้เปรียบเสมือน “เกราะป้องกันผิว” เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) สูงที่สุดในหมู่ผลไม้ ช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ผิวจากการถูกทำลายโดยแสงแดดและมลภาวะ ชะลอความเสื่อมของรากขน และช่วยให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง ส่งผลให้เลือดนำสารอาหารไปเลี้ยงรากขนได้อย่างทั่วถึง ขนจึงหลุดร่วงยากขึ้น
- ข้าวกล้อง (Brown Rice) ข้าวกล้องคือแหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนชั้นเลิศที่เหนือกว่าข้าวขาวหรือแป้งข้าวโพด เพราะยังคงมีจมูกข้าวและรำข้าวที่อุดมด้วย “วิตามินบีรวม” ซึ่งจำเป็นต่อระบบเผาผลาญพลังงาน ร่างกายจึงนำโปรตีนไปใช้สร้างขนใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้าวกล้องจึงเป็นวัตถุดิบหลักที่แบรนด์อย่าง Perfecta เลือกใช้เพื่อลดความเสี่ยงการแพ้และเสริมสุขภาพผิวหนัง
- มันหวาน (Sweet Potato) มันหวานเป็นแหล่งพลังงานที่ย่อยง่ายและเต็มไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นสารสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์ “คอลลาเจน” ช่วยให้โครงสร้างผิวหนังยืดหยุ่น ไม่เปราะบาง นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวหนังให้ทนต่อสภาพแวดล้อม ลดความเสี่ยงของอาการแพ้และผดผื่นคันได้เป็นอย่างดี
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- อาหารที่มี corn, wheat, soy เป็นส่วนผสมหลัก (ส่วนผสมเพิ่มปริมาณที่ไม่มีคุณค่า)
- อาหารที่มีส่วนผสมเป็นผลพลอยได้จากสัตว์ (By product) เช่น เล็บ ขน จงอย เศษเนื้อ หรือ เศษกระดูก (โปรตีนคุณภาพต่ำ)
- อาหารเหลือจากโต๊ะที่มีเครื่องปรุงรส (เกลือ, น้ำตาล, เครื่องเทศ)
- อาหารที่หมดอายุหรือเก็บไม่ถูกวิธี (สารอาหารเสื่อม อาจมีเชื้อรา)

Perfecta Skin & Coat Care – ทางเลือกสำหรับเจ้าของที่ไม่มีเวลาปรุงอาหาร
สำหรับเจ้าของที่มีเวลาจำกัดหรือต้องการความสะดวก เราขอแนะนำอาหารเม็ดสูตรพิเศษอย่าง Perfecta Skin & Coat Care อาหารสูตรปกป้องดูแลอย่างตรงจุดแบรนด์แรกของประเทศไทย ผ่านการวิจัย พัฒนามานานหลายปี เพื่อคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดระดับ Human-grade และผลิตด้วยเครื่องจักรสุดทันสมัยภายใต้การควบคุมของนักโภชนาการอาหารสัตว์เครือเบทาโกร โดยมีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล ลดโอกาสเป็นโรคผิวหนังแมวและสุนัข เพื่อให้สัตว์เลี้ยงทานอาหารสูตรนี้ได้อย่างปลอดภัย และคงความอร่อยไม่แพ้ใครในราคาที่คุ้มค่าเอื้อมถึงง่าย เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการรักษาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
✔ รักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง
✔ ลดอาการผิวแห้ง อักเสบ คัน
✔ ลดอาการเส้นขนหลุดร่วง เสริมสร้างและผลัดเซลล์ผิว
✔ เพิ่มความแข็งแรงให้ผิวหนังและเส้นขน ตั้งแต่รากจรดปลายเส้นขน
ปัญหาผิวหนังแห้ง สุนัขและแมวขนร่วง เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด แต่ก็ป้องกันและรักษาได้ไม่ยากสักนิด หากปรับเปลี่ยนการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง เลือกอาหารที่สามารถปกป้องดูแลสุขภาพของน้อง ๆ อย่างตรงจุด ขนสวยผิวหนังสุขภาพดี อยู่กับเราอย่างแฮปปี้ คอยสร้างรอยยิ้มให้คนในครอบครัวไปนาน ๆ
แม้การปรับโภชนาการจะเป็นหัวใจสำคัญ แต่หากน้องหมามีอาการเหล่านี้ “ห้ามรอ” ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากโรคร้ายแรง (เช่น ฮอร์โมนผิดปกติ, ติดเชื้อรุนแรง, หรือปรสิต)
- ขนร่วงผิดปกติ: ร่วงเป็นหย่อม (Patchy) หรือมีบริเวณโล้นชัดเจน
- ผิวหนังอักเสบ: มีรอยแดง บวม มีหนอง กลิ่นเหม็น หรือผิวหนังหนาตัว
- คันคะเยอ: เกาไม่หยุด เลียกัดจนเลือดออก หรือผิวถลอก
- อาการร่วมอื่น ๆ: ท้องเสีย อาเจียน ซึม หรือน้ำหนักลดฮวบ
- ไม่ดีขึ้นใน 6 สัปดาห์: เปลี่ยนอาหารเกรดพรีเมียมแล้วแต่อาการยังทรงตัวหรือแย่ลง
การแก้ปัญหาขนร่วงที่ยั่งยืนที่สุดไม่ใช่การใช้ภายนอก แต่คือการฟื้นฟูจากภายในด้วย “โภชนาการที่ถูกต้อง” เพราะเส้นขนต้องการโปรตีนคุณภาพสูง โอเมก้า 3 & 6 และสังกะสี ไปซ่อมแซมโครงสร้างที่สึกหรอ การเลือกอาหารเกรดพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวหนังโดยเฉพาะ อย่าง Perfecta Skin & Coat Care จึงเป็นทางลัดที่คุ้มค่าและสะดวกที่สุดสำหรับเจ้าของ เพียงอดทนรอการผลัดเซลล์ผิวใหม่ประมาณ 4-8 สัปดาห์ คุณจะได้เห็นน้องหมากลับมามีขนหนานุ่ม เงางาม และสุขภาพดีอย่างแท้จริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสุนัขขนร่วง
Q1: อาหารเม็ดราคาถูกกับเกรดพรีเมียม ส่งผลต่อ “การร่วงของขน” ต่างกันจริงไหม?
จริง อาหารราคาประหยัดมักใช้ “ผลพลอยได้จากสัตว์” (By-products) และแป้งอย่างข้าวโพดหรือข้าวสาลีเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งให้โปรตีนคุณภาพต่ำและดูดซึมยาก ทำให้ร่างกายขาดวัตถุดิบไปสร้างขน ในขณะที่อาหารเกรดพรีเมียมอย่าง Perfecta ใช้เนื้อสัตว์สดเกรดคนทาน (Human Grade) เป็นส่วนผสมอันดับ 1 ซึ่งให้กรดอะมิโนครบถ้วน ร่างกายนำไปใช้ซ่อมแซมรากขนได้ทันที ขนจึงร่วงน้อยลงและเงางามกว่าอย่างเห็นได้ชัด
Q2: ถ้าเปลี่ยนอาหารแล้ว ต้องรอนานแค่ไหนกว่าขนจะหยุดร่วง?
ไม่ใช่ในข้ามคืน ตามวงจรธรรมชาติของผิวหนังและเส้นขน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพผิว (ลดอาการแห้ง/คัน) ภายใน 2-4 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์เรื่อง “การลดขนร่วง” ได้ชัดเจนในช่วง 4-8 สัปดาห์ ดังนั้น ขอให้ใจเย็นและให้น้องกินอาหารสูตรเดิมอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือน
Q3: สุนัขแพ้ง่าย กินไก่แล้วคัน ควรเลือกอาหารแบบไหน?
ควรเลี่ยงโปรตีนไก่และหันไปหา “โปรตีนทางเลือก” เช่น ปลาแซลมอน หรืออาหารสูตร Grain Free ที่ตัดส่วนผสมเสี่ยงแพ้อย่าง ข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลืองออกไป สำหรับเคสที่แพ้รุนแรง แนะนำสูตร Hydrolyzed Protein (โปรตีนโมเลกุลเล็ก) อย่าง Perfecta Skin & Coat Care หรือสูตร Perfecta สูตร Neutered ที่ใช้โปรตีนย่อยง่ายพิเศษ เพื่อลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
Q4: จำเป็นต้องซื้อ “น้ำมันปลา” หรือ “ผงวิตามิน” มาโรยข้าวเพิ่มไหม?
หากคุณให้อาหารเม็ดเกรดพรีเมียมที่เป็นสูตรเฉพาะ (Specific Formula) อยู่แล้ว “ไม่จำเป็น” เพราะอาหารอย่าง Dog n joy มีการเสริม Triple Protection (ซิงค์, โอเมก้า 3&6) มาให้ครบถ้วนแล้ว หรือ Perfecta Skin & Coat Care ก็อัดแน่นด้วยวิตามินบีรวมและแร่ธาตุคีเลตที่เพียงพอต่อวัน การเติมเองโดยกะปริมาณไม่ถูก อาจทำให้อ้วนหรือท้องเสียได้
Q5: สุนัขเลี้ยงในบ้าน (Indoor) ไม่โดนแดด ทำไมยังขนร่วงเยอะตลอดปี?
สุนัขเลี้ยงในบ้านมักเจอปัญหา “วงจรผลัดขนรวน” จากแสงไฟและอุณหภูมิที่คงที่ (ไม่หนาวไม่ร้อน) ทำให้ร่างกายสลัดขนทิ้งเรื่อยๆ ไม่เป็นฤดูกาล การแก้ปัญหาคือต้องเลือกอาหารสูตร Indoor หรือสูตรที่เน้นดูแลผิวหนังโดยตรง เพื่อเติมความชุ่มชื้นและสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงชดเชยสภาพแวดล้อม
อ้างอิงจาก
- Tammy Hunter.vcahospitals[internet].The Importance of Your Pet’s Skin and Coat and the Role of Diet. accessible from:https://vcahospitals.com/know-your-pet/the-importance-of-your-pets-skin-and-coat-and-the-role-of-diet
- 2022.todaysveterinarypractice[internet].Diagnosing Common Skin Conditions of Dogs and Cats in Community Medicine Practice. accessible from:https://todaysveterinarypractice.com/dermatology/diagnosing-common-skin-conditions-of-dogs-and-cats-in-community-medicine-practice/
- Dr. Al Townshend.shoppetplanet[internet].Skin and Coat Problems Can be the First Sign of Bigger Problems. accessible from:https://www.shoppetplanet.com/education/skin-coat-first-sign-of-bigger-problems/
บทความน่าสนใจ

เมื่อเข้าสู่หน้าร้อนของประเทศไทย เจ้าของสุนัขหลายท่านมักกังวลเมื่อพบว่า “สุนัขตัวร้อน” หรือมีอาการหอบเหนื่อยผิดปกติ การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ภาวะตัวร้อนจากอากาศ (Hyperthermia) และ การเป็นไข้ (Fever) รวมถึงการรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง จะช่วยรักษาชีวิตสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณได้ เราได้รวมวิธีทำให้สุนัขหายตัวร้อนพร้อมวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอาการตัวร้อนขึ้นอีกได้ในอนาคต สุนัขตัวร้อนแค่ไหนถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”? โดยธรรมชาติแล้ว สุนัขจะมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่ามนุษย์เล็กน้อย อุณหภูมิปกติของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 38.3 – 39.2 องศาเซลเซียส (101 – 102.5 องศาฟาเรนไฮต์) อาการตัวร้อนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเราควรแยกสาเหตุให้ออกเพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี วิธีสังเกตว่าหมาตัวร้อนเพราะอากาศหรือเพราะไม่สบาย ภาวะตัวร้อน (Hyperthermia/Heat Stroke): เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น อากาศร้อนจัด การออกกำลังกายกลางแจ้ง หรืออยู่ในที่อับลม สุนัขจะหอบหนัก เหงือกแดงจัด และน้ำลายไหลยืด การเป็นไข้ (Fever): เกิดจากปัจจัยภายใน เช่น การติดเชื้อ การอักเสบ หรือได้รับสารพิษ สุนัขมั […]

สำหรับคนที่เลี้ยงสุนัขคงเคยเจออาการสุนัขเบื่ออาหาร ซึ่งเป็นอะไรที่ทรมานใจคนเลี้ยงมาก ๆ แถมไม่รู้จะแก้ปัญหาด้วยวิธีใด สุดท้ายเลยต้องตามใจสุนัขให้ทานอาหารมนุษย์หรืออาหารสุนัขตามที่สุนัขต้องการ ซึ่งไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใด ซ้ำยังอาจสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับสุนัขด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า อาการเบื่ออาหารควรจะต้องสังเกตอาการเพิ่มเติมก่อนจะแก้ไขปัญหา เนื่องจากมันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพหลาย ๆ อย่างได้นอกเหนือจากแค่เบื่ออาหารสุนัขทั่วไป บทความนี้เราได้รวมสาเหตุหลักที่ทำให้หมาเบื่ออาหารและรวมวิธีการแก้ไขพร้อมป้องกันให้น้องหมากลับมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 6 สาเหตุหลักของอาการหมาเบื่ออาหาร 1. ปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน บางครั้งปัญหาเหงือกและฟันของสุนัข ไม่ว่าจะปัญหาเหงือกอักเสบ, ฟันผุ หรือแผลในปากน้องหมา ก็เป็นสาเหตุให้สุนัขเกิดอาการก้าวร้าว หงุดหงิด และเลือกที่จะไม่กินอาหารได้ วิธีการสังเกต : หมามีอาการอยากกินอาหารแต่ทำไม่ได้ หรือ การเคี้ยวอาหารข้างเดียว รวมถึงอาหารร่วงจากปากเป็นประจำเวลากินข้าว 2. ความเครียด ความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญของการไม่กินอาหาร สามารถเกิดได้จากการเดินทางหรื […]

หลายคนมีความฝันว่าอยากเลี้ยงน้องหมาและน้องแมวไปพร้อมกัน แต่ก็แอบกังวลว่าจะสามารถเลี้ยงด้วยกันได้ไหม เพราะว่าโดยธรรมชาติแล้วสัตว์ทั้งสองชนิดนี้จะมีสัญชาตญาณและพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เพียงต้องอาศัย ความเข้าใจ การเตรียมพร้อม และการจัดการที่ถูกต้อง ก็สามารถสร้างมิตรภาพอันอบอุ่นระหว่างหมาและแมวในบ้านของเราได้ บทความนี้ได้รวมข้อมูลสำคัญในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างหมาและแมว รวมถึงเคล็ดลับและกลยุทธ์ในการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร ทำความเข้าใจธรรมชาติของสุนัขและแมว ก่อนที่จะเริ่มต้นกระบวนการแนะนำสัตว์เลี้ยงทั้งสองให้รู้จักกัน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความแตกต่างของพฤติกรรมและนิสัยทั้งหมาและแมว เพราะความแตกต่างเหล่านี้มักนำไปสู่ความเข้าใจผิดระหว่างสัตว์ทั้งสองทำให้มีปัญหาต่างๆ ระหว่างการเลี้ยงขึ้นได้ ความแตกต่างทางสัญชาตญาณและพฤติกรรม การตีความภาษากายที่แตกต่างกันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สุนัขและแมวเข้าใจผิดกัน ตัวอย่างเช่น พฤติกรรม การตีความของสุนัข การตีความของแมว การกระดิกหาง ความสุข, ความตื่นเต้น, การเชื้อเชิญให้เล่น ความรำคาญ, ความไม่พอใจ, การเตือน […]



