
ลูกสุนัขเพิ่งคลอดต้องดูแลอย่างไร? คู่มือสำหรับมือใหม่
สุขภาพของสัตว์เลี้ยง
ลูกสุนัขเพิ่งคลอดเป็นช่วงที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะร่างกายของลูกสุนัขแรกเกิดยังบอบบาง ควบคุมอุณหภูมิเองไม่ได้ และยังต้องพึ่งพานมแม่เพื่อรับพลังงานและภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
บทความนี้จะพาไปดูวิธีดูแลลูกสุนัขเพิ่งคลอดสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่สิ่งที่ต้องทำทันทีหลังคลอด การให้นม การกกไฟ การกระตุ้นขับถ่าย ไปจนถึงอาการอันตรายที่ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์
สารบัญเนื้อหา
ลูกสุนัขเพิ่งคลอด ต้องทำอะไรก่อน?
เมื่อลูกสุนัขเพิ่งคลอด สิ่งสำคัญที่สุดคือการเช็กว่า ลูกสุนัขหายใจได้ ตัวอุ่น และได้กินนมแม่
สิ่งที่ควรทำในช่วงแรก ได้แก่
- เช็กว่าลูกสุนัขหายใจปกติหรือไม่
- เช็ดตัวให้แห้ง หากตัวยังเปียกจากการคลอด
- วางลูกสุนัขไว้ใกล้แม่ในพื้นที่อบอุ่น
- ช่วยจับลูกสุนัขให้ดูดนมแม่
- ตรวจว่าลูกสุนัขทุกตัวได้กินนม
- ชั่งน้ำหนักและจดบันทึกแยกรายตัว
หากลูกสุนัขตัวใดไม่ขยับ ซึม ตัวเย็น หรือไม่ยอมดูดนม ควรรีบติดต่อสัตวแพทย์ เพราะลูกสุนัขแรกเกิดอาจอ่อนแรงลงได้รวดเร็ว
ลูกสุนัขแรกเกิดต้องกินนมบ่อยแค่ไหน?
ลูกสุนัขแรกเกิดควรได้กินนมแม่บ่อย ๆ เพราะกระเพาะยังเล็กและต้องการพลังงานต่อเนื่อง โดยทั่วไปในช่วงแรก ลูกสุนัขมักดูดนมทุก 2–3 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นหากยังหิว
สัญญาณว่าลูกสุนัขกินนมพอ ได้แก่
- นอนสงบหลังดูดนม
- ไม่ร้องตลอดเวลา
- ท้องไม่แฟบ
- น้ำหนักค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
- ตัวอุ่นและขยับได้ดี
หากแม่สุนัขไม่มีน้ำนมหรือน้ำนมไม่พอ ควรใช้นมทดแทนสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้นมวัวหรือนมคน เพราะอาจทำให้ท้องเสีย ย่อยยาก หรือได้รับสารอาหารไม่เหมาะสม
4 วิธีดูแลลูกสุนัขเพิ่งคลอด
1. การป้อนนมลูกสุนัขอย่างปลอดภัย
ในกรณีที่ลูกสุนัขต้องกินนมทดแทน เจ้าของควรป้อนอย่างระมัดระวัง เพราะลูกสุนัขแรกเกิดสำลักได้ง่าย
วิธีป้อนนมที่ปลอดภัยคือ
- ใช้ขวดนมและจุกนมสำหรับลูกสุนัข
- อุ่นนมให้อุณหภูมิพอดี ไม่ร้อนเกินไป
- ให้ลูกสุนัขนอนคว่ำในท่าธรรมชาติ
- ห้ามจับลูกสุนัขนอนหงายเพื่อป้อนนม
- ป้อนช้า ๆ ไม่บีบขวดแรง
- หลังป้อนนมให้ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
หากลูกสุนัขมีอาการไอ สำลัก มีน้ำนมออกจมูก หายใจผิดปกติ หรือซึมหลังป้อนนม ควรหยุดป้อนและรีบปรึกษาสัตวแพทย์
2. การให้ความอบอุ่นสำหรับลูกหมาเพิ่งคลอด
ลูกสุนัขแรกเกิดยังควบคุมอุณหภูมิร่างกายเองไม่ได้ จึงต้องอยู่ในพื้นที่อบอุ่น แห้ง และสะอาด เราควรใช้ผ้าปูที่สะอาด แห้ง และเปลี่ยนบ่อย ๆ เพื่อป้องกันความอับชื้นและการติดเชื้อ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรก
เทคนิค : ใช้การกกไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่นได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ร้อนเกินไป ควรจัดพื้นที่ให้ลูกสุนัขสามารถขยับหนีความร้อนได้ ไม่ควรให้ความร้อนจ่อโดยตรงตลอดเวลา
3. วิธีการกระตุ้นการขับถ่าย
ลูกสุนัขแรกเกิดยังขับถ่ายเองได้ไม่ดี ปกติแม่สุนัขจะเลียบริเวณก้นและอวัยวะเพศของลูกเพื่อกระตุ้นให้ฉี่และอึ ในช่วงแรกเราควรสังเกตอุจจาระและปัสสาวะของลูกสุนัข หากมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวมาก ไม่ถ่ายหลายครั้ง หรือมีเลือดปน ควรติดต่อสัตวแพทย์
- ในกรณีถ้าแม่สุนัขไม่ทำ หรือเป็นลูกสุนัขกำพร้า เราต้องช่วยกระตุ้นแทนโดยใช้สำลีหรือผ้านุ่มชุบน้ำอุ่น เช็ดเบา ๆ บริเวณก้นและอวัยวะเพศหลังป้อนนมทุกครั้ง
4. การดูแลสะดือ
ตามปกติสายสะดือลูกสุนัขจะแห้งและหลุดออกเองภายใน 1–2 สัปดาห์ เจ้าของควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ควรไปดึงหรือแกะเอง แต่หากสังเกตเห็นว่าบริเวณสะดือมีหนอง บวมแดง หรือส่งกลิ่นเหม็นผิดปกติ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์
ลูกสุนัขแรกเกิดอ่อนแอได้เร็วมาก หากมีอาการผิดปกติ ไม่ควรรอดูอาการนานเกินไป
ควรรีบพบสัตวแพทย์หากลูกสุนัขมีอาการเหล่านี้
- ไม่ดูดนม
- ตัวเย็น
- ซึม อ่อนแรง
- ร้องไม่หยุด หรือร้องเสียงแหลมผิดปกติ
- หายใจลำบาก
- ท้องเสียหรืออาเจียน
- น้ำหนักไม่ขึ้นหรือลดลง
- มีน้ำนมออกจมูกหลังป้อน
- สะดือบวม แดง มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ
- แม่สุนัขไม่ยอมเลี้ยงลูกหรือกัดลูก
อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะอ่อนแรง ขาดนม ตัวเย็น ติดเชื้อ หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว
วิธีการดูแลแม่สุนัขหลังคลอด
การดูแลแม่สุนัขสำคัญไม่แพ้การดูแลลูก เพราะถ้าแม่สุนัขแข็งแรง มีน้ำนม และไม่เครียด ลูกสุนัขก็มีโอกาสเติบโตได้ดีขึ้น
วิธีดูแลแม่สุนัขหลังคลอด ได้แก่
- จัดพื้นที่ให้เงียบ สะอาด และปลอดภัย
- เตรียมน้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา
- ให้อาหารที่มีพลังงานและสารอาหารเพียงพอ
- ตรวจว่าแม่สุนัขยอมให้ลูกดูดนมหรือไม่
- สังเกตเต้านมว่าบวม แดง ร้อน หรือเจ็บหรือไม่
- ลดการรบกวนจากคนหรือสัตว์ตัวอื่น
- สังเกตอาการซึม ไข้ ไม่กินอาหาร หรือตกขาวผิดปกติ
หากแม่สุนัขไม่มีน้ำนม ไม่ยอมเลี้ยงลูก มีไข้ หรือดูเจ็บปวดมาก ควรพาไปพบสัตวแพทย์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับลูกสุนัขเพิ่งคลอด
Q: ลูกสุนัขเพิ่งคลอดต้องทำอะไรก่อน?
ควรเช็กว่าลูกสุนัขหายใจได้ ตัวอุ่น และได้ดูดนมแม่ หากลูกสุนัขไม่ขยับ ตัวเย็น หรือไม่กินนม ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์
Q: ลูกสุนัขกินนมทุกกี่ชั่วโมง?
ในช่วงแรก ลูกสุนัขมักต้องกินนมทุก 2–3 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและปริมาณน้ำนมแม่
Q: ลูกสุนัขกินนมวัวได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะนมวัวมีสารอาหารไม่เหมาะกับลูกสุนัขแรกเกิด และอาจทำให้ท้องเสียได้
Q: ลูกสุนัขตัวเย็นอันตรายไหม?
อันตรายมาก เพราะลูกสุนัขแรกเกิดยังควบคุมอุณหภูมิเองไม่ได้ หากตัวเย็นอาจทำให้ไม่ยอมดูดนม อ่อนแรง และเสี่ยงเสียชีวิตได้
Q: ลูกสุนัขร้องไม่หยุดเกิดจากอะไร?
อาจเกิดจากหิว หนาว เจ็บป่วย ท้องอืด หรือกินนมไม่พอ หากร้องต่อเนื่องผิดปกติควรตรวจอาการและปรึกษาสัตวแพทย์
Q: อาการแบบไหนต้องรีบพาไปหาหมอ?
อาการที่ควรรีบพบสัตวแพทย์ ได้แก่ ไม่กินนม ตัวเย็น ซึม หายใจลำบาก ท้องเสีย อาเจียน ร้องไม่หยุด น้ำหนักลด หรือสะดือบวมแดงมีกลิ่น
อ้างอิงจาก
- Merck Veterinary Manual – Management of the Neonate in Dogs and Cats https://www.merckvetmanual.com/management-and-nutrition/management-of-the-neonate/management-of-the-neonate-in-dogs-and-cats
- American Kennel Club (AKC) – Raising Newborn Puppies https://www.akc.org/expert-advice/dog-breeding/raising-newborn-puppies/
- VCA Animal Hospitals – Raising Puppies https://vcahospitals.com/know-your-pet/puppy-raising
- PetMD – Caring for Newborn Puppies https://www.petmd.com/general-health/dog/caring-newborn-puppies
- Pedigree Thailand – อาการลูกสุนัขแรกคลอดเสียชีวิต – อาการ การป้องกัน และการรักษา https://www.pedigree.co.th/caring/medical-care/fading-puppy-syndrome
บทความน่าสนใจ

ในหลายครอบครัว เด็กกับแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม หากมีผู้ใหญ่คอยดูแลการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พร้อมจัดพื้นที่ของแมวให้เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาด และสอนเด็กให้สัมผัสสัตว์อย่างอ่อนโยน เพราะเด็กอาจยังไม่เข้าใจว่าแมวกำลังกลัว เครียด หรือไม่ต้องการให้จับ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่วนหรือกัดเพื่อป้องกันตัวได้ การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจ็บป่วยหรือเกิดภูมิแพ้เสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้ปกครองควรรู้ เช่น แผลกัดหรือข่วน การสัมผัสเชื้อบางชนิดจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาการแพ้ในเด็กบางคน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยของ ทั้งเด็กและแมว ไปพร้อมกัน หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการดูแลเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสแมว หรือเกิดบาดแผลจากการกัดหรือข่วน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม สารบัญเนื้อหา เด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อเด็กอยู่ใกล้แมว เชื้อราจากแมวติดต่อเด็กได้ไหม? Cat Scratch Disease จากแมวข่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร? เด […]

ต่อมเหม็นสุนัข หรือที่ผู้เลี้ยงมักเรียกว่า ต่อมก้นหรือต่อมข้างก้น โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างของทวาร ผนังถุงมีต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งกลิ่นแรง โดยปกติสุนัขจำนวนมากสามารถระบายสารนี้ออกได้ขณะขับถ่าย จึงไม่ได้จำเป็นต้องกำหนดให้สุนัขทุกตัวบีบต่อมเป็นกิจวัตร แต่หากสุนัขเริ่มไถก้น เลียหรือกัดบริเวณก้นบ่อย ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ มีอาการบวม แดง หรือพบเลือด หนอง และแผลบริเวณข้างทวาร ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะถุงข้างทวารอุดตัน อักเสบ หรือติดเชื้อ รวมถึงความผิดปกติอื่นบริเวณรอบทวารได้ หมายเหตุ: กลิ่นจากก้นหรือพฤติกรรมไถก้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าถุงข้างทวารอุดตันได้ หากสุนัขมีอาการเจ็บ บวม มีแผล เลือด หนอง ขับถ่ายลำบาก หรือมีอาการเกิดซ้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแบบไหนอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ และแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม? 7 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นสุนัขมีปัญหา สาเหตุที่ทำให้ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? สุนัขต้ […]

ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค? 6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม? บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม? แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร? ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ? วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิด […]




