
แมวส้ม มีลักษณะนิสัย มีความแสบ มึนกว่าสีอื่นจริงไหม ? มีคำตอบ
สายพันธุ์และการเลี้ยง
ถ้าพูดถึง “แมวส้ม” หลายคนอาจนึกถึงเจ้าเหมียวตัวตึงประจำบ้าน ทั้งซน ขี้อ้อน กินเก่ง และมักมีวีรกรรมให้เจ้าของปวดหัวปนเอ็นดูอยู่เสมอ แต่จริง ๆ แล้วแมวส้มไม่ได้เป็นชื่อสายพันธุ์แมวโดยตรง แต่เป็นคำเรียกแมวที่มีขนโทนสีส้ม ทอง แดง ครีม หรือน้ำตาลอมส้ม ซึ่งสามารถพบได้ในแมวหลายสายพันธุ์ ทั้งแมวบ้านทั่วไปและแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ
บทความนี้จะพาไปรู้จักแมวส้มให้มากขึ้น ตั้งแต่แมวส้มคือพันธุ์อะไร ทำไมหลายตัวเป็นเพศผู้ นิสัยแมวส้มเป็นอย่างไร และควรดูแลเจ้าเหมียวสีส้มอย่างไรให้สุขภาพดี
สารบัญเนื้อหา
ลักษณะนิสัยของแมวส้ม
แมวส้มมักถูกขนานนามว่าเป็น “ตัวตึงประจำบ้าน” ด้วยบุคลิกที่ซน ขี้เล่น กล้าเข้าหาคน และอ้อนเก่งเป็นพิเศษ มักมีพฤติกรรมชวนขำ เช่น ชอบสำรวจทุกซอกมุม เล่นแรง หรือตีหน้าซื่อหลังจากเพิ่งก่อเรื่องเสร็จ
อย่างไรก็ตาม นิสัยจริงอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยเฉพาะตัว ทั้งการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม และช่วงอายุ บางตัวอาจจะนิ่งเรียบร้อยหรือรักสันโดษก็ได้ ไม่ได้จำเป็นต้องแสบซนเหมือนกันหมดทุกตัว
แมวส้มแสบมึนกว่าสีอื่นจริงไหม?
คำตอบคือ ความแสบมึนส่วนใหญ่เป็น “ภาพจำจากโซเชียลเท่านั้น” ไม่ได้เป็นความแสบซน ตีมึนทุกตัว ปัจจุบันยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าสีขนกำหนดนิสัยโดยตรง ความป่วนมักเกิดจากพลังงานเยอะหรือความต้องการความสนใจ ซึ่งแก้ได้ด้วยการชวนเล่นและจัดพื้นที่ให้เขาปลดปล่อยพลังงานอย่างเหมาะสม
แมวส้มคือสายพันธุ์อะไร?
แมวส้มไม่ใช่ชื่อสายพันธุ์ แต่เป็นลักษณะของ “สีขน” ที่พบได้ในแมวหลายสายพันธุ์ โดยสีส้มของแมวอาจมีได้หลายเฉด เช่น ส้มอ่อน ครีม ทอง น้ำตาลแดง หรือส้มเข้มคล้ายขิง จึงทำให้ในภาษาอังกฤษมักเรียกว่า Orange Cat, Ginger Cat หรือ Orange Tabby Cat
แมวส้มจำนวนมากมักมีลายแท็บบี้ หรือลายสลิดร่วมด้วย เช่น ลายเส้น ลายวน ลายจุด หรือลายคล้ายเสือ บางตัวอาจมีลายตัว M บริเวณหน้าผาก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่มักพบในแมวลายแท็บบี้
- โดยมีอายุเฉลี่ย 12–16 ปี หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูแต่ละตัว
8 สายพันธุ์แมวที่พบเป็นแมวส้มได้
แมวสีส้มสามารถพบได้ในหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นแมวบ้านทั่วไปหรือแมวสายพันธุ์ยอดนิยม เช่น
1. แมวบ้านไทยสีส้ม
แมวบ้านไทยสีส้ม หรือ Domestic Shorthair เป็นแมวที่พบได้บ่อย เลี้ยงง่าย ปรับตัวเก่ง และมักมีนิสัยคล่องแคล่ว ขี้เล่น เหมาะกับทั้งมือใหม่และคนที่เคยเลี้ยงแมวมาก่อน
2. Persian สีส้ม
เปอร์เซียสีส้มมีจุดเด่นที่ขนยาว หน้ากลม และบุคลิกน่ารัก อ่อนโยน เหมาะกับคนที่มีเวลาดูแลขน เพราะต้องแปรงขนเป็นประจำเพื่อลดขนพันกัน
3. Maine Coon สีส้ม
เมนคูนสีส้มเป็นแมวตัวใหญ่ ขนฟู และมักมีนิสัยเป็นมิตร แม้รูปร่างจะดูสง่างาม แต่หลายตัวมีนิสัยขี้เล่นและเข้ากับคนได้ดี
4. British Shorthair สีส้ม
บริติช ช็อตแฮร์สีส้มมีรูปร่างแน่น หน้ากลม ขนสั้นหนานุ่ม นิสัยค่อนข้างนิ่ง สุขุม เหมาะกับบ้านที่ต้องการแมวบุคลิกสงบ ไม่วุ่นวายมาก
5. Scottish Fold สีส้ม
สก็อตติช โฟลด์สีส้มมีเอกลักษณ์ที่ใบหูพับ หน้ากลม และท่าทางน่าเอ็นดู เป็นแมวที่หลายคนชอบเพราะหน้าตาอ่อนโยน แต่ควรใส่ใจสุขภาพกระดูกและข้อเป็นพิเศษ
6. Bengal สีส้ม/น้ำตาลทอง
เบงกอลเป็นแมวลายสวย พลังงานสูง และชอบเคลื่อนไหว เหมาะกับเจ้าของที่มีเวลาเล่นกับแมว และสามารถจัดสภาพแวดล้อมให้แมวได้ปีนป่ายหรือใช้พลังงาน
7. Munchkin สีส้ม
มันช์กิ้นสีส้มมีขาสั้นเป็นเอกลักษณ์ บุคลิกขี้เล่นและน่ารัก แต่ควรระวังเรื่องการกระโดดจากที่สูง และจัดพื้นที่ให้ปลอดภัยต่อการเคลื่อนไหว
8. Exotic Shorthair สีส้ม
เอ็กโซติก ช็อตแฮร์มีหน้าตาคล้ายเปอร์เซีย แต่ขนสั้นกว่า จึงดูแลง่ายกว่าเล็กน้อย เหมาะกับคนที่ชอบแมวหน้ากลม นิสัยนุ่มนวล และไม่ต้องการดูแลขนยาวมากเท่าเปอร์เซีย
ทำไมแมวส้มส่วนใหญ่ถึงเป็นตัวผู้?
ยีนสีส้มถ่ายทอดผ่านโครโมโซม X โดยตัวผู้ (XY) ต้องการยีนส้มจากแม่เพียงชุดเดียวก็เป็นแมวส้มได้เลย ส่วนตัวเมีย (XX) ต้องได้รับยีนส้มจากทั้งพ่อและแม่พร้อมกันทั้ง 2 ชุด จึงจะมีสีส้มทั้งตัว ด้วยเหตุนี้แมวส้มประมาณ 80% จึงมักเป็นตัวผู้
แล้วแมวส้มมีตัวเมียไหม?
มีแน่นอน แต่ออกมาได้ยากกว่า หากตัวเมียได้รับยีนส้มเพียงชุดเดียว สีขนมักจะกลายเป็น แมวสามสี หรือแมวเปรอะ แทน การเจอแมวส้มตัวเมียจึงถือเป็นเรื่องพิเศษแต่ไม่ใช่ความผิดปกติทางพันธุกรรม
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแมวส้ม
| ความเชื่อเกี่ยวกับแมวส้ม | ข้อเท็จจริง |
|---|---|
| แมวส้มเป็นตัวผู้ทุกตัว | ไม่จริง ตัวเมียก็มี แต่พบได้น้อยกว่า |
| แมวส้มคือสายพันธุ์หนึ่ง | ไม่ใช่ เพราะแมวส้มคือสีขน ไม่ใช่สายพันธุ์ |
| แมวส้มซนทุกตัว | ไม่เสมอไป นิสัยขึ้นอยู่กับแมวแต่ละตัว |
| แมวส้มกินเก่งทุกตัว | หลายตัวอาจกินเก่ง แต่ไม่ใช่ทุกตัว |
| แมวส้มเป็นแมวมงคล | เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ |
วิธีดูแลแมวส้มให้สุขภาพดี
แมวส้มไม่ได้ต้องการการดูแลต่างจากแมวสีอื่นมากนัก สิ่งสำคัญคือควรดูแลตามช่วงวัย สุขภาพ น้ำหนัก และนิสัยของแมวแต่ละตัว
1. เลือกอาหารตามช่วงวัย
ลูกแมว แมวโต และแมวสูงวัยมีความต้องการสารอาหารต่างกัน จึงควรเลือกอาหารให้เหมาะกับอายุและสภาพร่างกาย ไม่ควรเลือกจากสีขนเพียงอย่างเดียว
2. ควบคุมน้ำหนัก
งานวิจัยพบว่าแมวส้มตัวผู้มีแนวโน้ม น้ำหนักตัวเยอะกว่า สีอื่น และมักมีนิสัย “ขี้เกียจ” หรือรักการนอนมากกว่าปกติ หากเจ้าของตามใจเรื่องกินจะทำให้อ้วนง่ายเป็นพิเศษ จึงควรคุมอาหารและชวนทำกิจกรรมสม่ำเสมอ
3. เล่นกับแมวทุกวัน
แมวส้มหลายตัวมีพลังงานสูง การเล่นช่วยลดความเครียด ลดพฤติกรรมกัด ข่วน หรือทำลายของในบ้านได้ ควรมีของเล่น เช่น ไม้ตกแมว ลูกบอล อุโมงค์ หรือคอนโดแมว เพื่อให้แมวได้ใช้สัญชาตญาณนักล่า
4. ดูแลสุขภาพพื้นฐาน
ควรพาแมวไปฉีดวัคซีน ถ่ายพยาธิ ตรวจสุขภาพ และปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการทำหมันเมื่อถึงวัยเหมาะสม การดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคในระยะยาว
5. ดูแลขน ฟัน เล็บ และกระบะทราย
แมวขนสั้นควรแปรงขนเป็นระยะ ส่วนแมวขนยาวควรแปรงขนบ่อยขึ้นเพื่อลดขนพันกัน นอกจากนี้ควรตัดเล็บ ทำความสะอาดกระบะทราย และสังเกตพฤติกรรมการกินน้ำหรือขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ
แมวส้มเหมาะกับมือใหม่ไหม?
แมวส้มเป็นตัวเลือกที่ เหมาะมากสำหรับมือใหม่ เพราะขี้เล่น เข้ากับคนง่าย และซื่อสัตย์ ช่วยสร้างสีสันและความสดใสในบ้านได้ดี แต่เจ้าของต้องพร้อมรับมือกับพลังงานที่ล้นเหลือและความกวนใจเล็กๆ น้อยๆ ตามสไตล์ “ตัวตึง”
Checklist ก่อนเลี้ยงแมวส้ม
ก่อนรับแมวส้มมาเลี้ยง ลองเช็กความพร้อมเหล่านี้ก่อน
- มีเวลาเล่นและดูแลแมวทุกวัน
- เตรียมอาหาร น้ำสะอาด กระบะทราย และที่ลับเล็บแล้ว
- มีงบสำหรับวัคซีน ทำหมัน และตรวจสุขภาพ
- บ้านปลอดภัยจากสายไฟ หน้าต่าง ของมีคม และต้นไม้ที่เป็นพิษต่อแมว
- เข้าใจว่าแมวส้มแต่ละตัวมีนิสัยต่างกัน ไม่ใช่ทุกตัวจะซนหรือขี้อ้อนเหมือนกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแมวส้ม
Q: แมวส้มคือพันธุ์อะไร?
แมวส้มไม่ใช่สายพันธุ์ แต่เป็นคำเรียกแมวที่มีขนสีส้ม ทอง แดง ครีม หรือน้ำตาลอมส้ม ซึ่งพบได้ในหลายสายพันธุ์
Q: แมวส้มเป็นตัวผู้ทุกตัวไหม?
ไม่ใช่ แมวส้มตัวเมียก็มี แต่พบได้น้อยกว่าแมวส้มตัวผู้ เพราะลักษณะสีส้มเกี่ยวข้องกับยีนบนโครโมโซม X
Q: ทำไมแมวส้มตัวเมียถึงพบน้อย?
เพราะแมวตัวเมียมีโครโมโซม XX และต้องได้รับยีนสีส้มจากทั้งสองฝั่ง จึงจะมีโอกาสเป็นแมวส้มชัดเจนทั้งตัว
Q: แมวส้มซนจริงไหม?
แมวส้มหลายตัวอาจขี้เล่นและพลังงานเยอะ แต่ไม่ใช่ทุกตัว นิสัยแมวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การเลี้ยงดู สุขภาพ และบุคลิกเฉพาะตัว
Q: แมวส้มต้องดูแลต่างจากแมวสีอื่นไหม?
โดยรวมไม่ต่างกันมาก ควรดูแลตามช่วงวัย สุขภาพ สายพันธุ์ และลักษณะนิสัยของแมวแต่ละตัวมากกว่าสีขน
อ้างอิงจาก
- Britannica – Why Are Orange Cats More Likely to Be Male? https://www.britannica.com/science/Why-Are-Orange-Cats-More-Likely-to-Be-Male
- Stanford Medicine – Scientists Track Down Mutation That Makes Orange Cats Orange https://med.stanford.edu/news/all-news/2025/05/orange-cats.html
- Stanford Report – What Makes Orange Cats Orange? Genetic Mutation Research https://news.stanford.edu/stories/2025/05/what-makes-orange-cats-orange-genetic-mutation-research
- Merck Veterinary Manual – Nutritional Requirements of Small Animals https://www.merckvetmanual.com/management-and-nutrition/nutrition-small-animals/nutritional-requirements-of-small-animals
บทความน่าสนใจ

ในหลายครอบครัว เด็กกับแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม หากมีผู้ใหญ่คอยดูแลการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พร้อมจัดพื้นที่ของแมวให้เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาด และสอนเด็กให้สัมผัสสัตว์อย่างอ่อนโยน เพราะเด็กอาจยังไม่เข้าใจว่าแมวกำลังกลัว เครียด หรือไม่ต้องการให้จับ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่วนหรือกัดเพื่อป้องกันตัวได้ การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจ็บป่วยหรือเกิดภูมิแพ้เสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้ปกครองควรรู้ เช่น แผลกัดหรือข่วน การสัมผัสเชื้อบางชนิดจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาการแพ้ในเด็กบางคน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยของ ทั้งเด็กและแมว ไปพร้อมกัน หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการดูแลเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสแมว หรือเกิดบาดแผลจากการกัดหรือข่วน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม สารบัญเนื้อหา เด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อเด็กอยู่ใกล้แมว เชื้อราจากแมวติดต่อเด็กได้ไหม? Cat Scratch Disease จากแมวข่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร? เด […]

ต่อมเหม็นสุนัข หรือที่ผู้เลี้ยงมักเรียกว่า ต่อมก้นหรือต่อมข้างก้น โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างของทวาร ผนังถุงมีต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งกลิ่นแรง โดยปกติสุนัขจำนวนมากสามารถระบายสารนี้ออกได้ขณะขับถ่าย จึงไม่ได้จำเป็นต้องกำหนดให้สุนัขทุกตัวบีบต่อมเป็นกิจวัตร แต่หากสุนัขเริ่มไถก้น เลียหรือกัดบริเวณก้นบ่อย ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ มีอาการบวม แดง หรือพบเลือด หนอง และแผลบริเวณข้างทวาร ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะถุงข้างทวารอุดตัน อักเสบ หรือติดเชื้อ รวมถึงความผิดปกติอื่นบริเวณรอบทวารได้ หมายเหตุ: กลิ่นจากก้นหรือพฤติกรรมไถก้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าถุงข้างทวารอุดตันได้ หากสุนัขมีอาการเจ็บ บวม มีแผล เลือด หนอง ขับถ่ายลำบาก หรือมีอาการเกิดซ้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแบบไหนอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ และแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม? 7 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นสุนัขมีปัญหา สาเหตุที่ทำให้ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? สุนัขต้ […]

ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค? 6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม? บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม? แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร? ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ? วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิด […]




