
หมาคันหู เกาไม่หยุดเจาะลึก 5 สาเหตุพร้อมวิธีแก้ปัญหา
สุขภาพของสัตว์เลี้ยงทุกคนที่เลี้ยงสุนัขต้องเคยเห็นสุนัขทำท่าเกาหูแน่นอน ไ่ม่ว่าจะเป็นท่ายกขาหลังขึ้นมาเกาหู ท่าเอาหัวถูพื้นไปมา ไปจนถึงสะบัดหูด้วยท่าทีรำคาญหรือแสดงอาการเจ็บปวด ซึ่งนับว่าเป็นปัญหากวนใจอย่างมาก ทั้งสำหรับเจ้าของและเจ้าตูบเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่าทำไมสุนัขของเราถึงมีปัญหาคันหู สาเหตุเกิดจากอะไร และเจ้าของควรจะเริ่มต้นแก้ปัญหาอย่างไรให้ตรงจุด ให้น้องหมาหายขาดจากอาการดังกล่าว ตามมาดูกันเลย
ทำไมสุนัขถึงคันหู
อาการคันหูในสุนัข (Pruritus otitis) เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปรสิต (ไรในหู), การติดเชื้อ (แบคทีเรีย/ยีสต์), และโรคภูมิแพ้ หากสุนัขของคุณเกาหูบ่อย สะบัดหัว มีขี้หูสีดำคล้ายกากกาแฟ มักเกิดจากไรในหู แต่ถ้าหูแดง มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือมีหนอง มักเกิดจากการติดเชื้อ
อย่างไรก็ตาม หากรักษากี่ครั้งก็ไม่หายขาด เกาหูร่วมกับเลียเท้า หรือมีผื่นแดงตามตัว “อาหาร” คือจำเลยสำคัญ สุนัขจำนวนมากแพ้โปรตีนในอาหาร (เช่น ไก่ หรือ เนื้อวัว) หรือแพ้ธัญพืช (Grain & Gluten) ทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังและช่องหู การเปลี่ยนมาใช้อาหารสูตร Skin & Coat Care ที่เน้นโปรตีนย่อยง่าย หรือสูตร Holistic Grain Free ที่ตัดส่วนผสมก่อการแพ้ออก คือทางออกที่ยั่งยืนที่สุดในการหยุดวงจรคันเรื้อรัง
5 สาเหตุที่ทำให้สุนัขคันหู
ปัญหาคันหูของสุนัข เกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งภายนอกและภายใน โดยสามารถจำแนกสาเหตุ และต้นตอของการเกิดโรคได้หลัก ๆ ดังต่อไปนี้
1. สายพันธุ์ที่มีใบหูใหญ่
อาการคันหู หรือภาวะหูอักเสบนั้น มักจะพบได้ในสุนัขสายพันธุ์ที่มีใบหูใหญ่ และตกลงมาปิดช่องหู ซึ่งจะก่อให้เกิดความอับชื้นได้ง่ายกว่าสุนัขพันธุ์หูตั้งอื่น ๆ ยกตัวอย่าง เช่น สุนัขสายพันธุ์ บีเกิ้ล, โกลเด้น ริทรีฟเวอร์, ลาบราดอร์ ริทริฟเวอร์, คาวาเลียร์ คิง ชาลร์ สแปเนียล เป็นต้น
2. สิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดภูมิแพ้
ในธรรมชาติเองก็มีสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้มากมาย ทั้งไรฝุ่น และละอองเกสร มักพบได้ในสัตว์เลี้ยงที่อายุ 6 เดือนถึง 3 ปี นำมาซึ่งอาการคันอวัยวะในร่างกายที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนที่บอบบางอย่างใบหู และอาจลามไปส่วนอื่น อย่างเช่น บริเวณปาก รอบดวงตา หรือข้อพับส่วนต่าง ๆ เป็นต้น บางรายอาจมีอาการร่วมอื่น ๆ ทั้งอาการบวมแดง และตุ่มหนอง ซึ่งอาการมักจะขึ้นกับปริมาณของสารก่อภูมิแพ้ที่สุนัขแพ้
3. สิ่งแปลกปลอมในรูหู
การพบสิ่งแปลกปลอมในรูหู อาจจะเป็นได้ทั้ง เศษหญ้า ดิน แม้กระทั่งสำลีจากคอตตอนบัดที่ใช้เช็ดหูของสุนัขเองก็ตาม ซึ่งหากพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปภายในร่างกายสุนัข โดยที่เจ้าของไม่สามารถหยิบออกให้ได้ ควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน
4. การติดเชื้อภายในช่องหู
สามารถพบได้ทั้งการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อยีสต์ และไรในหู เกิดจากความอับชื้นภายในช่องหู ทำให้สุนัขมีอาการคันหูมาก หากเจ้าของพบว่าสุนัขมีขี้หูเพิ่มขึ้น หรือช่องหูมีกลิ่นเหม็น ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการติดเชื้อและรับยารักษาตามสาเหตุของโรค
5. โรคภูมิแพ้อาหาร
หลายคนอาจสงสัยว่า “กินลงท้อง ทำไมไปคันที่หู?” คำตอบคือ โรคภูมิแพ้อาหาร (Food Allergy) เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของสุนัข “เข้าใจผิด” คิดว่าโปรตีนบางชนิดในอาหาร (เช่น ไก่, เนื้อวัว) หรือกลูเตนจากธัญพืช (ข้าวโพด, ข้าวสาลี) เป็นศัตรู ร่างกายจึงสร้างปฏิกิริยาต่อต้านและหลั่งสารอักเสบออกมา ซึ่งมักไปแสดงผลที่ผิวหนังจุดที่บอบบางที่สุดอย่าง ใบหูและช่องหู ทำให้เกิดอาการแดง คัน และติดเชื้อซ้ำซ้อนได้ง่าย
การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจึงไม่ใช่แค่การทายา แต่คือการเปลี่ยนอาหาร เพื่อตัดวงจรการแพ้และเสริมเกราะป้องกันผิวหนัง เราขอแนะนำ เพอร์เฟคต้า แคร์ สูตรบำรุงขนและผิวหนัง (Skin & Coat Care) ที่ออกแบบมาเพื่อกู้คืนสุขภาพผิวโดยเฉพาะ
- ลดการแพ้: ใช้แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย และปราศจากธัญพืช (Grain Free) ที่มักเป็นสาเหตุหลักของการแพ้ในสุนัข
- ลดอักเสบและหยุดคัน: อัดแน่นด้วยกรดไขมันจำเป็น Omega 3 & 6 จากน้ำมันปลาแซลมอน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดรอยแดงที่ผิวหนัง
- ฟื้นฟูโครงสร้างผิว: เสริม Zinc, Copper และ Vitamin B Complex ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่และเสริมความแข็งแรงให้ผิวหนังกลับมาเป็นเกราะป้องกันเชื้อโรคได้อีกครั้ง
การจัดการดูแลความสะอาดของหูสุนัข
นอกจากการเปลี่ยนอาหาร การดูแลสุขอนามัยเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เจ้าของควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:
1. การล้างหูที่ถูกวิธี (Ear Cleaning)
- ความถี่: เช็ดทำความสะอาดหูสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (หากมีการติดเชื้อ แพทย์อาจแนะนำให้ทำทุกวัน)
- อุปกรณ์: น้ำยาล้างหูสำหรับสุนัข (Ear Cleaner), สำลีแผ่น
- ข้อห้าม: ห้ามใช้ก้านสำลี (Cotton bud) แหย่ลงไปในรูหูเด็ดขาด เพราะจะดันขี้หูให้ลงไปลึกกว่าเดิมและอาจกระแทกแก้วหู
- วิธีทำ: เทน้ำยาล้างหูลงในช่องหู -> นวดโคนหูเบาๆ 20-30 วินาที ให้ขี้หูละลาย -> ปล่อยให้สุนัขสะบัดหัว -> ใช้สำลีเช็ดเฉพาะใบหูส่วนนอกให้แห้ง
2. การควบคุมความชื้น
ความชื้นคือศัตรูตัวร้ายที่ทำให้เชื้อยีสต์และแบคทีเรียเจริญเติบโต หลังอาบน้ำ หรือหลังสุนัขไปว่ายน้ำ ต้องเช็ดหูให้แห้งสนิททุกครั้ง
3. การเสริมภูมิคุ้มกัน (Immunity Boosting)
ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจะช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคได้ อาหารที่มี Prebiotics (FOS, MOS) จะช่วยปรับสมดุลลำไส้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพผิวหนัง (Gut-Skin Axis)
เมื่อเราได้ทราบถึงสาเหตุมากมายที่อาจทำให้สุนัขคันหู ดังนั้นเราต้องหมั่นสังเกตและดูแลสุนัขอย่างสม่ำเสมอ ทั้งพฤติกรรม สิ่งที่สุนัขรับประทาน ไปจนถึงสิ่งแปลกปลอมที่อาจมาทำร้ายน้องได้ เพื่อให้ลูกรักของเรามีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และอยู่กับเราไปนาน ๆ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมาคันหู
Q1: หมาคันหู ใช้ยาม่วงทาได้ไหม?
A: ไม่แนะนำ ยาม่วงอาจช่วยฆ่าเชื้อราได้บ้าง แต่ไม่สามารถรักษาไรในหูหรือการติดเชื้อแบคทีเรียลึกๆ ได้ อีกทั้งสีของยาจะบดบงรอยโรค ทำให้สัตวแพทย์วินิจฉัยยากขึ้น ควรใช้น้ำยาล้างหูและยาหยอดหูสำหรับสุนัขโดยเฉพาะจะปลอดภัยกว่า
Q2: เปลี่ยนอาหารแล้ว กี่วันถึงจะหายคัน?
A: การฟื้นฟูผิวหนังและลดอาการแพ้ด้วยอาหาร ต้องใช้เวลาสะสมสารอาหารในร่างกาย โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องขนร่วงลดลงใน 3-4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนเรื่องอาการคันลดลงใน 6-8 สัปดาห์ ควรทานต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว
Q3: ต้องถอนขนหูไหม?
A: สำหรับสุนัขบางสายพันธุ์ที่มีขนในหูเยอะ (เช่น พุดเดิ้ล) การถอนขนหูอาจช่วยระบายอากาศและลดความอับชื้นได้ แต่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบ หากสุนัขไม่มีปัญหาหูเหม็น ไม่จำเป็นต้องถอนครับ
อ้างอิงจาก
- petnsur.2012.petnsur[Internet]. Does Your Dog Have Itchy Ears?. accessible from:https://www.petnsur.co.nz/does-your-dog-have-itchy-ears.
- Lisa Selvaggio.2022.greatpetcare[Internet]. 5 Reasons Your Dog Has Itchy Ears. Accessible from:https://www.greatpetcare.com/dog-health/dog-has-itchy-ears/.
- The Vetstreet Team.2011.vetstreet[Internet]. My Pet Has Itchy Ears. What’s Going On?. Accessible from:https://www.vetstreet.com/care/my-pet-has-itchy-ears-whats-going-on.
- Doctor Ron.2018.drronsanimalhospitalsimivalley[Internet]. Does Your Dog Have Itchy Ears?. Accessible from:https://www.drronsanimalhospitalsimivalley.com/blog/does-your-dog-have-itchy-ears/#:~:text=The%20most%20common%20reason%20for,foreign%20bodies%2C%20or%20yeast%20buildup..
บทความน่าสนใจ

อาการ “เป็นหวัด” หรือ โรคหวัดแมว (Cat Flu) มักมีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อไวรัส Feline herpes virus type 1 ซึ่งทำให้เกิด การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน (Feline Upper Respiratory Infection) และสามารถแพร่กระจายไปยังแมวตัวอื่นได้อย่างรวดเร็ว หากแมวเริ่มมีสัญญาณเตือน เช่น จามบ่อย มีน้ำมูกขุ่นเขียว ตาแดงแฉะ ซึมเซา และเบื่ออาหาร สิ่งแรกที่เจ้าของต้องทำคือ แยกแมวป่วยออกจากแมวตัวอื่นทันที และ ห้ามให้ยาลดไข้ของคนเด็ดขาด เพราะเป็นพิษรุนแรงถึงชีวิต วิธีดูแลเบื้องต้นคือการ ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดรอบจมูกและตา ให้แมวหายใจสะดวกขึ้น พร้อมใช้เทคนิค “อุ่นอาหารเปียก” เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร แต่หากพบว่าแมวมีอาการหอบ หายใจลำบาก หรือ ไม่ยอมกินอาหารเกิน 24 ชั่วโมง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต สารบัญเนื้อหา โรคหวัดแมวคืออะไร? 4 สาเหตุหลักที่ทำให้แมวเป็นหวัด อาการที่บ่งบอกว่าแมวเป็นหวัด วิธีดูแลแมวเป็นหวัดเบื้องต้นที่บ้าน เมื่อไหร่ต้องพาแมวไปพบสัตวแพทย์? โภชนาการเสริมภูมิคุ้มกัน กุญแจสำคัญในการป้องกันหวัดแมว เลือกอาหารอย่างไร ให้น้องแมวภูมิคุ้มกันแกร […]

ปัญหา แมวไม่ยอมกินอาหาร เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่อาหารไม่ถูกปาก ความเครียด ไปจนถึงโรคอันตราย (เช่น โรคตับ โรคไต หรือเจ็บช่องปาก) สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามปล่อยให้แมวอดอาหารเกิน 24-48 ชั่วโมงเด็ดขาด เพราะร่างกายจะดึงไขมันมาใช้ผิดวิธี จนเสี่ยงเกิด โรคไขมันพอกตับ (Hepatic Lipidosis) ที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต วิธีรับมือเบื้องต้นที่ทำได้ทันทีคือการกระตุ้นความอยากอาหาร โดยใช้เทคนิค อุ่นอาหารเปียกให้หอมฟุ้ง โรยท็อปปิ้ง เปลี่ยนมาใช้ชามก้นกว้าง (เพื่อลดความรำคาญที่หนวด) และย้ายชามไปวางในมุมสงบ หากลองทำตามนี้แล้วแมวยังคงซึมและปฏิเสธอาหาร ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที สารบัญเนื้อหา ทำไมแมวอดอาหารจึงอันตรายกว่าสัตว์อื่น? เช็คลิสต์ 3 ระดับ: แมวของคุณไม่กินระดับไหน? เช็กด่วน! 4 สาเหตุหลักที่ทำให้แมวเมินอาหาร วิธีแก้ไขเบื้องต้นการเลือกอาหารแมวเพื่อกระตุ้นความอยาก 5 เทคนิคปรับพฤติกรรมการกินให้กลับมาเป็นปกติ คำถามที่พบบ่อยแมวไม่ยอมกินอาหาร ทำไมแมวอดอาหารจึงอันตรายกว่าสัตว์อื่น? ภาวะไขมันพอกตับ (Hepatic Lipidosis) คือภัยเงียบที่ร้ายแรงที่สุดเมื่อแมวหยุดกินอาหาร แมวมีระบบเผาผลาญที่ต่างจากสุนัขหรือมนุษย์ เม […]

กฎเหล็กของการ เปลี่ยนอาหารแมว คือ “ห้ามหักดิบเปลี่ยนยี่ห้อทันทีเด็ดขาด” เพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหารรวนจนเกิดอาการ ท้องเสีย อาเจียน และเบื่ออาหาร วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยนในระยะเวลา 7 วัน โดยเริ่มผสมอาหารใหม่ลงในอาหารเดิมที่สัดส่วน 25% แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้น เพื่อให้แบคทีเรียในลำไส้มีเวลาปรับตัว (โดยเฉพาะช่วงรอยต่อสำคัญเมื่อแมวอายุครบ 1 ปี ที่ต้องเปลี่ยนจากสูตรลูกแมวเป็นแมวโต) ข้อควรระวังขั้นสุดคือ หากแมวเริ่มมีอาการถ่ายเหลวระหว่างทาง ให้ หยุดอาหารใหม่ทันที แล้วถอยกลับไปใช้อาหารเดิม 100% จนกว่าระบบขับถ่ายจะกลับมาเป็นปกติ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกลไกการเปลี่ยนอาหารแมวที่ถูกต้องตามชีววิทยาร่างกายของแมว เพื่อให้แมวของคุณมีความสุขกับมื้อใหม่และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนที่สุด สารบัญเนื้อหา ทำไมเราจึงเปลี่ยนอาหารแมวทันทีไม่ได้? สูตร 7 วัน ขั้นตอนการเปลี่ยนอาหารแมวอย่างถูกวิธี 5 สัญญาณเตือน! ถึงเวลาต้อง “เปลี่ยน” อาหารแมว 5 อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นหลังเปลี่ยนอาหารแมว คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนอาหารแมว ทำไมเราจึงเปลี่ยนอาหารแมวทันทีไม่ได […]




