มิถุนายน 12, 2026

วิธีเช็ดหูแมวที่ถูกต้อง เช็กสีขี้หู สัญญาณโรค และรับมือไรหู

สุขภาพของสัตว์เลี้ยง

วิธีเช็ดหูแมวที่ถูกต้อง เช็กสีขี้หู สัญญาณโรค และรับมือไรหู


ทาสแมวหลายคนเช็ดหูน้องเป็นประจำโดยไม่รู้ว่าบางครั้ง ไม่ต้องทำก็ได้ เพราะช่องหูมีกลไกทำความสะอาดตัวเองได้ การเช็ดพร่ำเพรื่อจะไปทำลายไขมันเคลือบผิวจนเสี่ยงต่อภาวะหูอักเสบ คุณควรเช็ดเฉพาะเมื่อเห็นคราบขี้หูสะสมเท่านั้น กฎเหล็กที่ห้ามพลาดคือ ห้ามใช้สำลีก้าน (Cotton Swab) เด็ดขาด เพราะจะยิ่งดันสิ่งสกปรกให้ลึกลงไปจนทำลายแก้วหู วิธีที่ถูกต้องคือ ให้หยด น้ำยาล้างหูสำหรับสัตว์เลี้ยง ลงในช่องหู นวดโคนหูเบาๆ 20 วินาที ปล่อยให้แมวสะบัดหัวไล่คราบฝังลึกออกมาเอง แล้วใช้ สำลีก้อน (Cotton Ball) เช็ดเก็บความสกปรกเฉพาะใบหูส่วนนอกที่มองเห็น ทั้งนี้ หากคุณสังเกตเห็นขี้หูมีสีดำข้นหรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรง นั่นคือสัญญาณอันตรายของ ไรในหู (Ear Mites) หรือการติดเชื้อ ที่ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

หมายเหตุ: ครอบคลุมการเช็ดหูแมวสุขภาพดีทั่วไป หากแมวมีอาการอักเสบ หูบวมแดง มีกลิ่น หรือเจ็บปวด ควรพบสัตวแพทย์ก่อนเสมอ ไม่ใช่เช็ดหูเอง

แมวต้องจำเป็นต้องเช็ดหูไหม?

โดยทั่วไปแล้ว แมวที่มีสุขภาพดีส่วนใหญ่มักมีช่องหูที่สะอาดและไม่จำเป็นต้องเช็ดหูเลย เพราะหูของแมวมีกลไกทำความสะอาดตัวเองตามธรรมชาติ การเช็ดหูบ่อยเกินไปโดยไม่มีความจำเป็น อาจไปทำลายชั้นเคลือบป้องกันในช่องหูและทำให้เกิดการระคายเคืองได้

4 สัญญาณเตือนที่บอกว่า “ถึงเวลาต้องเช็ดหูแมว”

คุณควรลงมือทำความสะอาดหูให้แมวเฉพาะเมื่อเข้าข่ายกรณีเหล่านี้เท่านั้น:

  • มองเห็นคราบสกปรกชัดเจน: มีขี้หูก้อนใหญ่ หรือมีคราบดำเกาะเปื้อนบริเวณใบหูส่วนนอกอย่างเห็นได้ชัด
  • สัตวแพทย์สั่งให้ทำ: สำหรับแมวที่มีโรคประจำตัว ผลิตขี้หูมากผิดปกติ หรือกำลังอยู่ในขั้นตอนการหยอดยารักษาช่องหู
  • แมวหยุดทำความสะอาดตัวเอง (Grooming): พฤติกรรมนี้พบบ่อยใน แมวสูงวัย แมวป่วย หรือแมวอ้วน ที่ร่างกายไม่ยืดหยุ่นพอจะเลียทำความสะอาดตัวเองได้เหมือนเดิม
  • หลังอาบน้ำเสร็จ: หากมีละอองน้ำกระเด็นเข้าไปขังในหู คุณต้องใช้สำลีเช็ดใบหูส่วนนอกให้แห้งสนิททันที เพื่อป้องกันความอับชื้นและเชื้อรา

ตารางพิจารณา ขี้หูแมวสีแต่ละสี มีหมายความว่าอะไร?

ก่อนเช็ดหู ต้องประเมินสีและกลิ่นขี้หูก่อนเสมอ เพราะนั่นคือสัญญาณที่บอกว่าจะเช็ดได้เลยหรือต้องพบสัตวแพทย์ก่อน

สีขี้หู ลักษณะ ความหมาย ควรทำอะไร
เหลืองอ่อน / น้ำตาลอ่อน เบาๆ ไม่มีกลิ่น ปกติ ขี้หูธรรมชาติ เช็ดได้เลยถ้าสะสมมาก หรือทิ้งไว้ก็ได้
ดำ / น้ำตาลเข้ม คล้ายกากกาแฟ เปียก อาจมีกลิ่น สัญญาณไรหู (Otodectes cynotis) พบบ่อยที่สุด พบสัตวแพทย์ก่อน ไม่เช็ดเอง
เหลืองเขียว / มีกลิ่นเหม็น อาจมีหนอง ร่วมกับหูแดง หูอักเสบจากแบคทีเรียหรือยีสต์ พบสัตวแพทย์ทันที ห้ามเช็ดเอง
มีเลือดหรือสีน้ำตาลแดง หนาเหนียว หรือมีของเหลวไหล อาจมีแผลในช่องหู หรือ Aural Hematoma พบสัตวแพทย์ฉุกเฉิน
ขาวหรือเทา ลักษณะแห้งแข็ง คล้ายขี้ผึ้ง สิ่งสกปรกสะสม บางครั้งเชื้อรา ปรึกษาสัตวแพทย์

Warning: ห้ามเช็ดหูในกรณีเหล่านี้ เมื่อหูแดง บวม เจ็บปวด หรือมีกลิ่นรุนแรง อาจเป็นสัญญาณหูอักเสบหรือแก้วหูแตก การเช็ดหูเองอาจดันสิ่งสกปรกลึกลงไปและทำให้อาการรุนแรงขึ้น

ใช้อะไรเช็ดหูแมวได้บ้าง

  • น้ำยาล้างหูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ: เลือกสูตรอ่อนโยน ไม่มี Alcohol ไม่มี Hydrogen Peroxide ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนซื้อ
  • สำลีก้อน (Cotton Ball) หรือผ้าก๊อซ: ใช้ซับน้ำยาและขี้หูออกจากส่วนที่มองเห็นได้ มีความนุ่มพอที่จะไม่ระคายเคือง
  • ผ้าขนหนูนุ่มหรือผ้าชุบน้ำ: ใช้เช็ดบริเวณใบหูส่วนนอกได้

วิธีเช็ดหูแมว 7 ขั้นตอนที่ถูกต้อง

เมื่อประเมินสีขี้หูแล้วว่าเช็ดได้ ทำตามลำดับนี้เสมอ

  1. ตัดเล็บก่อนทุกครั้ง: ป้องกันรอยข่วนระหว่างการเช็ด เพราะบางตัวอาจดิ้นหรือเอาอุ้งเท้าไสมือเจ้าของออก
  2. เตรียมอุปกรณ์ให้ครบก่อนจับแมว: น้ำยาล้างหู สำลีก้อน ผ้าเช็ดตัว ขนมรางวัล วางไว้ใกล้มือเพราะห้ามทิ้งแมวคาอ่าง
  3. จัดท่าให้แมวนั่งหันหลังให้: วางบนตัก หรือใช้ผ้าขนหนูห่อตัวแมวเหมือนห่อทารก เหลือแค่หัวโผล่ออกมา วิธีนี้ช่วยลดการดิ้นได้มาก
  4. เปิดใบหูเบาๆ แล้วหยดน้ำยา 1–2 หยด: ถือขวดเหนือช่องหูโดยไม่ให้ปลายขวดแตะหู เมื่อขวดสัมผัสหูอาจปนเปื้อนแบคทีเรียสู่ขวด ฟังเสียงน้ำลงในช่องหูเบาๆ = ปกติ แมวร้องเจ็บปวด = หยุดทันที
  5. นวดฐานหูเบาๆ 20–30 วินาที: จะได้ยินเสียง “ซิกๆ” ของน้ำยาคลายขี้หู แมวหลายตัวชอบขั้นตอนนี้
  6. ปล่อยให้แมวสั่นหัว แล้วจึงเช็ด: การสั่นหัวเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยดันขี้หูที่คลายแล้วออกมาส่วนนอก จากนั้นใช้สำลีก้อนซับเฉพาะส่วนที่มองเห็นและเข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องล้วงลึก
  7. ให้รางวัลทันที: ขนมโปรดทันทีหลังเสร็จ สร้างความเชื่อมโยง “เช็ดหู = ได้รางวัล” ทำทุกครั้ง

เทคนิคสำหรับแมวที่ไม่ยอมเช็ดหู:

  • เช็ดทีละหู: วันแรกเช็ดหูซ้าย วันถัดมาเช็ดหูขวา ลดความเครียดต่อเนื่อง Purina US แนะนำ
  • เล่นให้เหนื่อยก่อน: แมวที่ใช้พลังงานไปแล้วจะสงบและต้านทานน้อยกว่า
  • เริ่มจากการแตะหูโดยไม่ทำอะไร: ค่อยๆ ฝึกให้คุ้นเคยก่อนในวันแรกๆ ใช้เวลาหลายสัปดาห์ถ้าต้องการ
  • ถ้าแมวเครียดรุนแรง: หยุดทันที ไม่บังคับ แนะนำให้สัตวแพทย์หรือ Groomer มืออาชีพทำแทน

ไรในหูแมว (Otodectes cynotis): สาเหตุ อาการ และวิธีรับมือ

ไรในหูแมว (Ear Mites) คือปรสิตตัวร้ายที่พบได้บ่อยที่สุด และเป็น สาเหตุหลักที่ทำให้แมวเกิดภาวะหูอักเสบ! ปรสิตชนิดนี้มีขนาดเล็กจิ๋วมาก หากคุณลองสังเกตเข้าไปในช่องหูที่มีขี้หูดำๆ จะมองเห็นเป็นเพียง จุดสีขาวเล็กๆ ที่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่สร้างความรำคาญและทำลายสุขภาพช่องหูของสัตว์เลี้ยงโดยตรง

อาการที่ต้องสังเกต

อาการ ระดับความรุนแรง ควรทำอะไร
เกาหูบ่อยกว่าปกติ เริ่มต้น ตรวจดูขี้หูและสังเกตต่อ
สั่นหัวหรือสะบัดหัวบ่อย เริ่มต้น – ปานกลาง เปิดหูดูสีขี้หู
ขี้หูสีดำ/น้ำตาลเข้ม คล้ายกากกาแฟ ปานกลาง สัญญาณชัดเจน พบสัตวแพทย์ทันที
มีกลิ่นจากหู ปานกลาง-รุนแรง พบสัตวแพทย์ทันที
มีรอยเกา แผลรอบใบหู รุนแรง พบสัตวแพทย์ทันที
หัวเอียงข้างเดียว เดินไม่ทรงตัว รุนแรงมาก ลุกลามลึก พบสัตวแพทย์ฉุกเฉิน

ไรหูติดต่อได้อย่างไร: ติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่มีไรหู ทั้งแมวด้วยกัน สุนัข และกระต่าย ไรหูสามารถอยู่นอกร่างกายสัตว์ได้ช่วงเวลาสั้นๆ แมวในบ้านที่ไม่ออกนอกก็อาจติดไรหูได้จากแมวตัวใหม่ที่เพิ่งรับมา

ห้ามเช็ดหูเองเมื่อสงสัยว่ามีไรหู: การเช็ดหูเองโดยไม่รู้ว่ามีไรหูหรือไม่ อาจดันไรลึกลงไปหรือทำให้ช่องหูที่อักเสบแล้วยิ่งระคายเคืองมากขึ้น สัตวแพทย์จะวินิจฉัยด้วย Otoscope และสั่งยาหยอดหรือสเปรย์ฆ่าไรที่เหมาะสม โดยทั่วไปรักษาหาย 100% ถ้าพบและรักษาทัน

ถ้าบ้านมีสัตว์เลี้ยงหลายตัว: ต้องรักษาทุกตัวพร้อมกัน เพราะไรหูแพร่ระบาดได้เร็ว แม้ตัวที่ไม่แสดงอาการก็ควรตรวจ

เมื่อไรต้องพบสัตวแพทย์แทนเช็ดหูเอง

ถ้าหูแมวมีสัญญาณเหล่านี้ ห้ามเช็ดหูเอง ต้องพบสัตวแพทย์ก่อน เพราะการเช็ดหูในหูที่อักเสบหรือแก้วหูแตกอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้

  • หูแดง บวม หรือร้อนผิดปกติ: อาการอักเสบที่ต้องการยา
  • ขี้หูสีดำ/น้ำตาลเข้มคล้ายกากกาแฟ: สัญญาณไรหูที่ต้องวินิจฉัยและรักษาด้วยยา
  • มีกลิ่นเหม็นจากหู: หูอักเสบจากแบคทีเรียหรือยีสต์
  • แมวร้องเมื่อแตะหู หรือไม่ยอมให้จับหูเลย: เจ็บปวดในช่องหู
  • มีของเหลว หนอง หรือเลือดไหลออกจากหู: อาจมีแผลลึกหรือแก้วหูแตก
  • หัวเอียงข้างเดียว หรือเดินวนเป็นวงกลม: ติดเชื้อลามสู่หูชั้นใน ฉุกเฉิน
  • แมวเกาหูจนเป็นแผล หรือหูบวมใหญ่ผิดปกติ: อาจเป็น Aural Hematoma (เลือดคั่งในใบหู) ต้องผ่าตัด

วิธีเช็ดหูแมวที่ถูกต้อง เช็กสีขี้หู สัญญาณโรค และรับมือไรหู

คำถามที่พบบ่อยเรื่องวิธีเช็ดหูแมว

Q: ใช้น้ำเกลือหรือน้ำเปล่าเช็ดหูแมวได้ไหม?

ไม่แนะนำสำหรับการเช็ดช่องหูลึก น้ำเปล่าและน้ำเกลือทิ้งความชื้นในช่องหูซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อรา ยีสต์ และแบคทีเรียชอบ น้ำยาล้างหูสำหรับสัตว์เลี้ยงออกแบบมาเพื่อระเหยออกได้เองและช่วยลดความชื้น ใช้น้ำเปล่าเช็ดบริเวณใบหูส่วนนอกได้ แต่ไม่ควรหยดเข้าช่องหู

Q: เช็ดหูแมวแล้วมีขี้หูกลับมาเร็วมากผิดปกติ หมายความว่าอะไร?

ขี้หูที่กลับมาเร็วผิดปกติหลังจากเช็ดแล้ว เป็นสัญญาณที่ควรพบสัตวแพทย์ เพราะร่างกายผลิตขี้หูมากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการระคายเคือง การอักเสบ หรือการติดเชื้อบางอย่าง ไม่ใช่สัญญาณให้เช็ดบ่อยขึ้น

Q: ลูกแมวอายุเท่าไหร่ถึงเช็ดหูได้?

ลูกแมวสุขภาพดีที่แม่ดูแลอยู่ไม่ต้องเช็ดหูตั้งแต่เล็ก เมื่อรับลูกแมวมาบ้านตั้งแต่อายุ 2 เดือน ควรสังเกตหูโดยไม่ต้องเช็ดถ้าไม่มีขี้หูสะสม ถ้าเห็นขี้หูสีน้ำตาลเข้มให้พบสัตวแพทย์เพื่อตรวจก่อน ลูกแมวสามารถรับไรหูจากแม่แมวได้ง่ายถ้าแม่มีไรหูอยู่

Q: ไรในหูแมวติดคนได้ไหม?

ไรหูแมว (Otodectes cynotis) มีรายงานว่าสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังชั่วคราวในคนได้ แต่ไม่สามารถอยู่อาศัยและขยายพันธุ์ในร่างกายมนุษย์ได้ระยะยาว ดังนั้นโอกาสติดเชื้อในคนจึงต่ำมาก อย่างไรก็ตามควรล้างมือทุกครั้งหลังจับต้องแมวที่มีไรหู และรักษาแมวทุกตัวในบ้านพร้อมกัน


เอกสารอ้างอิง (References)


บทความน่าสนใจ

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบเด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? วิธีเลี้ยงให้ปลอดภัยทั้งคู่

ในหลายครอบครัว เด็กกับแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม หากมีผู้ใหญ่คอยดูแลการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พร้อมจัดพื้นที่ของแมวให้เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาด และสอนเด็กให้สัมผัสสัตว์อย่างอ่อนโยน เพราะเด็กอาจยังไม่เข้าใจว่าแมวกำลังกลัว เครียด หรือไม่ต้องการให้จับ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่วนหรือกัดเพื่อป้องกันตัวได้ การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจ็บป่วยหรือเกิดภูมิแพ้เสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้ปกครองควรรู้ เช่น แผลกัดหรือข่วน การสัมผัสเชื้อบางชนิดจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาการแพ้ในเด็กบางคน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยของ ทั้งเด็กและแมว ไปพร้อมกัน หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการดูแลเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสแมว หรือเกิดบาดแผลจากการกัดหรือข่วน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม สารบัญเนื้อหา เด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อเด็กอยู่ใกล้แมว เชื้อราจากแมวติดต่อเด็กได้ไหม? Cat Scratch Disease จากแมวข่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร? เด […]

สุขภาพของสัตว์เลี้ยงต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร? ต้องบีบไหม เช็กอาการผิดปกติ

ต่อมเหม็นสุนัข หรือที่ผู้เลี้ยงมักเรียกว่า ต่อมก้นหรือต่อมข้างก้น โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างของทวาร ผนังถุงมีต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งกลิ่นแรง โดยปกติสุนัขจำนวนมากสามารถระบายสารนี้ออกได้ขณะขับถ่าย จึงไม่ได้จำเป็นต้องกำหนดให้สุนัขทุกตัวบีบต่อมเป็นกิจวัตร แต่หากสุนัขเริ่มไถก้น เลียหรือกัดบริเวณก้นบ่อย ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ มีอาการบวม แดง หรือพบเลือด หนอง และแผลบริเวณข้างทวาร ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะถุงข้างทวารอุดตัน อักเสบ หรือติดเชื้อ รวมถึงความผิดปกติอื่นบริเวณรอบทวารได้ หมายเหตุ: กลิ่นจากก้นหรือพฤติกรรมไถก้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าถุงข้างทวารอุดตันได้ หากสุนัขมีอาการเจ็บ บวม มีแผล เลือด หนอง ขับถ่ายลำบาก หรือมีอาการเกิดซ้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแบบไหนอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ และแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม? 7 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นสุนัขมีปัญหา สาเหตุที่ทำให้ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? สุนัขต้ […]

สุขภาพของสัตว์เลี้ยงต่อมเหม็นแมวคืออะไร? ต้องบีบไหม เช็กสัญญาณอุดตันและอักเสบ

ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค? 6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม? บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม? แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร? ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ? วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิด […]