
วิธีเลือกขนมให้สุนัข อร่อยถูกใจ แถมได้ประโยชน์!
รีวิว อาหาร ของเล่น อุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงเมื่อคุณเข้าไปในร้านขายของสัตว์เลี้ยง นอกจากอาหารสัตว์ที่ละลานตาแล้ว ก็คงมีขนมสุนัขที่มีให้เลือกกันจนตาลาย ซึ่งต่างก็มีเพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย เช่น การฝึกสุนัข การให้รางวัล หรือเพื่อแสดงให้สุนัขเห็นว่ามนุษย์อย่างเราเป็นมิตร แต่จะเราจะเลือกขนมสุนัขแบบไหนดีถึงจะเหมาะกับน้องหมาของเรา เราได้รวมข้อมูลของขนมสุนัขทั้ง 5 ประเภทมาให้เราตัดสินใจซื้อกันง่ายมากขึ้น มีอะไรบ้างไปดูกันได้เลย
สารบัญเนื้อหา
5 ประเภท ขนมสุนัขที่มีประโยชน์
ขนมสุนัขอบแห้ง
ขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่คนเลี้ยงสุนัข เนื่องจากมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และมีลักษณะเหมือนเนื้อสัตว์จริง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อสัตว์จริงที่ถูกอบแห้ง นำน้ำในเนื้อออกไปและผ่านกรรมวิธีทำให้กลิ่นชัดเจนขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นขนมที่ให้โปรตีนสูง แต่ต้องให้ในปริมาณที่ระวัง เนื่องจากอาจจะให้น้องหมาติดและไม่ทานอาหารมื้อหลัก รวมไปถึงต้องระวังค่าโซเดียมหรือสารปรุงแต่งรสชาติอื่น ๆ ด้วย
ขนมสุนัขกรุบกรอบ
ขนมสุนัขชนิดกรุบกรอบส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบ บิสกิต หรือคุกกี้ที่มีสีสันสวยงาม หอม และกรอบ รับประทานง่าย เคี้ยวสนุก จึงทำให้ผู้ฝึกสุนัขบางส่วนนิสัยให้ขนมชนิดนี้เนื่องจากเคี้ยวง่าย หมดอย่างรวดเร็ว เหมาะแก่การฝึกสุนัขที่ต้องทำเวลารวดเร็ว ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ด้วยสีสันที่สดใส เจ้าของสุนัขอาจต้องระวังเหล่าสารปรุงแต่งรส สี สารกันบูด ข้าวโพด หรือข้าวสาลีในขนมด้วย
ขนมสุนัขแบบแท่ง
นับว่าเป็นขนมยอดนิยมเลยก็ว่าได้ ด้วยลักษณะที่แท่งยาว อ่อนนุ่ม บางครั้งก็มาในลักษณะแผ่นแบนยาว ทานได้นาน ส่วนใหญ่จะทำมาจากเนื้อสัตว์ปรุงรส กลิ่นต่าง ๆ จนน่าทาน ในส่วนของขนมชนิดนี้นอกจากส่วนผสมที่อาจมีโซเดียมมากเกินไป เจ้าของอาจให้ได้ไม่บ่อย หรือให้ได้ในปริมาณน้อย ต้องแบ่งครึ่งให้ เพื่อป้องกันการทานไม่หมดและทิ้งไว้จนสกปรก มีเชื้อโรคเกิดขึ้น
ขนมสุนัขFreeze-Dried
นับว่าเป็นขนมที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้ เนื่องจากจะเป็นเนื้อสัตว์แท้ ที่ทำมา Freeze-Dried เท่านั้น ไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ เพิ่มเติมและสามารถคืนรูปได้ด้วยการแช่น้ำเป็นต้น ในส่วนนี้เจ้าของนิยมให้ควบคู่กับมื้ออาหารเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มสารอาหารด้วย เพราะตัวขนมจะไม่มีการแต่งกลิ่นรุนแรงเท่าขนมในรูปแบบอื่น ๆ
ขนมสุนัขขัดฟัน
แน่นอนว่าขนมสุนัขแบบขัดฟัน มีจุดประสงค์หลักเพื่อดูแลฟันสุนัขโดยตรง ไม่ใช่แค่เพื่อความอิ่ม อร่อย เท่านั้น ลักษณะทั่วไปจะค่อนข้างแข็ง มีมุมเหลี่ยมเพื่อให้เข้าถึงซอกฟันอย่างไรก็ตาม ขนมขัดฟันบางชนิดอาจมีแคลอรี่สูง จึงไม่ควรให้เกินวันละ 1 ชิ้น เพื่อป้องกันปัญหาน้ำหนักเกิน
5 ขนมสุนัข เสริมสร้างสุขภาพดี ฟันสวย จาก Dog n Joy
อยากได้ขนมที่ช่วยให้น้องหมาปากสุขภาพดี หอม ฟันสะอาด พร้อมบำรุงร่างกาย Dog n Joy ขอแนะนำ 5 สูตรบำรุงร่างกายสำหรับหมาสายพันธุ์เล็กและใหญ่
1. ด็อก เอ็นจอย เดนท์แคร์ ขนมขัดฟัน สุนัขโตพันธุ์กลาง-ใหญ่
ขนมสุนัขขัดฟัน ด็อกเอ็นจอย เดนท์แคร์ สำหรับหมาสายพันธุ์กลาง-ใหญ่ ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป นอกจากน้องหมาจะเพลิดเพลินไปกับการแทะขนม ลดความเครียดแล้ว ยังช่วยให้ฟันสะอาด หอมสดชื่น ลดคราบหินปูน ด้วยขนมรูปทรง 5 เหลี่ยมที่เหมาะพอดีสำหรับฟันน้องหมา เคี่ยวง่าย หอม อร่อย มีให้เลือกหลากหลายรสชาติ
2. ด็อก เอ็นจอย เดนท์แคร์ ขนมขัดฟัน สุนัขโตพันธุ์เล็ก
ขนมขัดฟันสุนัข สำหรับสายพันธุ์เล็ก ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป ขนาด 5 เหลี่ยมที่ไม่ใหญ่จนเกินไปเหมาะสำหรับสุนัขตัวเล็ก ขัดฟันสะอาด ลดกลิ่นปาก พร้อมทำความสะอาดคราบต่างๆ นอกจากมีให้เลือกหลายรสชาติแล้วยังมีสูตรสำหรับน้องหมาที่แพ้เนื้อสัตว์อย่าง ด็อก เอ็นจอย เดนท์แคร์ ขนมขัดฟัน เวทจี้ สุนัขโตพันธุ์เล็ก ย่อยง่าย ด้วยสารสกัดจากเปลือกแมกโนเลีย มีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายต่างๆ
3. ด็อก เอ็นจอย เฮลตี้สแน็ค กระดูกและข้อต่อ
ขนมสุนัขเม็ดเล็กอย่าง ด็อก เอ็นจอย เฮลตี้สแน็ค กระดูกและข้อต่อ กินง่ายได้ประโยชน์แบบเต็มๆ เหมาะสำหรับน้องหมาที่มีปัญหาด้านกระดูกและข้อต่อต่างๆ เสริมความแข็งแรงให้กับกระดูกด้วย กลูโคซามีน และ ครอนดรอยติน พร้อมลดการอักเสบด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 สามารถกินได้ทุกวัน หอม อร่อย ไม่มีส่วนผสมข้าวารลีและข้าวโพด
4. ด็อก เอ็นจอย เฮลตี้สแน็ค ผิวหนังและเส้นขน
น้องหมาทีมีปัญหาขนร่วง คัน ขนไม่แน่นฟู สามารถเลือกขนมสุนัข สูตร ด็อก เอ็นจอย เฮลตี้สแน็ค ผิวหนังและเส้นขน ได้เลย ช่วยบำรุงขนให้สวย แน่นฟู พร้อมกับเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดอาการคันของผิวด้วยส่วนผสมอย่าง กรดไขมันโอเมกา 3,6, สังกะสีและทองแดง และ วิตามินบีรวม
5. ด็อก เอ็นจอย เฮลตี้สแน็ค ระบบภูมิคุ้มกัน
ด็อก เอ็นจอย เฮลตี้สแน็ค ระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับน้องหมา กินง่าย หอมอร่อย บำรุงร่างกายได้ทุกวัน ขนมที่มีประโยชน์มีส่วนผสมของ พรีไบโอติก, พรไบโอติก, กรดอะมิโนจำเป็น,วิตามินอี ซี และซีลีเนียม เหมาะสำหรับน้องหมาที่ป่วยง่าย ไม่แข็งแรง หรือต้องการบำรุงร่างกาย
ในการเลือกซื้อขนมสุนัขครั้งต่อไป ให้พิจารณาจาก 1. ส่วนผสม (Ingredients) ที่ระบุแหล่งที่มาของเนื้อสัตว์ชัดเจน 2. ปริมาณโซเดียมและสารกันเสีย ที่ต่ำที่สุด และ 3. ความเหมาะสมกับตัวสุนัข ทั้งขนาดตัวและปัญหาสุขภาพ
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยดูแลสุขภาพช่องปาก DOG n joy Dentcare เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจด้วยรูปทรง 5 เหลี่ยมที่ออกแบบมาเพื่อซอกซอนถึงซอกฟันโดยเฉพาะ ช่วยลดแบคทีเรียและกลิ่นปาก พร้อมเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุกแต่ไม่แข็งจนเกินไป ทำให้การดูแลสุขภาพฟันเป็นเรื่องง่ายและมีความสุขสำหรับน้องหมาของคุณ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขนมสุนัข
Q: ควรให้ขนมสุนัขปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน?
A: ไม่ควรเกิน 10% ของปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับทั้งหมดต่อวัน เพื่อป้องกันภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วน
Q: ขนมขัดฟันสามารถแทนการแปรงฟันได้หรือไม่?
A: ไม่ได้ ขนมขัดฟันเป็นเพียงตัวช่วยลดการสะสมของคราบใหม่ แต่การแปรงฟันด้วยยาสีฟันสำหรับสุนัขยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดหินปูน
Q: สุนัขเริ่มกินขนมได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
A: โดยทั่วไปสามารถเริ่มให้ขนมชิ้นเล็กๆ ที่ย่อยง่ายได้ตั้งแต่อายุ 2-3 เดือนขึ้นไป หรือหลังจากหย่านมเรียบร้อยแล้ว
บทความน่าสนใจ

ในหลายครอบครัว เด็กกับแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม หากมีผู้ใหญ่คอยดูแลการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พร้อมจัดพื้นที่ของแมวให้เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาด และสอนเด็กให้สัมผัสสัตว์อย่างอ่อนโยน เพราะเด็กอาจยังไม่เข้าใจว่าแมวกำลังกลัว เครียด หรือไม่ต้องการให้จับ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่วนหรือกัดเพื่อป้องกันตัวได้ การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจ็บป่วยหรือเกิดภูมิแพ้เสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้ปกครองควรรู้ เช่น แผลกัดหรือข่วน การสัมผัสเชื้อบางชนิดจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาการแพ้ในเด็กบางคน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยของ ทั้งเด็กและแมว ไปพร้อมกัน หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการดูแลเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสแมว หรือเกิดบาดแผลจากการกัดหรือข่วน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม สารบัญเนื้อหา เด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อเด็กอยู่ใกล้แมว เชื้อราจากแมวติดต่อเด็กได้ไหม? Cat Scratch Disease จากแมวข่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร? เด […]

ต่อมเหม็นสุนัข หรือที่ผู้เลี้ยงมักเรียกว่า ต่อมก้นหรือต่อมข้างก้น โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างของทวาร ผนังถุงมีต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งกลิ่นแรง โดยปกติสุนัขจำนวนมากสามารถระบายสารนี้ออกได้ขณะขับถ่าย จึงไม่ได้จำเป็นต้องกำหนดให้สุนัขทุกตัวบีบต่อมเป็นกิจวัตร แต่หากสุนัขเริ่มไถก้น เลียหรือกัดบริเวณก้นบ่อย ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ มีอาการบวม แดง หรือพบเลือด หนอง และแผลบริเวณข้างทวาร ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะถุงข้างทวารอุดตัน อักเสบ หรือติดเชื้อ รวมถึงความผิดปกติอื่นบริเวณรอบทวารได้ หมายเหตุ: กลิ่นจากก้นหรือพฤติกรรมไถก้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าถุงข้างทวารอุดตันได้ หากสุนัขมีอาการเจ็บ บวม มีแผล เลือด หนอง ขับถ่ายลำบาก หรือมีอาการเกิดซ้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแบบไหนอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ และแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม? 7 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นสุนัขมีปัญหา สาเหตุที่ทำให้ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? สุนัขต้ […]

ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค? 6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม? บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม? แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร? ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ? วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิด […]



