
โรคข้อเสื่อมสุนัข ภัยเงียบที่ทำลายการเดิน! เจาะลึกสาเหตุและวิธีป้องกัน
สุขภาพของสัตว์เลี้ยง
โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) ในสุนัข คือความผิดปกติจากการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนที่หุ้มผิวข้อต่อ ทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างกระดูก เกิดการอักเสบและความเจ็บปวดเมื่อเคลื่อนไหวซึ่งเป็นโรคยอดฮิตโรคนี้พบได้บ่อยในสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์, ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์, ไซบีเรียนฮัสกี้ โดยส่วนใหญ่จะเกิดกับข้อที่ต้องคอยรับน้ำหนักมาก หรือข้อที่ใช้งานมาก ได้แก่ ข้อเข่า ข้อสะโพก และข้อศอก เป็นต้น สาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ พันธุกรรม อายุที่มากขึ้น น้ำหนักตัวเกิน โภชนาการไม่สมดุล การบาดเจ็บซ้ำซาก และการออกกำลังกายหนักเกินไป อาการเตือนที่ควรสังเกต คือ การทรงตัวไม่ดี ลุกนั่งลำบาก เดินกะเผลก ร้องเจ็บเวลาขยับตัว หรือกล้ามเนื้อลีบลงจากการใช้งานน้อย แม้โรคข้อเสื่อมจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันและชะลอการเสื่อมได้ด้วยการควบคุมน้ำหนัก การเลือกอาหารที่อุดมด้วยกลูโคซามีน คอนดรอยติน และกรดไขมันโอเมก้า-3 การออกกำลังกายที่เหมาะสม และการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสุนัข
โรคข้อเสื่อมสุนัข (Osteoarthritis) คืออะไร
โรคข้อเสื่อม หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Osteoarthritis (OA) คือ ความผิดปกติที่เกิดจากการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อน (Cartilage) ที่หุ้มผิวข้อต่อ กระดูกอ่อนมีหน้าที่สำคัญในการรองรับแรงกระแทกและช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น เหมือนเป็นเบาะรองรับระหว่างกระดูกสองท่อน เมื่อกระดูกอ่อนบางลงหรือสึกหรอ กระดูกจะเสียดสีกันโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
5 ปัจจัยเสี่ยง “โรคข้อเสื่อมในสุนัข” ที่เจ้าของต้องระวัง
โรคข้อเสื่อมไม่ใช่แค่เรื่องของความชรา แต่เกิดจากหลายปัจจัยสะสมกัน การรู้ทันสาเหตุจะช่วยให้คุณป้องกันและยืดอายุข้อต่อให้สุนัขได้นานที่สุดครับ
1. พันธุกรรม
สุนัขบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงกว่า โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ใหญ่และพันธุ์ยักษ์ที่ข้อต่อต้องรับภาระน้ำหนักมาก
- สุนัขพันธุ์ใหญ่/ยักษ์: (เช่น โกลเด้น, ลาบราดอร์, เยอรมันเชพเพิร์ด, ไซบีเรียน) มีความเสี่ยงสูงเรื่องข้อสะโพกและข้อศอกเสื่อมจากการรับน้ำหนักเยอะ
- สุนัขพันธุ์เล็ก: แม้ตัวเล็กแต่ก็เจ็บได้ โดยเฉพาะ พุดเดิ้ล, ปอมเมอเรเนียน และชิวาวา ที่มักพบปัญหา โรคลูกสะบ้าเคลื่อน (Patellar Luxation) เป็นสาเหตุหลัก รองลงมาคือข้อสะโพกเสื่อม หากน้องมีอาการเดินยกขา (เดินกะเผลก), ลุกนั่งลำบาก หรือไม่ยอมกระโดดขึ้นโซฟาเหมือนเคย แสดงว่าเริ่มมีอาการปวดแล้ว
2. อายุ
อายุเป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อสุนัขแก่ขึ้น กระดูกอ่อนจะค่อย ๆ สึกหรอตามธรรมชาติ การสร้างสารไกลโคซามิโนไกลแคน (ส่วนสำคัญของกระดูกอ่อน) จะลดลง
ช่วงอายุที่เสี่ยง:
- สุนัขสูงอายุ 7 ปีขึ้นไป – เริ่มมีอาการชัดเจน
- สุนัขพันธุ์ใหญ่ – อาจเริ่มตั้งแต่ 5-6 ปี
- สุนัขที่มีประวัติบาดเจ็บ – เริ่มเร็วกว่า 5 ปี
แม้โรคข้อเสื่อมพบบ่อยในสุนัขสูงอายุ แต่สุนัขหนุ่มสาวก็เป็นได้หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วม
3. โภชนาการไม่สมดุล
อาหารคือรากฐานของโครงสร้างกระดูกและข้อ
- วัยเด็ก: การได้รับแคลเซียมหรือพลังงานมากเกินไปในลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่ จะทำให้ “โตเร็วผิดปกติ” (Rapid Growth) กระดูกขยายตัวเร็วกว่าความแข็งแรงของข้อ
- วัยโต/สูงวัย: การขาดสารอาหารสำคัญอย่าง Glucosamine, Chondroitin และ Omega-3 จะทำให้ขาดวัตถุดิบในการซ่อมแซมน้ำเลี้ยงข้อและลดการอักเสบ
4. ประวัติการบาดเจ็บ
แม้แผลหายแล้ว แต่โครงสร้างข้ออาจไม่เหมือนเดิม การบาดเจ็บเช่น เอ็นไขว้หน้าขาด (ACL), ข้อพลิก หรือกระดูกหัก จะทำให้การรับน้ำหนักเสียสมดุลและเร่งให้ข้อเสื่อมเร็วกว่าปกติ
5. สภาพแวดล้อมและกิจวัตร
- พื้นบ้านลื่น: พื้นกระเบื้องหรือหินขัด ทำให้สุนัขต้องเกร็งขาตลอดเวลา เสี่ยงข้อแบะและบาดเจ็บ
- กิจกรรมทำลายข้อ: การวิ่งบนพื้นปูนแข็งๆ, การกระโดดสูงซ้ำๆ หรือการขึ้นลงบันไดบ่อยในสุนัขพันธุ์ใหญ่ ล้วนเป็นตัวเร่งความเสื่อมของข้อต่อ
อาการเตือนโรคข้อเสื่อมในสุนัขที่ไม่ควรมองข้าม
อาการโรคข้อเสื่อมเบื้องต้นที่ควรสังเกต
อาการเหล่านี้มักเกิดค่อยเป็นค่อยไป และอาจสังเกตได้ยากในช่วงแรก:
- ทรงตัวได้ไม่ดี ขาสั่น – โดยเฉพาะตอนยืนนาน ๆ หรือเดินบนพื้นลื่น
- ลุกนั่งช้าลง – ใช้เวลานานขึ้นในการลุก โดยเฉพาะตอนเช้าหรือหลังนอนพักนาน
- ร้องเจ็บเวลาขยับตัว – มีเสียงครางหรือแสดงอาการไม่สบายเมื่อเปลี่ยนท่า
- เดินขึ้นบันไดลำบาก – หลีกเลี่ยงการขึ้นลง หรือขึ้นช้ามาก
- ไม่อยากเล่นหรือออกกำลังกาย – ลดความกระตือรือร้น เล่นได้สั้นลง
- เคลื่อนไหวเชื่องช้า – โดยเฉพาะหลังพักหรือในอากาศหนาว
อาการโรคข้อเสื่อมรุนแรงที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์
หากสุนัขมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าโรคอาจลุกลามมากแล้ว:
- เดินกะเผลก ไม่ลงน้ำหนักขาใดขาหนึ่ง – หลีกเลี่ยงการใช้ขาที่เจ็ب ยกขาขณะเดิน
- กล้ามเนื้อลีบลง – บริเวณสะโพกหรือขาเห็นได้ชัด เนื่องจากใช้งานน้อย
- ข้อบวม มีอาการอักเสบ – คลำบริเวณข้อรู้สึกบวม ร้อน สุนัขไม่ให้จับ
- ได้ยินเสียงกรอบแกรบ (Crepitus) – เมื่อขยับข้อได้ยินเสียงกระดูกเสียดสี
- เดินได้ระยะสั้น ๆ แล้วหยุด – หมดแรง ต้องพักบ่อย
- เปลี่ยนพฤติกรรม – หงุดหงิดง่าย ไม่ให้จับ เพราะกลัวเจ็บ
แยกโรคข้อเสื่อมจากอาการอื่น
อาการเดินผิดปกติหรือขาอ่อนแรงไม่ได้มาจากโรคข้อเสื่อมเพียงอย่างเดียว การแยกสาเหตุได้ถูกต้องจะช่วยให้การรักษาตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตารางเปรียบเทียบอาการ
| ลักษณะ | โรคข้อเสื่อม | กล้ามเนื้ออักเสบ | โรคระบบประสาท |
|---|---|---|---|
| การเกิดอาการ | ค่อยเป็นค่อยไป เรื้อรัง | เฉียบพลันหลังวิ่ง/เล่นหนัก | เฉียบพลันหรือค่อยเป็นค่อยไป |
| ลักษณะการเดิน | กะเผลกเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะตอนเช้า | เจ็บเฉียบพลัน ร้องหรือหยุดทันที | เดินเซเหมือนเมา ขาไขว้ซ้อน |
| การลงน้ำหนัก | ลงน้ำหนักได้แต่ช้า ระมัดระวัง | ไม่ยอมลงน้ำหนักขาที่เจ็บ | สูญเสียการควบคุมขา ลากขา |
| อาการเฉพาะจุด | คลำข้อแล้วมีเสียงกรอบแกรบ | กดบริเวณกล้ามเนื้อแล้วเจ็บ บวม | ไม่มีจุดเจ็บเฉพาะ แต่เสียสมดุล |
| อาการร่วม | กล้ามเนื้อลีบลง เคลื่อนไหวช้า | บวมบางส่วนของขา | ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ กล้ามเนื้อกระตุก |
| ระยะเวลา | เรื้อรัง ค่อย ๆ แย่ลง | ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ถ้าได้พักและรักษา | อาการแย่ลงรวดเร็วในไม่กี่ชั่วโมง |
| การปวด | ปวดแบบเรื้อรัง ไม่รุนแรงเฉียบพลัน | ปวดเฉียบพลันรุนแรง | อาจปวดรุนแรงหรือไม่ปวดแต่อาการชัดเจน |
วิธีป้องกันและดูแลข้อต่อสุนัขอย่างมีประสิทธิภาพ
1. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
นี่คือกุญแจดอกสำคัญที่สุด เพราะน้ำหนักเกินเพียง 1 กก. จะเพิ่มแรงกดทับที่ข้อถึง 4 เท่า!
- เช็คหุ่น (BCS): สุนัขหุ่นดีต้องคลำเจอซี่โครงและเห็นเอวคอดชัดเจน (BCS 4-5/9)
- โภชนาการแก้เกม: หากเริ่มอ้วน ให้ปรับลดแคลอรี่ลง 10-20% หรือเลือกใช้อาหารสูตรเฉพาะอย่าง Perfecta Weight Care ที่ควบคุมไขมันให้ต่ำ (สุนัข 9%), เสริม L-Carnitine เร่งการเผาผลาญ และมีไฟเบอร์สูงช่วยให้อิ่มนาน
2. เลือกอาหารที่อุดมด้วยสารบำรุงข้อ
เลือกอาหารที่มีสารอาหารสำคัญ 5 ชนิด เพื่อซ่อมแซมและลดการอักเสบ:
- Glucosamine & Chondroitin: วัตถุดิบสร้างกระดูกอ่อนและน้ำเลี้ยงข้อ
- Omega-3 (EPA/DHA): ลดการอักเสบและปวดบวม
- Calcium & Phosphorus: อัตราส่วนสมดุล (1.2-1.4:1) เพื่อกระดูกแข็งแรง
- Antioxidants: วิตามิน C, E และ Zinc ลดความเสื่อมระดับเซลล์
- Perfecta สูตร Atlantic Fish (แซลมอนและปลาทะเล) ที่อุดมด้วยโอเมก้าและสารบำรุงข้อธรรมชาติ
3. ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี
เน้นสร้างกล้ามเนื้อเพื่อพยุงข้อ แต่ต้องไม่ทำลายข้อ
- ทำได้: เดินสายพานใต้น้ำ, ว่ายน้ำ (ดีที่สุดเพราะไม่ลงน้ำหนัก), หรือเดินพื้นราบ 20-30 นาที/วัน
- ห้ามทำ: วิ่งมาราธอนบนพื้นปูน, กระโดดรับของสูงๆ (Agility), หรือขึ้นลงบันไดถี่ๆ
4. ปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย
สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยลดอุบัติเหตุได้กว่าครึ่ง
- พื้น: ปูพรมยางหรือแผ่นกันลื่นในจุดที่น้องเดินบ่อย ป้องกันขาแบะ
- ที่นอน: ใช้เบาะ Memory Foam หนา 10-15 ซม. เพื่อรองรับสรีระ ไม่ให้กดทับข้อ
- ทางลาด (Ramp): ใช้แทนบันไดสำหรับขึ้นเตียงหรือรถ
5. ตรวจเช็ค “ระยะเคลื่อนไหว”
อย่ารอให้เดินกะเผลก สุนัขพันธุ์ใหญ่ควร X-ray ข้อสะโพก/ข้อศอก ปีละ 1-2 ครั้ง ส่วนเจ้าของควรหมั่นคลำข้อดูอาการบวมร้อน และสังเกตท่าลุกนั่งเป็นประจำ
6. เสริมเกราะด้วย “ขนมบำรุงข้อ”
สำหรับสุนัขที่กินยาก หรือต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ การให้ขนมที่มีฟังก์ชันเฉพาะทางคือทางเลือกที่ฉลาด
- แนะนำ: Dog n joy Healthy Snack สูตร Bone & Joint ขนมขบเคี้ยวที่ไม่ได้มีแค่ความอร่อย แต่อัดแน่นด้วย Glucosamine, Chondroitin และ Calcium ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ข้อต่อได้ในทุกๆ วัน

หากสุนัขของคุณมีความเสี่ยง สิ่งที่ต้องโฟกัสเป็นอันดับแรกคือ “การคุมน้ำหนัก” เพราะทุกกรัมที่เพิ่มขึ้นคือภาระหนักอึ้งที่ข้อต่อต้องแบกรับ ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม งดการกระโดดกระแทก แล้วหันมาว่ายน้ำเพื่อถนอมข้อแทนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เราขอแนะนำ Perfecta Weight Care อาหารสุนัขเกรดพรีเมียม เพอร์เฟคต้า สูตรควบคุมน้ำหนัก ที่จะช่วยดูแลรูปร่างให้สมส่วน ควบคุมปริมาณไขมันในอาหาร เสริมด้วยแอล-คาร์นิทีน เพื่อช่วยในการเผาผลาญ ที่สำคัญมีการควบคุมสมดุลของแคลเซียมและฟอสฟอรัส เพื่อดูแลกระดูกของสุนัข เพราะฉะนั้นจะปัญหาน้ำหนักเกิน หรือกระดูกไม่แข็งแรงก็เอาอยู่!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคข้อสื่อมในสุนัข
Q1: โรคข้อเสื่อมในสุนัขรักษาหายได้ไหม?
ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะกระดูกอ่อนที่เสื่อมไปแล้วไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิม แต่สามารถควบคุมอาการและชะลอความเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการควบคุมน้ำหนัก ให้อาหารที่มีสารบำรุงข้อ ออกกำลังกายถูกวิธี และทำกายภาพบำบัด หากดูแลอย่างต่อเนื่อง สุนัขสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเคลื่อนไหวได้อย่างสบายในระยะยาว
Q2: อายุเท่าไหร่ควรเริ่มให้อาหารเสริมข้อ?
สุนัขสายพันธุ์ใหญ่ ควรเริ่มตั้งแต่อายุ 1-2 ปี เพราะข้อต้องรับน้ำหนักมากและเสี่ยงสูง ส่วนสุนัขสายพันธุ์เล็ก-กลาง เริ่มได้เมื่ออายุ 5-7 ปี หรือเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ อาหารเสริมที่มี Glucosamine, Chondroitin และ Omega-3 จะช่วยบำรุงกระดูกอ่อนและชะลอการเสื่อมได้ดี โดยเฉพาะหากเริ่มให้ก่อนมีอาการ
Q3: ต้องหยุดออกกำลังกายเลยไหมถ้าเป็นโรคข้อเสื่อม?
ไม่ต้องหยุด แต่ต้องปรับวิธี การหยุดออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อแข็งตึง และน้ำหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้อาการแย่ลง แทนที่จะหยุด ให้ปรับเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ แต่สม่ำเสมอ เช่น เดินเล่น 10-15 นาที 3-4 ครั้ง/วัน หรือว่ายน้ำซึ่งไม่ลงน้ำหนักข้อ หลีกเลี่ยงการกระโดด วิ่งบนพื้นแข็ง และการออกกำลังกายหนัก สังเกตอาการและพักทันทีถ้าสุนัขแสดงอาการเจ็บ
อ้างอิงจาก
- Amanda Simonson, DVM.2022..petmd[Internet].Osteoarthritis (OA) in Dogs. accessible from:https://www.petmd.com/dog/conditions/musculoskeletal/c_multi_arthritis_osteoarthritis.
- AKC Staff.2022.akc[Internet].Osteoarthritis in Dogs — Signs and Treatment. Accessible from:https://www.akc.org/expert-advice/health/osteoarthritis-signs-treatment/.
- JAMES L. VOSS.2022.vetmedbiosci.colostate[Internet].ARTHRITIS MANAGEMENT AND PREVENTION. Accessible from:https://vetmedbiosci.colostate.edu/vth/services/orthopedic-medicine/arthritis-management-and-prevention/#:~:text=Weight%20management,-Arthritic%20elbow%20joint&text=Attaining%20and%20maintaining%20a%20lean,and%20a%20longer%20life%20expectancy!.
- Teressa Iezzi.2020.thefarmersdog[Internet].Guarding Against Arthritis In Dogs: Awareness And Weight Are Key. Accessible
บทความน่าสนใจ

แมวสำรอกก้อนขน เป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในแมวทุกสายพันธุ์ เป็นเรื่องปกติที่แมวจะเผลอกลืนขนลงไประหว่างขั้นตอนการกรูมมิ่ง ทำความสะอาดตัวเอง ตัวเส้นขนมักจะผ่านเข้าไปในร่างกายและกำจัดออกไปผ่านอุจจาระ แต่ก็มีบางครั้งที่ขนไม่สามารถผ่านเข้าไปในลำไส้ได้ ซึ่งแมวจะทำการสำรอกหรืออาเจียนสิ่งที่เรียกว่าก้อนขนออกมา แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาการแมวสำรอกก้อนขน อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้? มาทำความรู้จักกับอาการปกติและอันตรายของการสำรอกก้อนขน พร้อมวิธีดูแลและป้องกันที่ถูกต้อง แมวสำรอกก้อนขนเพราะอะไร? การที่แมวสำรอกก้อนขน (Hairball หรือ Trichobezoar) เป็นกระบวนการธรรมชาติที่เกิดจากพฤติกรรมการกรูมมิ่งหรือเลียทำความสะอาดขนของแมว ลิ้นของแมวมีหนามเล็กๆ ที่เรียกว่า Papillae ซึ่งช่วยเกี่ยวขนที่หลุดร่วง แต่ก็ทำให้แมวต้องกลืนขนเข้าไปด้วย โดยธรรมชาติแล้ว ก้อนขนดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ถ้าแมวของคุณเดินไปทั่ว พยายามขย้อน แต่กลับไม่คายก้อนขนออกมา นับว่าเป็นอาการเริ่มต้นของอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น หลังจากนั้นจะเกิดอาการไม่รับประทานอาหาร ทำให้เริ่มมีอาการไอแห้ง หายใจมีเสียงหวีด หรือหายใ […]

รีวิว อาหาร ของเล่น อุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เมื่อคุณเข้าไปในร้านขายของสัตว์เลี้ยง นอกจากอาหารสัตว์ที่ละลานตาแล้ว ก็คงมีขนมสุนัขที่มีให้เลือกกันจนตาลาย ซึ่งต่างก็มีเพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย เช่น การฝึกสุนัข การให้รางวัล หรือเพื่อแสดงให้สุนัขเห็นว่ามนุษย์อย่างเราเป็นมิตร แต่จะเราจะเลือกขนมสุนัขแบบไหนดีถึงจะเหมาะกับน้องหมาของเรา เราได้รวมข้อมูลของขนมสุนัขทั้ง 5 ประเภทมาให้เราตัดสินใจซื้อกันง่ายมากขึ้น มีอะไรบ้างไปดูกันได้เลย สารบัญเนื้อหา 5 ประเภท ขนมสุนัขที่มีประโยชน์ 5 ขนมสุนัข เสริมสร้างสุขภาพดี ฟันสวย จาก Dog n Joy คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขนมสุนัข 5 ประเภท ขนมสุนัขที่มีประโยชน์ ขนมสุนัขอบแห้ง ขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่คนเลี้ยงสุนัข เนื่องจากมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และมีลักษณะเหมือนเนื้อสัตว์จริง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อสัตว์จริงที่ถูกอบแห้ง นำน้ำในเนื้อออกไปและผ่านกรรมวิธีทำให้กลิ่นชัดเจนขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นขนมที่ให้โปรตีนสูง แต่ต้องให้ในปริมาณที่ระวัง เนื่องจากอาจจะให้น้องหมาติดและไม่ทานอาหารมื้อหลัก รวมไปถึงต้องระวังค่าโซเดียมหรือสารปรุงแต่งรสชาติอื่น ๆ ด้วย ขนมสุนัขกรุ […]

สุนัขเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและเนื้อ แต่ต้องการสัดส่วนที่เป็นเนื้อสัตว์มากกว่าพืชผักต่างๆ การดูแลสุขภาพของสุนัขเริ่มต้นที่โภชนาการที่เหมาะสม การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัข เพราะโภชนาการที่เหมาะสมจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องช่วงวัยของน้องหมา ไปจนถึงลักษณะเฉพาะ เช่น เป็นสัตว์เลี้ยงพันธุ์เล็กหรือพันธุ์ใหญ่ ขนยาวหรือขนสั้น เป็นต้น 6 สารอาหารสุนัขที่จำเป็น ไม่ควรมองข้าม สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย คือสารอาหารที่ร่างกายสัตว์เลี้ยงไม่สามารถสร้างเองได้ และจะได้รับก็ต่อเมื่อกินอาหารเข้าไป จากนั้นจึงกลายมาเป็นพลังงานหลักของสัตว์เลี้ยง โดยมีทั้งหมด 6 ประเภทหลัก ดังต่อไปนี้ 1. น้ำ (Water) น้ำเป็นสารที่สำคัญมากชนิดหนึ่งต่อร่างกาย เนื่องจากร่างกายสัตว์ประกอบด้วยน้ำ ประมาณ 70% ดังนั้นการที่ร่างกายขาดน้ำจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสัตว์เลี้ยง หน้าที่ของน้ำในร่างกายที่สำคัญคือการขนส่งสารอาหาร ขจัดของเสียและระบายความร้อนออกจากร่างกาย หากปริมาณน้ำในร่างกายลดต่ำกว่า 10% อาจทำให้เกิดความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้ 2. คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates) คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของเซ […]


