
แมวต้องอาบน้ำไหม อาบอย่างไรถึงจะถูกต้อง และวิธีรับมือแมวกลัวน้ำ
สุขภาพของสัตว์เลี้ยง
แมวต้องอาบน้ำบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อล้างคราบฝังแน่นที่ขน แต่ห้ามอาบน้ำบ่อยเด็ดขาด เพราะจะทำลาย Natural Oils (น้ำมันเคลือบผิวธรรมชาติ) ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการ ผิวแห้ง คัน และอักเสบเรื้อรัง เพื่อสร้างเกราะป้องกันผิวที่แข็งแรง แมวทั่วไปควรอาบทุก 1-3 เดือน และ แมวขนยาวทุก 1-2 เดือน (แมวไร้ขนหรือมีโรคผิวหนังให้ทำตามสัตวแพทย์สั่ง) หากบ้านไหนเจอปัญหา แมวกลัวน้ำ ห้ามจับบังคับให้เครียด ให้เปลี่ยนมาใช้ แชมพูแห้ง (Dry Shampoo) หรือ ผ้าเช็ดสัตว์เลี้ยง (Pet Wipes) ทำความสะอาดเฉพาะจุดแทน วิธีนี้ช่วยรักษาสุขอนามัยได้อย่างหมดจดและปลอดภัยต่อสุขภาพผิวในระยะยาว
หมายเหตุ: ครอบคลุมการอาบน้ำแมวสุขภาพดีทั่วไป แมวที่มีโรคผิวหนังหรือสภาวะพิเศษควรปรึกษาสัตวแพทย์โดยตรง
สารบัญเนื้อหา
- ทำไมแมวถึงไม่ต้องอาบน้ำบ่อย?
- แมวต้องอาบน้ำไหม?
- แมวหยุดเลียขน สัญญาณที่เจ้าของต้องรู้ ไม่ใช่แค่สกปรก
- อาบน้ำแมวบ่อยแค่ไหน? ตารางแยกตามประเภทแมว
- ลูกแมวอาบน้ำได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
- แชมพูอาบน้ำแมว: ทำไมถึงห้ามใช้แชมพูคนหรือแชมพูหมา?
- ขั้นตอนอาบน้ำแมว 7 ขั้นที่ถูกต้อง
- แมวไม่ยอมอาบน้ำ ทำยังไง?
- คำถามที่พบบ่อยเรื่องอาบน้ำแมว
ทำไมแมวถึงไม่ต้องอาบน้ำบ่อย?
ในมุมมองทางการแพทย์ แมวแทบไม่มีความจำเป็นต้องอาบน้ำ เพราะแมวมีกลไกทางชีววิทยาในการทำความสะอาดตัวเอง โดยใช้เวลาถึง 30-50% ของวันไปกับการเลียขน เริ่มจาก หนามแหลมบนลิ้น (Papillae) ที่ทำจากเคราติน ทำหน้าที่เสมือนหวีสางสิ่งสกปรกและขนหลุดร่วงลึกถึงโคนขน การเลียยังช่วยกระตุ้นการผลิต น้ำมันเคลือบผิว (Sebum) เพื่อกระจายความชุ่มชื้นและสร้างเกราะป้องกันผิวหนัง การฝืนอาบน้ำบ่อยเกินไปจะชะล้างน้ำมันส่วนนี้ทิ้ง ส่งผลร้ายให้แมว ผิวแห้ง คัน ระคายเคือง และติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ แมวยังสามารถใช้อุ้งเท้าเช็ดหน้าแทนผ้าขนหนู และอาศัยการระเหยของน้ำลายเพื่อระบายความร้อน ดังนั้น คุณจึงควรจับแมวอาบน้ำเฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เช่น เปื้อนเยอะจริงๆ มีคราบฝังแน่นที่ขน หรือมีโรคผิวหนังที่สัตวแพทย์สั่งให้ใช้แชมพูยาเท่านั้น
แมวต้องอาบน้ำไหม?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แมวส่วนใหญ่ไม่ต้องอาบน้ำบ่อย เพราะ Groom ตัวเองได้ดี แต่มีสถานการณ์ที่ต้องอาบทันทีและสถานการณ์ที่ควรอาบเป็นประจำ
- เปื้อนสารเคมี น้ำมัน สี หรือน้ำยาทำความสะอาด: ต้องอาบทันที ถือเป็นกรณีฉุกเฉินเพื่อป้องกันแมวเลียกินสารพิษเข้าไป
- มีหมัดแมว: ต้องอาบตามคำสั่งและตารางเวลาที่สัตวแพทย์แนะนำ
- แมวแก่ แมวอ้วน หรือแมวป่วยที่เลียขน (Groom) เองไม่ได้: ควรอาบเป็นประจำ ทุก 4–6 สัปดาห์
- แมวขนยาว (เช่น Persian, Maine Coon) ที่ขนพันกัน: ควรอาบอย่างสม่ำเสมอ ทุก 4–6 สัปดาห์
- มีคนในบ้านแพ้ขนแมว: ควรอาบอย่างสม่ำเสมอ ทุก 1–2 สัปดาห์
- แมวขนสั้น สุขภาพดี และเลี้ยงระบบปิด: ไม่จำเป็นต้องอาบบ่อย (อาจเว้นนาน 2–3 เดือน) ให้อาบเฉพาะเมื่อจำเป็นหรือตัวสกปรก
- แมวขนสั้น สุขภาพดี แต่เลี้ยงออกนอกบ้าน: ควรอาบเป็นบางครั้ง หรือประมาณทุก 4–6 สัปดาห์
Warning: อย่าอาบน้ำแมวในกรณีเหล่านี้
- แมวป่วย มีไข้ หรืออ่อนแอ: ความเครียดจากการอาบน้ำอาจทำให้อาการแย่ลง
- หลังฉีดวัคซีน 24–48 ชั่วโมง: ระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงาน ไม่ต้องการความเครียดเพิ่ม
- ลูกแมวอายุน้อยกว่า 2 เดือน: ยังควบคุมอุณหภูมิร่างกายไม่ได้ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
- แมวที่หยุด Groom กะทันหัน: ต้องพบสัตวแพทย์ก่อน ไม่ใช่อาบน้ำ (ดูหัวข้อถัดไป)
แมวหยุดเลียขน สัญญาณที่เจ้าของต้องรู้ ไม่ใช่แค่สกปรก
แมวที่หยุด Groom ตัวเองคือสัญญาณเตือนสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องที่แก้ด้วยการอาบน้ำ “แมวป่วยมักจะลดหรือหยุดการ Groom ตัวเอง” ส่งผลให้ขนรุ่ย มัน เป็นปม หรือมีกลิ่น
| สัญญาณที่เห็น | สาเหตุที่น่าจะเป็น | ควรทำอะไร |
|---|---|---|
| ขนรุ่ย มัน ไม่มีความเงางาม | ป่วย เจ็บปวด หรือซึมเศร้า | พบสัตวแพทย์ทันที |
| Groom เฉพาะบางส่วน ไม่ครบทุกจุด | ข้ออักเสบ อ้วนเกินไป เจ็บปวดเมื่อก้มตัว | ตรวจน้ำหนักและข้อ |
| Groom มากเกินปกติ (Over-grooming) จนขนร่วงเป็นหย่อม | ความเครียด ความวิตกกังวล หรือโรคผิวหนัง | พบสัตวแพทย์ + ลดสิ่งกระตุ้น |
| Groom ลดลงกะทันหัน + ซึม ไม่กิน | โรคระบบหรือภาวะเจ็บปวดเฉียบพลัน | พบสัตวแพทย์ฉุกเฉิน |
อาบน้ำแมวบ่อยแค่ไหน? ตารางแยกตามประเภทแมว
ไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับแมวทุกสายพันธุ์ แนะนำว่า ไม่ควรอาบมากกว่าทุก 4–6 สัปดาห์ แต่แมวส่วนใหญ่สุขภาพดีไม่จำเป็นต้องอาบบ่อยถึงนั้น ตารางนี้ช่วยตัดสินใจได้ถูกต้องตามสายพันธุ์และสภาพแมว
| ประเภทแมว / สภาพแวดล้อม | ความถี่ที่แนะนำในการอาบน้ำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| แมวขนสั้น / แมวสุขภาพดี (เลี้ยงระบบปิด) | ทุกๆ 1-3 เดือน หรือ 2-3 เดือน |
แมวกลุ่มนี้สามารถเลียทำความสะอาดตัวเองได้ดีมาก การอาบน้ำพร่ำเพรื่อเกินไปจะทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง และทำลายสมดุลผิวหนัง |
| แมวขนยาว | ทุกๆ 4-6 สัปดาห์ หรือ 1-2 เดือน/ครั้ง |
ขนที่หนาและยาวเสี่ยงต่อการสะสมของสิ่งสกปรก เชื้อโรค เชื้อรา และต้องอาบเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ขนพันกันเป็นก้อน (สังกะตัง) |
| แมวไร้ขน (Hairless) | เป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ | สภาพร่างกายไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม ทำให้ไม่สามารถเอี้ยวตัวเลียทำความสะอาดร่างกายได้ทั่วถึง จึงต้องอาบน้ำเพื่อลดสิ่งสกปรกและกลิ่นเหม็นสะสม |
| แมวอายุมาก / แมวอ้วน / มีข้ออักเสบ | เป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ | เข้าไม่ถึงบางส่วนของร่างกาย |
| แมวมีปัญหาผิวหนัง / ภูมิแพ้ / เห็บหมัด | อาจบ่อยถึง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ ตามที่สัตวแพทย์แนะนำ |
เพื่อใช้แชมพูยาในการบรรเทาอาการคัน ลดการอักเสบ ขจัดสารก่อภูมิแพ้ (Allergens) และกำจัดเห็บหมัดให้ออกไปจากผิวหนัง |
| แมวเลี้ยงระบบเปิด / แมวนักผจญภัย | อาบเมื่อสกปรก (บ่อยกว่าแมวระบบปิด) | มักไปเลอะดินโคลน ยางไม้ สารเคมี หรือโดนสัตว์อื่นฉีดกลิ่นใส่ ซึ่งเป็นสิ่งสกปรกฝังแน่นที่การเลียปกติไม่สามารถกำจัดออกได้ |
อาบน้ำแมวบ่อยเกินไปมีผลเสียอย่างไร? แมวที่อาบน้ำบ่อยเกินไปจะสูญเสีย Natural Oils ซึ่งทำหน้าที่กันน้ำและป้องกันผิว ทำให้ผิวแห้งคัน เสี่ยงติดเชื้อ และขนหยาบกระด้าง แนะนำว่า ห้ามอาบมากกว่า 1 ครั้งต่อเดือน ยกเว้นภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์
ลูกแมวอาบน้ำได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
อายุที่ปลอดภัยคือ 2 เดือน (8 สัปดาห์) ขึ้นไป ก่อนหน้านั้นลูกแมวยังควบคุมอุณหภูมิร่างกายไม่ได้ ร่างกายอ่อนแอ อาจป่วยจากความหนาวเย็นได้ง่าย สำหรับลูกแมวที่อายุน้อยกว่า 2 เดือนและสกปรก ควรใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดเฉพาะจุดแทนการจุ่มน้ำ
แชมพูอาบน้ำแมว: ทำไมถึงห้ามใช้แชมพูคนหรือแชมพูหมา?
ค่า pH ผิวหนังแมวอยู่ที่ประมาณ 6.4-6.9 ขณะที่มนุษย์อยู่ที่ 4.7–5.75 และสุนัขอยู่ที่ 6.5–7.5 แม้จะดูใกล้เคียงกัน แต่แชมพูสุนัขมักมีส่วนผสมที่ไม่เหมาะกับผิวแมว เช่น สาร Permethrin ที่เป็นพิษต่อแมวอย่างรุนแรง
| ผลิตภัณฑ์ | ใช้ได้? | เหตุผล |
|---|---|---|
| แชมพูสำหรับแมวโดยเฉพาะ | ใช่ เลือกให้เหมาะกับขนและผิว | pH ถูกต้อง ปลอดภัย |
| แชมพูเด็ก (Baby Shampoo) | ฉุกเฉินชั่วคราวเท่านั้น | pH ยังไม่เหมาะสมในระยะยาว |
| แชมพูสุนัข | ห้ามเด็ดขาด | อาจมี Permethrin พิษสำหรับแมว |
| แชมพูคน (ผู้ใหญ่) | ห้าม | pH ผิดสำหรับแมว ทำลายชั้นป้องกัน |
| แชมพูแห้ง (Waterless Shampoo) | ใช่ เหมาะแมวกลัวน้ำ | ทำความสะอาดได้ในระดับหนึ่งโดยไม่ต้องใช้น้ำ |
ขั้นตอนอาบน้ำแมว 7 ขั้นที่ถูกต้อง
ทำตามลำดับนี้เสมอ เพราะแต่ละขั้นเป็นรากฐานของขั้นถัดไป
- ตัดเล็บก่อนทุกครั้ง: แนะนำให้ตัดเล็บแมวก่อนอาบน้ำเสมอ ตัดเฉพาะปลายส่วนใสๆ หลีกเลี่ยงส่วนสีชมพูที่มีหลอดเลือด
- แปรงขนก่อนเปิดน้ำ: สางขนพันออกก่อนโดนน้ำ เพราะขนที่พันกันอยู่แล้วจะพันแน่นขึ้นมากเมื่อเปียก ทำให้เจ็บปวดและกลัวการอาบน้ำมากขึ้น
- เตรียมน้ำอุ่นไว้ล่วงหน้า อย่าเปิดขณะอาบ: แนะนำให้ใส่น้ำอุ่นลงในอ่างระดับ 3–4 นิ้ว ก่อนนำแมวเข้ามา เสียงน้ำไหลทำให้แมวตกใจและดิ้นมากขึ้น
- ใส่สำลีในหูแมวทั้งสองข้าง: ป้องกันน้ำเข้าช่องหู น้ำในหูแมวเสี่ยงต่อหูอักเสบ โดยเฉพาะแมวหูตรง อย่าลืมเอาสำลีออกหลังอาบทันที
- เปียกขนจากด้านหลังไปหน้า: ค่อยๆ ราดน้ำอุ่นบนลำตัว ขา และหาง ส่วนหน้าใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแทน หลีกเลี่ยงน้ำเข้าตา หู จมูก แมวจะตกใจและดิ้นน้อยกว่าการราดน้ำทั้งหัว
- ผสมแชมพูกับน้ำก่อนทาตัวแมว: ผสม 1 ส่วนแชมพูต่อน้ำ 5 ส่วน นวดเบาๆ จากหัวไปหาง ทิศทางเดียวกับการขึ้นของขน อย่านวดสวนเพราะทำให้ขนพัน เน้นบริเวณซอกเท้า ขาหนีบ ก้น
- ล้างน้ำออกให้สะอาด 2–3 รอบ: ฟอกแชมพู 2 รอบถ้าแมวสกปรกมาก และล้างน้ำออกให้หมดทุกรอบ คราบแชมพูตกค้างทำให้ผิวแพ้และขนหมอง
- เช็ดตัวทันทีและเป่าขนให้แห้ง: ห่อแมวด้วยผ้าขนหนูซับน้ำ แมวที่ขนยังชื้นอาจป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะลูกแมว เป่าด้วยลมอุ่น (ไม่ร้อน) หากแมวยอมให้ใช้ไดร์ ถ้าไม่ยอมให้ซับน้ำด้วยผ้าซ้ำๆ ในห้องอุ่น
แมวไม่ยอมอาบน้ำ ทำยังไง?
แมวที่กลัวน้ำส่วนใหญ่กลัวเพราะประสบการณ์ไม่ดีในอดีต ไม่ใช่สัญชาตญาณ แนะนำว่า “ถ้าการอาบน้ำทำให้เจ้าของหรือแมวเสี่ยงบาดเจ็บ ควรปล่อยให้มืออาชีพทำดีกว่า” แต่ถ้าต้องการฝึกเองทำได้ดังนี้
- ทำพื้นที่อาบน้ำ = พื้นที่ธรรมดา: พาแมวไปนั่งในห้องน้ำโดยไม่มีน้ำ ให้ขนมและเล่นด้วย ทำซ้ำทุกวันจนแมวไม่ตกใจ
- แนะนำเสียงน้ำ: เปิดน้ำไหลเบาๆ ให้แมวได้ยินจากระยะห่าง ให้ขนมทันที ค่อยๆ ขยับใกล้ขึ้น
- ให้สัมผัสน้ำที่อุ้งเท้าก่อน: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเท้า ให้ขนม รอจนแมวเงียบแล้วค่อยทำต่อ
- ขยับขึ้นทีละส่วน: ขา → ลำตัว → หลัง ทำทีละเซสชัน ไม่เร่ง ให้เวลาหลายสัปดาห์ถ้าต้องการ
ห้ามทำกับแมวกลัวน้ำ:
- ห้ามบังคับหรือจับล็อคทันที: เพราะจะทำลายความเชื่อใจระยะยาว และอาจถูกข่วนหรือกัดรุนแรง
- ห้ามจับหนังคอ (Scruff) ระหว่างอาบน้ำ: ถ้าไม่รู้ตำแหน่งที่ถูกต้อง อาจทำให้หายใจลำบากได้
- ห้ามปลอบขณะแมวแสดงความกลัว: การลูบหัวขณะแมวกลัวคือการบอกว่า “กลัวต่อไปเถอะ” ให้ใจเย็น ทำเสียงนุ่มนวล รอให้แมวสงบก่อน
คำถามที่พบบ่อยเรื่องอาบน้ำแมว
Q: ทำไมแมวกลัวน้ำ?
สาเหตุหลักที่แมวต่อต้านการโดนน้ำไม่ใช่แค่อาการงอแง แต่เป็นเรื่องของ สัญชาตญาณการเอาตัวรอด (Survival Instinct) เมื่อขนของแมวเปียกชุ่ม เส้นขนจะอุ้มน้ำจนมีน้ำหนักมหาศาล ส่งผลให้แมวสูญเสียความคล่องตัวทันที
ในโลกของสัตว์นักล่า การขยับตัวได้ช้าลงหมายถึง ความเสี่ยงสูงสุดในการตกเป็นเหยื่อ สภาวะที่ร่างกายถูกจำกัดการเคลื่อนไหวและสูญเสียการควบคุมนี้ จะไปกระตุ้นความเครียดและความตื่นตระหนกขั้นสุด ทำให้แมวรู้สึกไม่ปลอดภัยและต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำทุกวิถีทาง
Q: อาบน้ำแมวคนเดียวได้ไหม?
ได้ สำหรับแมวที่ชินกับการอาบน้ำ แต่ถ้าแมวดิ้นมากหรือก้าวร้าว การขอคนช่วยจะปลอดภัยกว่า หรือใช้ถุงอาบน้ำแมวช่วยได้ ถ้าแมวต้านทานมากจนเสี่ยงบาดแผลแนะนำให้ฝากร้าน Groomer มืออาชีพ
Q: แมวมีกลิ่นแม้จะเลียขนตัวเองบ่อย ต้องอาบไหม?
ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ถ้ากลิ่นมาจากขนสะสมสิ่งสกปรก อาบน้ำแก้ได้ ถ้ากลิ่นมาจากต่อมทวารหนัก ปัญหาฟัน หรือโรคภายใน อาบน้ำไม่ช่วย ต้องพบสัตวแพทย์ การสังเกตว่ากลิ่นมาจากส่วนไหนของร่างกายช่วยวินิจฉัยสาเหตุได้
Q: อาบน้ำแมวแล้วต้องเป่าขนไหม?
ขนที่ยังชื้นอยู่เป็นแหล่งเพาะเชื้อราได้ดี โดยเฉพาะในขนชั้นล่าง ใช้ผ้าซับน้ำให้มากที่สุด ถ้าแมวยอมรับไดร์เป่า ให้ใช้ลมอุ่น (ไม่ร้อน) ระยะ 20–30 ซม. ถ้าแมวกลัวไดร์ให้ซับด้วยผ้าซ้ำๆ ในห้องอุ่น ห้ามปล่อยออกไปในที่อากาศเย็นหรือโดรแอร์ขณะขนยังชื้น
Q: แชมพูแห้ง (Dry Shampoo) ใช้แทนการอาบน้ำได้ไหม?
ใช้ได้ในบางสถานการณ์ เหมาะสำหรับแมวกลัวน้ำมาก แมวป่วย หรือการทำความสะอาดเฉพาะจุดระหว่างการอาบปกติ แต่ไม่สามารถแทนการอาบน้ำจริงได้ในระยะยาว เพราะทำความสะอาดลึกถึงผิวหนังได้น้อยกว่า
เอกสารอ้างอิง (References)
- 1. ASPCA. Cat Grooming Tips. https://www.aspca.org/pet-care/cat-care/cat-grooming-tips
- 2. PetMD. How to Bathe a Cat (citing Dr. Jennifer Coates DVM + Dr. Sandra Mitchell DVM). https://www.petmd.com/cat/general-health/how-to-bathe-a-cat
- 3. National Geographic. How cat tongues work and can inspire biotechnology. https://www.nationalgeographic.com/animals/article/understanding-cat-tongues-papillae
- 4. TVMF. Feline Grooming Behavior | Reasons Cats Groom Themselves. https://www.tvmf.org/articles/grooming-behavior-of-cats/
- 5. Catster. How Often Do I Need to Bathe My Cat? https://www.catster.com/cat-health-care/how-often-do-i-need-to-bathe-cat/
- 6. Four Paws / National Cat Groomer’s Institute. Do Cats Need Baths? And If So, How Often? https://www.fourpaws.com/pets-101/cat-corner/do-cats-need-baths
- 7. Thonglor Pet Hospital. อาบน้ำแมว เรื่องสำคัญที่ทาสแมวไม่ควรมองข้าม. https://thonglorpet.com/petdiary/the-importance-of-bathing-cats-you-shouldnt-overlo
บทความน่าสนใจ

ในหลายครอบครัว เด็กกับแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม หากมีผู้ใหญ่คอยดูแลการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พร้อมจัดพื้นที่ของแมวให้เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาด และสอนเด็กให้สัมผัสสัตว์อย่างอ่อนโยน เพราะเด็กอาจยังไม่เข้าใจว่าแมวกำลังกลัว เครียด หรือไม่ต้องการให้จับ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่วนหรือกัดเพื่อป้องกันตัวได้ การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจ็บป่วยหรือเกิดภูมิแพ้เสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้ปกครองควรรู้ เช่น แผลกัดหรือข่วน การสัมผัสเชื้อบางชนิดจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาการแพ้ในเด็กบางคน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยของ ทั้งเด็กและแมว ไปพร้อมกัน หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการดูแลเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสแมว หรือเกิดบาดแผลจากการกัดหรือข่วน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม สารบัญเนื้อหา เด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อเด็กอยู่ใกล้แมว เชื้อราจากแมวติดต่อเด็กได้ไหม? Cat Scratch Disease จากแมวข่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร? เด […]

ต่อมเหม็นสุนัข หรือที่ผู้เลี้ยงมักเรียกว่า ต่อมก้นหรือต่อมข้างก้น โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างของทวาร ผนังถุงมีต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งกลิ่นแรง โดยปกติสุนัขจำนวนมากสามารถระบายสารนี้ออกได้ขณะขับถ่าย จึงไม่ได้จำเป็นต้องกำหนดให้สุนัขทุกตัวบีบต่อมเป็นกิจวัตร แต่หากสุนัขเริ่มไถก้น เลียหรือกัดบริเวณก้นบ่อย ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ มีอาการบวม แดง หรือพบเลือด หนอง และแผลบริเวณข้างทวาร ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะถุงข้างทวารอุดตัน อักเสบ หรือติดเชื้อ รวมถึงความผิดปกติอื่นบริเวณรอบทวารได้ หมายเหตุ: กลิ่นจากก้นหรือพฤติกรรมไถก้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าถุงข้างทวารอุดตันได้ หากสุนัขมีอาการเจ็บ บวม มีแผล เลือด หนอง ขับถ่ายลำบาก หรือมีอาการเกิดซ้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแบบไหนอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ และแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม? 7 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นสุนัขมีปัญหา สาเหตุที่ทำให้ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? สุนัขต้ […]

ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค? 6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม? บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม? แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร? ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ? วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิด […]




