มิถุนายน 12, 2026

ชิวาวา (Chihuahua) รู้จักนิสัย วิธีดูแล และโรคประจำสายพันธุ์ที่ห้ามละเลย

สายพันธุ์และการเลี้ยง

ชิวาวา (Chihuahua) รู้จักนิสัย วิธีดูแล และโรคประจำสายพันธุ์ที่ห้ามละเลย


ชิวาวา คือสุนัขตัวเล็ก ดวงตากลมโต หูตั้งใหญ่ และบุคลิกที่ “ใจใหญ่กว่าตัว” ทำให้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ยอดนิยมในไทย แต่ก็มีความซับซ้อนทั้งด้านสุขภาพและนิสัยที่เจ้าของต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจรับมาเลี้ยง

ชิวาวา ข้อมูลสายพันธุ์

ลักษณะ ข้อมูล หมายเหตุ
ถิ่นกำเนิด รัฐชิวาวา ประเทศเม็กซิโก สืบเชื้อสายสุนัขพันธุ์ Techichi (เตชีชี)
น้ำหนักมาตรฐาน ไม่เกิน 2.72 กก. (6 ปอนด์) มาตรฐาน AKC / น้ำหนักมากกว่านี้ยังเป็นชิวาวาพันธุ์แท้ได้
ความสูง 15–23 ซม. วัดที่ไหล่
อายุขัย โดยเฉลี่ย 14–18 ปี หรืออาจมากกว่านั้น สายพันธุ์ที่อายุยืนที่สุดในโลกสายพันธุ์หนึ่ง
ประเภทขน ขนสั้น (Smooth) / ขนยาว (Long-coat) พันธุกรรมเดียวกัน แตกต่างแค่ลักษณะขน
ลักษณะนิสัยหลัก จงรักภักดี กล้าหาญ ขี้อ้อน อาจหวงเจ้าของและไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า
ออกกำลังกาย เดิน 15–30 นาทีต่อวัน เหมาะกับคอนโด/อพาร์ตเมนต์
เหมาะกับมือใหม่? ปานกลาง ต้องการความเอาใจใส่สูง แต่ไม่ต้องการพื้นที่มาก
โรคที่ต้องระวัง Patellar Luxation (โรคสะบ้าเคลื่อน), Hypoglycemia (ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ), ปัญหาฟันและช่องปาก ดูรายละเอียดในหัวข้อสุขภาพ

ที่มาของชิวาวา: สุนัขศักดิ์สิทธิ์แห่งอารยธรรมโบราณ

ชิวาวาเป็นสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของทวีปอเมริกา นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าสายพันธุ์นี้สืบเชื้อสายมาจากสุนัขพันธุ์ Techichi ที่ชาวโทลเท็คและแอซเท็คในเม็กซิโกโบราณเลี้ยงไว้ในฐานะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าสามารถนำทางวิญญาณไปสู่ปรโลกได้

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันเริ่มนำสุนัขสายพันธุ์นี้กลับจากรัฐชิวาวา เม็กซิโก จนเป็นที่มาของชื่อที่เราคุ้นหูในปัจจุบัน สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งสหรัฐอเมริกา (AKC) รับรองสายพันธุ์ชิวาวาอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1904

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ: มีหลักฐานภาพเขียนสีบนผนังปูน (Fresco) ในโบสถ์ Sistine Chapel นครวาติกัน วาดโดยศิลปิน Sandro Botticelli ราวปี ค.ศ. 1482 ปรากฏภาพสุนัขที่มีลักษณะคล้ายชิวาวา นอกจากนี้ผลการตรวจ DNA ยืนยันว่าชิวาวามีลำดับพันธุกรรมเฉพาะที่พบในเม็กซิโกยุคโบราณ

Apple Head vs Deer Head: ชิวาวาสองรูปแบบที่เจ้าของต้องรู้

ในวงการชิวาวามีคำพูดที่ได้ยินบ่อย คือ “หัวแอปเปิ้ล” กับ “หัวกวาง” ทั้งสองคือชิวาวาสายพันธุ์เดียวกัน แต่ลักษณะกะโหลกศีรษะต่างกัน และมีผลต่อสุขภาพด้วย

ลักษณะ Apple Head (หัวแอปเปิ้ล) Deer Head (หัวกวาง)
รูปทรงหัวและใบหน้า กะโหลกนูนโค้งมน ทรงคล้ายผลแอปเปิ้ลชัดเจน รับกับดวงตาที่กลมโต ใบหน้าจะยาวกว่า กะโหลกแบนกว่า และมีลักษณะคล้ายลูกกวาง
มาตรฐานสายพันธุ์ (AKC / การประกวด) เป็นลักษณะมาตรฐานของสายพันธุ์ (Breed hallmark) และเป็นที่นิยมที่สุดสำหรับการประกวด ไม่ใช่ลักษณะมาตรฐานสำหรับการประกวดโชว์ แต่ก็ได้รับความนิยมและมีความน่ารักไม่แพ้กัน
ความเสี่ยงด้านสุขภาพ พบลักษณะกะโหลกปิดไม่สนิท (Molera) ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของสายพันธุ์ หากกะโหลกโตผิดปกติจะเสี่ยงต่อภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (Hydrocephalus) อาการ Molera, ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ และภาวะหลอดลมตีบ เป็นโรคที่ต้องระวังในสายพันธุ์ชิวาวาโดยรวม

สิ่งที่ผู้ซื้อต้องรู้: “หัวแอปเปิ้ล” เป็นมาตรฐานโชว์ แต่ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพดีกว่าเสมอไป ชิวาวาหัวแอปเปิ้ลที่โดมหัวสูงมากมีความเสี่ยง Molera (กะโหลกไม่ปิด) สูง และอาจนำไปสู่ Hydrocephalus ในรายรุนแรง ก่อนซื้อควรให้สัตวแพทย์ตรวจหัวของลูกชิวาวาด้วย

นิสัยและบุคลิกของชิวาวา ตัวเล็กใจใหญ่

ชิวาวาขึ้นชื่อในเรื่องบุคลิกที่ “ไม่รู้ว่าตัวเองตัวเล็ก” นิสัยเด่นที่เจ้าของทุกคนต้องรู้:

นิสัย รายละเอียดที่เจ้าของต้องรู้
จงรักภักดีสูงมาก มักผูกพันกับเจ้าของคนเดียวมากเป็นพิเศษ อาจหวงและอิจฉาคนอื่นในบ้าน
กล้าหาญ/บ้าบิ่น ไม่กลัวสุนัขตัวใหญ่กว่า อาจท้าทายสุนัขขนาดใหญ่จนอันตราย ต้องดูแลขณะพาออกนอกบ้าน
ขี้ระแวงคนแปลกหน้า หากไม่ได้ Socialize ตั้งแต่เล็กจะเห่ากัดคนแปลกหน้า เป็นปัญหาที่พบบ่อยในชิวาวา
ฉลาด ฝึกได้ดี เรียนรู้คำสั่งได้เร็ว แต่บางตัวดื้อ ต้องใช้ Positive Reinforcement เท่านั้น
ชอบอบอุ่น ชอบนอนในผ้าห่ม ตักเจ้าของ หรือซุกในที่อุ่นๆ เป็นลักษณะเฉพาะสายพันธุ์
ร่าเริง มีพลังงาน แม้ตัวเล็กแต่มีพลังงานสูง ต้องการการเล่นและกิจกรรมทุกวัน

5 โรคประจำสายพันธุ์ชิวาวา สิ่งที่เจ้าของต้องรู้

ชิวาวาเป็นสุนัขอายุยืน แต่มี โรคประจำสายพันธุ์ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ การรู้ทันความเสี่ยงจะช่วยให้คุณปกป้องสุขภาพและรักษาได้ทันท่วงทีก่อนโรคลุกลามรุนแรง นี่คือ 5 โรคฮิตของชิวาวาที่คุณต้องรับมือให้เป็น

  1. โรคสะบ้าเคลื่อน (Patellar Luxation): โรคทางพันธุกรรมยอดฮิตที่กระดูกสะบ้าหลุดออกจากร่อง สังเกตได้จากอาการ เดินกะเผลก ยกขาข้างหนึ่ง หรือยืดขาเตะไปด้านหลัง วิธีป้องกันที่เด็ดขาดที่สุดคือ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และ ห้ามสุนัขกระโดดจากที่สูง หากปล่อยไว้อาจเจ็บปวดรุนแรงจนต้องผ่าตัด
  2. ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia): ภัยเงียบเร่งด่วนในลูกสุนัขและชิวาวาไซส์เล็ก เนื่องจากมีไขมันสะสมน้อยและระบบเผาผลาญทำงานเร็ว (High Metabolism) หากอดอาหารหรือเครียด น้ำตาลจะตกฉับพลัน ให้ระวังอาการ ซึม เดินเซ และตัวสั่น หากถึงขั้น ชักหรือหมดสติ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องถึงมือสัตวแพทย์ทันที
  3. กะโหลกปิดไม่สนิท (Molera): จุดบอบบางกลางกระหม่อม (คล้ายทารก) ถือเป็นลักษณะปกติของสายพันธุ์ ไม่ใช่โรค แต่มีกฎเหล็กคือ ห้ามกดหรือกระแทกศีรษะรุนแรงเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม หากจุดนี้กว้างผิดปกติ ร่วมกับอาการเดินเซหรือชัก นี่คือสัญญาณเตือนของ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง (Hydrocephalus) ที่ต้องรีบรักษา
  4. โรคปริทันต์และปัญหาช่องปาก (Dental Disease): โครงสร้างฟันที่เบียดกันในช่องปากขนาดเล็ก ทำให้ชิวาวาสะสมคราบหินปูนเร็วกว่าพันธุ์อื่น แบคทีเรียจากเหงือกอักเสบสามารถทะลุเข้ากระแสเลือดไป ทำลายตับและหัวใจ ได้โดยตรง คุณต้อง แปรงฟันให้สุนัขทุกวัน (หรืออย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์) และพาไปตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี
  5. ภาวะหลอดลมตีบแฟบ (Tracheal Collapse): กระดูกอ่อนบริเวณหลอดลมอ่อนแอและยุบตัว สังเกตได้จาก อาการไอเรื้อรัง หรือหายใจมีเสียงดังคล้ายห่าน วิธีป้องกันและดูแลที่สำคัญที่สุดคือ ต้องใช้สายรัดอก (Harness) แทนการใส่ปลอกคอ เพื่อลดแรงกดทับบริเวณหลอดลมและกระดูกคอโดยตรง

คู่มือการดูแลชิวาวาให้มีสุขภาพดี

การดูแลชิวาวาให้มีอายุยืนยาวและสุขภาพดี ต้องอาศัยความเข้าใจในสรีระและข้อจำกัดของสายพันธุ์ที่ถูกต้อง นี่คือ 4 กฎเหล็กที่คุณต้องนำไปปรับใช้ทันที

  • โภชนาการป้องกันน้ำตาลตก: แบ่งอาหารเป็น 3–4 มื้อย่อยต่อวัน เพื่อป้องกัน ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) ที่อันตรายถึงชีวิต เลือก อาหารสูตรสุนัขพันธุ์เล็ก (Small Breed) เพื่อขนาดเม็ดที่พอดีเคี้ยว ห้ามให้ขนมพร่ำเพรื่อ เพราะชิวาวาอ้วนง่ายมาก และ ห้ามเด็ดขาด สำหรับอาหารคนที่เป็นพิษรุนแรงต่ออวัยวะภายใน เช่น หัวหอม กระเทียม องุ่น ช็อกโกแลต และไซลิทอล
  • ออกกำลังกายวันละ 15–30 นาที: การเดินสั้นๆ ในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อพยุงข้อต่อ ลดความเสี่ยงโรคสะบ้าเคลื่อน กฎเหล็กคือ ห้ามกระโดดขึ้นลงที่สูง เช่น เตียงหรือโซฟาเด็ดขาด เพื่อป้องกันกระดูกหัก ให้ใช้ทางลาด (Ramp) หรือบันไดสุนัข (Pet Steps) แทนเสมอ
  • แปรงฟันทุกวัน สยบโรคปริทันต์: โครงสร้างฟันที่เบียดแน่นในช่องปากขนาดเล็กทำให้หินปูนสะสมไวมาก คุณต้อง แปรงฟันทุกวัน (หรืออย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์) โดยใช้ ยาสีฟันสำหรับสุนัขเท่านั้น การใช้ยาสีฟันคนที่มีฟลูออไรด์ถือเป็นการป้อนสารพิษร้ายแรงให้กับสุนัข
  • ฝึกเข้าสังคม (Socialization) ตัดปัญหาก้าวร้าว: ชิวาวาที่ไม่ได้เข้าสังคมจะกลายเป็นสุนัขหวาดระแวงและกัดคนแปลกหน้า เริ่มฝึกตั้งแต่ช่วงอายุ 3–12 สัปดาห์แรก พาไปเจอผู้คน สัตว์ และสถานที่ใหม่ๆ ด้วยการ ให้รางวัลเชิงบวก (Positive Reinforcement) เพื่อสร้างความทรงจำที่ดีและลดความเครียด

ชิวาวา (Chihuahua) รู้จักนิสัย วิธีดูแล และโรคประจำสายพันธุ์ที่ห้ามละเลย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องชิวาวา

Q: ชิวาวาเลี้ยงในคอนโดได้ไหม?

ได้ ชิวาวาเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เหมาะกับคอนโดที่สุด เพราะตัวเล็ก ไม่ต้องการพื้นที่มาก และออกกำลังกายไม่เยอะ ข้อควรระวังคือไม่ควรให้กระโดดจากที่สูง ควรมี Ramp หรือ Step ช่วยขึ้นลงเฟอร์นิเจอร์

Q: ชิวาวาเห่าเยอะไหม?

ชิวาวาโดยธรรมชาติไม่ใช่สุนัขเห่าบ่อย แต่ถ้าไม่ได้ Socialize ดีพอ จะเห่าคนแปลกหน้าและสิ่งกระตุ้นได้มาก การฝึก Socialization ตั้งแต่อายุน้อยและฝึกคำสั่ง “หยุด” ด้วย Positive Reinforcement จะช่วยได้มาก

Q: ชิวาวาอยู่คนเดียวทั้งวันได้ไหม?

ทำได้แต่ไม่เหมาะ ชิวาวาผูกพันกับเจ้าของสูง หากอยู่คนเดียวนานอาจเกิด Separation Anxiety วิตกกังวล เห่า ทำลายของ ถ้าต้องออกไปทั้งวัน ควรมีของเล่น ทิ้งกลิ่นเสื้อผ้าไว้ หรือพิจารณาเลี้ยงคู่

Q: ชิวาวาอาบน้ำบ่อยแค่ไหน?

ชิวาวาขนสั้นอาบน้ำทุก 3–4 เดือน ชิวาวาขนยาวอาจอาบบ่อยกว่าเล็กน้อยเพราะขนสะสมสิ่งสกปรกได้มากกว่า ใช้แชมพูสำหรับสุนัขขนาดเล็กที่ pH เหมาะสม ห้ามใช้แชมพูคน (อ้างอิงจาก Cesar Thailand)

Q: ชิวาวาทำหมันควรทำตอนไหน?

แนะนำให้ทำหมันเมื่ออายุ 6–9 เดือน สำหรับเพศเมีย ควรทำก่อน Heat ครั้งแรกหรือหลัง Heat ครั้งแรก สำหรับเพศผู้ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อประเมินตามสภาพสุขภาพส่วนตัว ชิวาวาเพศเมียมักต้องผ่าคลอดเพราะหัวลูกใหญ่ การทำหมันจึงช่วยลดความเสี่ยงนี้ด้วย


เอกสารอ้างอิง (References)


บทความน่าสนใจ

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบเด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? วิธีเลี้ยงให้ปลอดภัยทั้งคู่

ในหลายครอบครัว เด็กกับแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม หากมีผู้ใหญ่คอยดูแลการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พร้อมจัดพื้นที่ของแมวให้เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาด และสอนเด็กให้สัมผัสสัตว์อย่างอ่อนโยน เพราะเด็กอาจยังไม่เข้าใจว่าแมวกำลังกลัว เครียด หรือไม่ต้องการให้จับ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่วนหรือกัดเพื่อป้องกันตัวได้ การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจ็บป่วยหรือเกิดภูมิแพ้เสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้ปกครองควรรู้ เช่น แผลกัดหรือข่วน การสัมผัสเชื้อบางชนิดจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาการแพ้ในเด็กบางคน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยของ ทั้งเด็กและแมว ไปพร้อมกัน หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการดูแลเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสแมว หรือเกิดบาดแผลจากการกัดหรือข่วน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม สารบัญเนื้อหา เด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อเด็กอยู่ใกล้แมว เชื้อราจากแมวติดต่อเด็กได้ไหม? Cat Scratch Disease จากแมวข่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร? เด […]

สุขภาพของสัตว์เลี้ยงต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร? ต้องบีบไหม เช็กอาการผิดปกติ

ต่อมเหม็นสุนัข หรือที่ผู้เลี้ยงมักเรียกว่า ต่อมก้นหรือต่อมข้างก้น โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างของทวาร ผนังถุงมีต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งกลิ่นแรง โดยปกติสุนัขจำนวนมากสามารถระบายสารนี้ออกได้ขณะขับถ่าย จึงไม่ได้จำเป็นต้องกำหนดให้สุนัขทุกตัวบีบต่อมเป็นกิจวัตร แต่หากสุนัขเริ่มไถก้น เลียหรือกัดบริเวณก้นบ่อย ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ มีอาการบวม แดง หรือพบเลือด หนอง และแผลบริเวณข้างทวาร ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะถุงข้างทวารอุดตัน อักเสบ หรือติดเชื้อ รวมถึงความผิดปกติอื่นบริเวณรอบทวารได้ หมายเหตุ: กลิ่นจากก้นหรือพฤติกรรมไถก้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าถุงข้างทวารอุดตันได้ หากสุนัขมีอาการเจ็บ บวม มีแผล เลือด หนอง ขับถ่ายลำบาก หรือมีอาการเกิดซ้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแบบไหนอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ และแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม? 7 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นสุนัขมีปัญหา สาเหตุที่ทำให้ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? สุนัขต้ […]

สุขภาพของสัตว์เลี้ยงต่อมเหม็นแมวคืออะไร? ต้องบีบไหม เช็กสัญญาณอุดตันและอักเสบ

ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค? 6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม? บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม? แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร? ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ? วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิด […]