ตุลาคม 14, 2026

อาหารแมวป่วย เลือกอย่างไรให้เหมาะกับโรค?

อาหารและโภชนาการ

อาหารแมวป่วย เลือกอย่างไรให้เหมาะกับโรค?


เมื่อแมวป่วย การเลือกอาหารควรให้ความสำคัญกับ สูตรเฉพาะโรคหรืออาหารพักฟื้น (Recovery Diet) ที่เหมาะกับภาวะของแมว โดยอาหารพักฟื้นมักออกแบบให้ ย่อยง่าย ให้พลังงานและสารอาหารเข้มข้น รวมถึงมีความน่ากินสูง เพื่อช่วยให้แมวที่ซึม เบื่ออาหาร หรือกินได้น้อยได้รับสารอาหารเพียงพอ ขณะที่แมวที่มีโรคเฉพาะ เช่น โรคไต โรคทางเดินปัสสาวะ หรือโรคทางเดินอาหาร อาจต้องใช้อาหาร Veterinary Diet ที่ปรับสารอาหารให้เหมาะกับโรคนั้นโดยตรง ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกสูตรอาหารที่เหมาะกับสาเหตุและอาการป่วยของแมวแต่ละตัวมากที่สุด

ดังนั้นก่อนเปลี่ยนอาหาร ควรรู้ก่อนว่าแมวกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้น กินอาหารได้น้อย หรือได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคเฉพาะ หากแมวมีอาการซึม ไม่กินอาหาร อาเจียนหรือท้องเสียต่อเนื่อง ปัสสาวะผิดปกติ หายใจผิดปกติ หรือน้ำหนักลด ควรพาไปพบสัตวแพทย์ ไม่ควรแก้ด้วยการเปลี่ยนอาหารเพียงอย่างเดียว

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลด้านโภชนาการเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากสัตวแพทย์ โดยเฉพาะอาหาร Veterinary Diet หรือ Therapeutic Diet ควรใช้ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

สารบัญเนื้อหา

อาหารแมวป่วยคืออะไร?

คำว่า อาหารแมวป่วย เป็นคำกว้าง ๆ ที่เจ้าของมักใช้เรียกอาหารสำหรับแมวที่สุขภาพไม่ปกติ แต่ในทางโภชนาการสามารถแบ่งได้หลายประเภท และแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์ต่างกัน

แบ่งเป็นประเภทอาหารได้ดังนี้ :

1. อาหารทั่วไปแบบ Complete & Balanced

เป็นอาหารหลักที่ให้สารอาหารครบถ้วนและสมดุล เหมาะกับแมวสุขภาพทั่วไป โดยควรเลือกสูตรให้ตรงกับช่วงวัย เช่น ลูกแมว แมวโต หรือแมวสูงวัย อาหารกลุ่มนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจัดการโรคเฉพาะ หากแมวได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคบางชนิด อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้อาหารที่ควบคุมสารอาหารเฉพาะตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

สามารถศึกษาวิธีตรวจสอบข้อมูลบนฉลากเพิ่มเติมได้จากบทความ เช็กเลขทะเบียนอาหารแมว

2. Recovery Diet หรืออาหารสำหรับแมวพักฟื้น

Recovery Diet หรือ Convalescence Diet มักใช้ในช่วงที่แมวกำลังพักฟื้นจากการเจ็บป่วย การผ่าตัด หรือมีภาวะที่ทำให้กินอาหารได้น้อย โดยสูตรประเภทนี้มักให้ความสำคัญกับ

  • พลังงานต่อปริมาณอาหารที่เหมาะสม
  • ความน่ากิน
  • เนื้อสัมผัสที่กินง่าย
  • โปรตีนและสารอาหารที่เหมาะกับการฟื้นฟูร่างกาย

อย่างไรก็ตาม Recovery Diet ไม่ได้หมายถึงอาหารสำหรับรักษาทุกโรค หากแมวมีโรคไต โรคทางเดินปัสสาวะ หรือโรคอื่นที่ต้องควบคุมสารอาหารเฉพาะ อาจต้องใช้อาหารอีกประเภทหนึ่ง

3. Veterinary Diet หรือ Therapeutic Diet

Veterinary Diet หรืออาหารประกอบการรักษาโรค เป็นอาหารที่ออกแบบโภชนาการเพื่อรองรับโรคหรือภาวะสุขภาพเฉพาะ เช่น การควบคุมน้ำหนัก โรคไต โรคทางเดินปัสสาวะ โรคระบบทางเดินอาหาร หรือภาวะแพ้อาหาร ซึ่งแต่ละโรคจะต้องเลือกใช้สูตรอาหารที่แตกต่างกันไป

ขั้นตอนก่อนเลือกอาหารแมวป่วย

อาการเดียวกันสามารถเกิดจากหลายโรค เช่น แมวไม่กินอาหาร อาจสัมพันธ์กับปัญหาในช่องปาก คลื่นไส้ โรคไต โรคตับ โรคทางเดินอาหาร ความเจ็บปวด ความเครียด หรือโรคอื่น ๆ

ดังนั้นแนวทางที่เหมาะสมควรเป็น

อาการผิดปกติ → ตรวจหาสาเหตุ → วินิจฉัยโรค → กำหนดเป้าหมายด้านโภชนาการ → เลือกสูตรอาหาร

ไม่ควรเป็น

อาการผิดปกติ → ซื้ออาหารสูตรโรคทันที

นอกจากนั้นควรสังเกตอาการแมวควบคู่ด้วย หากแมวกินอาหารน้อยลง แมวเบื่ออาหาร และหากเป็นพฤติกรรมเลือกกินโดยไม่มีอาการเจ็บป่วยร่วม

อาหารแมวป่วยแต่ละโรคควรเลือกอย่างไร?

การเลือกอาหารควรดู “เป้าหมายด้านโภชนาการ” ของโรคนั้น ๆ มากกว่าดูเพียงว่าอาหารย่อยง่ายหรือมีโปรตีนสูง

โรคหรือภาวะ เป้าหมายด้านอาหาร อาหารที่อาจใช้
พักฟื้น / หลังผ่าตัด ช่วยให้ได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอแม้กินได้น้อย Recovery Diet
โรคไต จัดการสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของไตและรักษาภาวะโภชนาการ Renal Veterinary Diet
โรคทางเดินปัสสาวะ ควบคุมสมดุลแร่ธาตุและสภาพแวดล้อมของปัสสาวะตามชนิดปัญหา Urinary Diet ตามการวินิจฉัย
โรคทางเดินอาหาร เน้นความสามารถในการย่อย ไฟเบอร์ และไขมันตามสาเหตุของโรค Gastrointestinal Diet
โรคอ้วน ลดพลังงาน ควบคุมไขมัน รักษามวลกล้ามเนื้อและเพิ่มความอิ่ม Weight Management Diet
แพ้อาหาร ควบคุมแหล่งโปรตีนหรือใช้โปรตีนที่ผ่านการย่อย Hydrolyzed / Elimination Diet
เบาหวาน ควบคุมพลังงานและองค์ประกอบสารอาหารให้เหมาะกับแผนรักษา Veterinary Diet ตามสัตวแพทย์
โรคตับ ปรับโปรตีน พลังงาน และสารอาหารตามชนิดโรค ต้องเลือกตามการวินิจฉัย

Recovery Diet กับ Veterinary Diet ต่างกันอย่างไร?

แม้ทั้งสองประเภทจะถูกใช้ในแมวที่มีปัญหาสุขภาพ แต่มีเป้าหมายต่างกัน

Recovery Diet Veterinary / Therapeutic Diet
เน้นช่วงพักฟื้นหรือกินอาหารได้น้อย เน้นจัดการโภชนาการของโรคเฉพาะ
มักให้ความสำคัญกับพลังงานและความน่ากิน ปรับสารอาหารตามโรค
อาจใช้ในช่วงเวลาหนึ่งตามอาการ ระยะเวลาการใช้ขึ้นกับโรคและแผนรักษา
ไม่ได้เป็นอาหารสำหรับโรคทุกประเภท แต่ละสูตรมีข้อบ่งใช้เฉพาะ

ดังนั้น แมวหลังผ่าตัดที่กินได้น้อยกับแมวที่เป็นโรคไตอาจต้องการอาหารคนละประเภท แม้ว่าทั้งคู่จะเรียกได้ว่าเป็น “แมวป่วย” เหมือนกัน

แมวป่วยไม่กินอาหาร ควรทำอย่างไร?

การไม่กินอาหารเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการซึม อาเจียน ท้องเสีย มีไข้ หายใจผิดปกติ ปัสสาวะผิดปกติ หรือมีน้ำหนักลด

หากแมวกินอาหารไม่เพียงพอเป็นเวลานาน โดยเฉพาะแมวที่มีน้ำหนักเกิน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไขมันสะสมในตับหรือ Feline Hepatic Lipidosis ได้ จึงไม่ควรปล่อยให้แมวงดอาหารต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ตรวจหาสาเหตุ

ในกรณีที่สัตวแพทย์ประเมินแล้วว่าแมวยังสามารถกินเองได้ เจ้าของอาจช่วยเพิ่มความอยากอาหารโดย

  1. แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ และให้บ่อยขึ้น
  2. ใช้อาหารที่มีกลิ่นและเนื้อสัมผัสที่แมวยอมรับ
  3. อุ่นอาหารเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นชัดขึ้น
  4. จัดพื้นที่กินอาหารให้เงียบและไม่มีสิ่งรบกวน
  5. เตรียมน้ำสะอาดให้เข้าถึงง่ายตลอดเวลา

หากแมวน้ำหนักลดหรือกินอาหารไม่เพียงพอต่อเนื่อง ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และเราไม่ควรบังคับป้อนอาหารหรือป้อนด้วยไซริงค์เองหากสัตวแพทย์ไม่ได้แนะนำวิธี เพราะหากป้อนไม่ถูกต้องอาจทำให้แมวสำลักอาหารเข้าสู่ทางเดินหายใจ และอาจทำให้แมวยิ่งต่อต้านอาหารมากขึ้น

4 ประเภทของอาหารแมวป่วย

รูปแบบอาหารที่เหมาะไม่ได้ขึ้นกับโรคเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับความอยากอาหาร การเคี้ยว การดื่มน้ำ และคำแนะนำของสัตวแพทย์

อาหารเม็ด

ข้อดีคือสามารถตวงปริมาณได้ง่าย เก็บรักษาสะดวก และโดยทั่วไปให้พลังงานในปริมาตรไม่มาก เหมาะกับแมวที่ยังสามารถเคี้ยวและกินอาหารเองได้ตามปกติ

อาหารเปียก

มีความชื้นสูงกว่าอาหารเม็ด จึงช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่ได้รับจากอาหาร และมีกลิ่นหรือเนื้อสัมผัสที่แมวบางตัวชอบมากกว่า

Recovery แบบมูสหรือพาเต

เนื้อสัมผัสละเอียดและมักออกแบบให้มีความน่ากิน เหมาะกับสัตว์ที่กำลังพักฟื้นหรือกินอาหารได้ในปริมาณน้อยตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

อาหารเหลวหรือ Tube Feeding Diet

ใช้สำหรับการสนับสนุนด้านโภชนาการในกรณีเฉพาะ เช่น แมวที่ไม่สามารถกินอาหารได้เพียงพอด้วยตัวเอง ซึ่งควรอยู่ภายใต้แผนการให้อาหารของสัตวแพทย์

สำหรับแมวที่มีโรคอ้วน เลือกอาหาร Veterinary Weight Management

โรคอ้วนเป็นอีกหนึ่งภาวะที่ต้องจัดการโภชนาการอย่างจริงจัง เพราะการลดอาหารทั่วไปลงอย่างเดียวอาจทำให้แมวได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และอาจสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปพร้อมกับน้ำหนัก

อาหารสำหรับ Weight Management จึงมักออกแบบให้

  • ควบคุมพลังงานและไขมัน
  • ให้โปรตีนเพียงพอเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ
  • มีไฟเบอร์ช่วยเพิ่มความอิ่ม
  • มีสารอาหารที่สนับสนุนการเผาผลาญพลังงาน

หากต้องการศึกษาการเลือกระหว่างอาหารสูตรควบคุมน้ำหนักและ Veterinary Diet

Perfecta Veterinary Diet Weight Management สำหรับแมว

สำหรับแมวโตที่สัตวแพทย์ประเมินว่ามีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะโรคอ้วน และจำเป็นต้องลดน้ำหนักอย่างเป็นระบบ เราขอแนะนำ Perfecta Veterinary Diet Weight Management Cat เป็นอาหารประกอบการรักษาโรคที่ออกแบบมาสำหรับการจัดการน้ำหนักโดยเฉพาะ

จุดเด่นของสูตร

  • โปรตีนไม่น้อยกว่า 34% เพื่อช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อระหว่างการลดน้ำหนัก
  • ควบคุมไขมัน โดยมีไขมันประมาณ 9–13%
  • ไฟเบอร์สูงประมาณ 10–14% เพื่อช่วยเพิ่มความอิ่ม
  • L-Carnitine 500 ppm สนับสนุนกระบวนการนำไขมันไปใช้เป็นพลังงาน
  • มี Chondroitin และ Glucosamine เพื่อสนับสนุนการดูแลข้อต่อในแมวที่มีน้ำหนักเกิน
  • สูตรอยู่ภายใต้แนวคิด Low Fat and Carbohydrate, High Fiber

เหมาะสำหรับ

  • แมวโตที่มีน้ำหนักเกิน
  • แมวที่ได้รับการประเมินว่ามีภาวะโรคอ้วน
  • แมวที่อยู่ในโปรแกรมลดน้ำหนักกับสัตวแพทย์
  • แมวที่ต้องควบคุมน้ำหนักหลังจากลดน้ำหนักสำเร็จ

เนื่องจากเป็น Veterinary Diet ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อคำนวณน้ำหนักเป้าหมาย ปริมาณอาหาร และอัตราการลดน้ำหนักให้เหมาะกับแมวแต่ละตัว

สำหรับแมวหายป่วย ต้องการดูแลสุขภาพระยะยาว

ไม่ใช่แมวทุกตัวที่ต้องกิน Veterinary Diet ตลอดชีวิต ระยะเวลาขึ้นกับชนิดของโรคและคำแนะนำของสัตวแพทย์ เมื่อตรวจแล้วว่าแมวไม่มีโรคที่ต้องใช้สูตร Veterinary Diet ต่อ และต้องการอาหารสำหรับดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน สามารถเลือกอาหารที่ให้สารอาหารครบถ้วนและเหมาะกับช่วงวัยได้

Perfecta Wellness สำหรับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

Perfecta Wellness เป็นอาหารสำหรับแมวทั่วไป ไม่ใช่อาหารรักษาโรค จึงเหมาะกับช่วงที่แมวกลับมามีสุขภาพปกติและสัตวแพทย์ไม่ได้กำหนดให้ควบคุมอาหารเฉพาะโรค

จุดเด่นของสูตร

  • เนื้อสดเกรด Human Grade เป็นส่วนผสมอันดับ 1
  • 3X Biotics ประกอบด้วย Prebiotics, Probiotics และ Postbiotics สำหรับสนับสนุนสุขภาพทางเดินอาหาร
  • Superfoods 6 สี
  • วิตามินและแร่ธาตุ 1.5X
  • Salmon Oil ซึ่งเป็นแหล่งของ Omega 3 และ 6
  • ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์ ข้าวโพด ข้าวสาลี และกลูเตน ตามข้อมูลสูตรผลิตภัณฑ์

เหมาะสำหรับ: แมวสุขภาพทั่วไปที่ต้องการอาหารหลักสำหรับดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน หลังสัตวแพทย์ประเมินว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาหารเฉพาะโรคต่อ

วิธีอ่านฉลากอาหารแมวป่วยก่อนเลือกซื้อ

ก่อนเลือกอาหารสำหรับแมวที่มีปัญหาสุขภาพ ควรตรวจข้อมูลอย่างน้อย 7 จุด

  1. ข้อบ่งใช้ (Indication)
    ตรวจว่าอาหารออกแบบสำหรับโรคหรือภาวะใด
  2. ข้อห้ามหรือข้อควรระวัง (Contraindication)
    อาหารบางสูตรอาจไม่เหมาะกับลูกแมว แม่แมว หรือแมวที่มีโรคอื่นร่วมด้วย
  3. Guaranteed Analysis
    ดูโปรตีน ไขมัน ไฟเบอร์ ความชื้น และแร่ธาตุสำคัญ
  4. พลังงานหรือ Calories
    มีความสำคัญมากสำหรับแมวที่ผอม กินได้น้อย หรือต้องควบคุมน้ำหนัก
  5. Feeding Recommendation
    ปริมาณอาหาร Veterinary Diet ไม่จำเป็นต้องเท่ากับอาหารเดิม
  6. Life Stage
    ตรวจว่าสูตรเหมาะกับลูกแมว แมวโต หรือแมวสูงวัย
  7. ประเภทอาหารและเลขทะเบียน
    โดยเฉพาะอาหารประกอบการรักษาโรค ควรตรวจข้อมูลบนฉลากให้ครบถ้วน

อาหารแมวป่วย เลือกอย่างไรให้เหมาะกับโรค?

เปลี่ยนอาหารแมวป่วยอย่างไรให้ปลอดภัย?

สำหรับแมวสุขภาพทั่วไป การเปลี่ยนอาหารแมว แบบค่อยเป็นค่อยไปช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาระบบทางเดินอาหารได้

แต่สำหรับแมวป่วย ไม่ควรยึดกฎเปลี่ยนอาหาร 7 วันแบบตายตัวในทุกกรณี เพราะบางสถานการณ์สัตวแพทย์อาจต้องการให้เปลี่ยนเป็นอาหารเฉพาะโรคทันที ขณะที่บางตัวอาจต้องใช้เวลาในการปรับอาหารเพื่อให้ยอมกิน

ระหว่างการเปลี่ยนอาหารควรติดตาม

  • ปริมาณอาหารที่กินจริง
  • น้ำหนักตัว
  • การอาเจียน
  • ลักษณะอุจจาระ
  • การดื่มน้ำ
  • การปัสสาวะ
  • ความกระฉับกระเฉง
  • อาการของโรคเดิม

หากเปลี่ยนแล้วแมวไม่ยอมกินเลย ไม่ควรปล่อยไว้นานหรือพยายามอดอาหารเพื่อบังคับให้กิน ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมกว่า

อาการแบบไหนที่ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์?

ควรรีบพาแมวไปตรวจหากพบอาการ เช่น

  • ไม่กินอาหารหรือกินลดลงอย่างชัดเจนต่อเนื่อง
  • ซึม ไม่มีแรง หรือหลบซ่อนผิดปกติ
  • อาเจียนหลายครั้ง
  • ท้องเสียต่อเนื่องหรือมีเลือดปน
  • น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
  • ดื่มน้ำหรือปัสสาวะมากผิดปกติ
  • เบ่งปัสสาวะแต่ปัสสาวะไม่ออก
  • หายใจลำบากหรือหายใจผิดปกติ
  • มีอาการเจ็บปวด
  • หลังผ่าตัดแล้วไม่ยอมกินอาหารหรืออาการไม่ดีขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารแมวป่วย

แมวป่วยควรกินอาหารอะไร?

ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการป่วย หากอยู่ในช่วงพักฟื้นอาจใช้อาหาร Recovery แต่หากมีโรคเฉพาะ เช่น โรคไต โรคอ้วน หรือโรคทางเดินปัสสาวะ อาจจำเป็นต้องใช้ Veterinary Diet ที่ออกแบบสำหรับโรคนั้นตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

แมวป่วยไม่กินอาหารทำอย่างไร?

ควรหาสาเหตุก่อน เพราะการไม่กินอาหารอาจเกิดจากความเจ็บปวด คลื่นไส้ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคไต หรือโรคอื่น หากไม่กินอย่างผิดปกติหรือมีอาการซึม อาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย ควรติดต่อสัตวแพทย์โดยเร็ว

อาหาร Recovery ต่างจาก Veterinary Diet อย่างไร?

Recovery Diet เน้นช่วยให้สัตว์ที่พักฟื้นได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอ ขณะที่ Veterinary Diet ออกแบบสารอาหารเพื่อจัดการโรคหรือภาวะเฉพาะ เช่น โรคไต โรคอ้วน หรือโรคทางเดินปัสสาวะ

แมวป่วยกินอาหารเปียกดีกว่าอาหารเม็ดไหม?

ไม่เสมอไป อาหารเปียกช่วยเพิ่มน้ำและอาจมีความน่ากินสูง แต่สารอาหารในสูตรต้องเหมาะกับโรคด้วย จึงควรเลือกจากภาวะสุขภาพมากกว่ารูปแบบอาหารเพียงอย่างเดียว

แมวปกติกิน Veterinary Diet ได้ไหม?

ไม่แนะนำให้ใช้ Veterinary Diet เป็นอาหารทั่วไปโดยไม่มีความจำเป็น เพราะสูตรถูกออกแบบให้ปรับสารอาหารบางชนิดเพื่อภาวะเฉพาะ ควรให้สัตวแพทย์ประเมินก่อนว่าเหมาะกับแมวหรือไม่


บทความน่าสนใจ

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบเด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? วิธีเลี้ยงให้ปลอดภัยทั้งคู่

ในหลายครอบครัว เด็กกับแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม หากมีผู้ใหญ่คอยดูแลการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พร้อมจัดพื้นที่ของแมวให้เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาด และสอนเด็กให้สัมผัสสัตว์อย่างอ่อนโยน เพราะเด็กอาจยังไม่เข้าใจว่าแมวกำลังกลัว เครียด หรือไม่ต้องการให้จับ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่วนหรือกัดเพื่อป้องกันตัวได้ การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจ็บป่วยหรือเกิดภูมิแพ้เสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้ปกครองควรรู้ เช่น แผลกัดหรือข่วน การสัมผัสเชื้อบางชนิดจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาการแพ้ในเด็กบางคน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยของ ทั้งเด็กและแมว ไปพร้อมกัน หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการดูแลเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสแมว หรือเกิดบาดแผลจากการกัดหรือข่วน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม สารบัญเนื้อหา เด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อเด็กอยู่ใกล้แมว เชื้อราจากแมวติดต่อเด็กได้ไหม? Cat Scratch Disease จากแมวข่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร? เด […]

สุขภาพของสัตว์เลี้ยงต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร? ต้องบีบไหม เช็กอาการผิดปกติ

ต่อมเหม็นสุนัข หรือที่ผู้เลี้ยงมักเรียกว่า ต่อมก้นหรือต่อมข้างก้น โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างของทวาร ผนังถุงมีต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งกลิ่นแรง โดยปกติสุนัขจำนวนมากสามารถระบายสารนี้ออกได้ขณะขับถ่าย จึงไม่ได้จำเป็นต้องกำหนดให้สุนัขทุกตัวบีบต่อมเป็นกิจวัตร แต่หากสุนัขเริ่มไถก้น เลียหรือกัดบริเวณก้นบ่อย ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ มีอาการบวม แดง หรือพบเลือด หนอง และแผลบริเวณข้างทวาร ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะถุงข้างทวารอุดตัน อักเสบ หรือติดเชื้อ รวมถึงความผิดปกติอื่นบริเวณรอบทวารได้ หมายเหตุ: กลิ่นจากก้นหรือพฤติกรรมไถก้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าถุงข้างทวารอุดตันได้ หากสุนัขมีอาการเจ็บ บวม มีแผล เลือด หนอง ขับถ่ายลำบาก หรือมีอาการเกิดซ้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแบบไหนอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ และแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม? 7 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นสุนัขมีปัญหา สาเหตุที่ทำให้ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? สุนัขต้ […]

สุขภาพของสัตว์เลี้ยงต่อมเหม็นแมวคืออะไร? ต้องบีบไหม เช็กสัญญาณอุดตันและอักเสบ

ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค? 6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม? บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม? แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร? ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ? วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิด […]