มิถุนายน 7, 2026

เจาะลึกมาตรฐานอาหารสัตว์ระดับโลกทำไม Betagro Pet ถึงเป็นผู้นำด้านคุณภาพ

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

เจาะลึกมาตรฐานอาหารสัตว์ระดับโลกทำไม Betagro Pet ถึงเป็นผู้นำด้านคุณภาพ


ในปัจจุบัน ผู้เลี้ยงสัตว์หันมาใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว (Pet Humanization) การเลือกอาหารสัตว์จึงไม่ได้มองแค่ความอิ่มท้องอีกต่อไป แต่ยังต้องคำนึงถึง “มาตรฐานความปลอดภัยและโภชนาการที่ครบถ้วน” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เลี้ยงและส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาวให้แก่สัตว์เลี้ยง

Betagro Pet (เพ็ท โฟกัส ในเครือเบทาโกร) เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอาหารสัตว์เลี้ยงด้วยการใช้ระบบ Betagro Quality Management (BQM) โดยนำมาตรฐานสากลระดับโลกทั้ง AAFCO, GMP, HACCP และ ISO มาใช้ในทุกกระบวนการผลิต

ทำความรู้จัก 4 มาตรฐานระดับสากลในการผลิตอาหารสัตว์

ก่อนที่เราจะไปดูว่า Betagro Pet นำมาตรฐานเหล่านี้มาใช้อย่างไร เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าแต่ละมาตรฐานคืออะไร ออกโดยหน่วยงานใด และมีความสำคัญอย่างไรต่อคุณภาพของอาหารสัตว์

1. มาตรฐาน AAFCO

มาตรฐานทางโภชนาการสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการยอมรับและใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงทั่วโลก มาตรฐานนี้ออกโดยสมาคมผู้ควบคุมอาหารสัตว์แห่งอเมริกา (Association of American Feed Control Officials – AAFCO) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของผู้เชี่ยวชาญ สัตวแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์

ความสำคัญ: เป็นผู้สร้างบรรทัดฐานว่าอาหารสัตว์ที่ดีควรมีองค์ประกอบอย่างไร กำหนดระดับสารอาหารขั้นต่ำ-สูงสุดตามช่วงวัย เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารมีโภชนาการที่ “ครบถ้วนและสมดุล” (Complete and Balanced) สามารถใช้เป็นอาหารหลักประจำวันได้ รวมถึงกำหนดมาตรฐานความโปร่งใสของการแสดงข้อมูลบนฉลาก

2. มาตรฐาน GMP

หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practice) ครอบคลุมสุขลักษณะขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่สถานที่ผลิต เครื่องจักร บุคลากร ไปจนถึงการควบคุมกระบวนการผลิต ออกมาตรฐานด้วยหน่วยงานระดับชาติที่กำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหาร (ในประเทศไทยรับรองโดย กรมปศุสัตว์) โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์จาก Codex Alimentarius Commission

ความสำคัญ: เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงและลดปัญหาการปนเปื้อนในขั้นต้น ทำให้มั่นใจได้ว่าโรงงานมีความสะอาดและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อการผลิต

3. มาตรฐาน HACCP

ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis and Critical Control Point) เน้นการป้องกันอันตรายเชิงรุกในทุกขั้นตอนการผลิต ออกโดย คณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหาร FAO/WHO (Codex Alimentarius Commission)

ความสำคัญ: มุ่งเน้นการป้องกันอันตรายจากสารเคมี เชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค (เช่น สารพิษตกค้าง เชื้อซัลโมเนลลา) และสิ่งปลอมปนทางกายภาพ ทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยต่อการบริโภคสูงสุด

4. มาตรฐาน ISO

มาตรฐานระบบการจัดการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่น ISO 9001 (ระบบบริหารงานคุณภาพ) และ ISO 14001 (การจัดการสิ่งแวดล้อม) ควบคุมโดย องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization – ISO)

ความสำคัญ: สร้างความมั่นใจในด้านประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน การตรวจสอบย้อนกลับได้ของสินค้า (Traceability) และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เจาะลึกมาตรฐานอาหารสัตว์ระดับโลกทำไม Betagro Pet ถึงเป็นผู้นำด้านคุณภาพ

Betagro Pet กับความมุ่งมั่นภายใต้มาตรฐานอาหารสัตว์ระดับสากล

Betagro Pet นำมาตรฐานระดับโลกมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างไรบ้าง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงของเรา

มาตรฐาน (Standard) ความเกี่ยวข้องและการปฏิบัติของ Betagro Pet
AAFCO อาหารสัตว์เลี้ยงทุกสูตรถูกคิดค้นและพัฒนาโดยสัตวแพทย์และนักโภชนาการ ให้มีระดับสารอาหาร (โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ) ที่ครบถ้วนสมดุล (Complete and Balanced) ตามเกณฑ์ AAFCO รวมถึงมีการควบคุมระดับความเค็ม (โซเดียม) อย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงโรคไต และแสดงข้อมูลส่วนผสมบนฉลากอย่างโปร่งใส
GMP โรงงานผลิตอาหารสัตว์ของ Betagro Pet ผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์ มีการควบคุมความสะอาดของสถานที่ผลิต สุขลักษณะของพนักงาน และสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนในขั้นพื้นฐาน ทำให้กระบวนการผลิตถูกสุขลักษณะ
HACCP นำระบบ HACCP มาใช้ควบคุมจุดวิกฤตในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต เพื่อวิเคราะห์และป้องกันอันตรายจากสารเคมี เชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค และสิ่งแปลกปลอม ทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกถุงที่ส่งถึงมือผู้เลี้ยงมีความปลอดภัยสูงสุด
ISO 9001 และ ISO 14001 ใช้ระบบ ISO 9001 เพื่อให้การบริหารงานคุณภาพมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) ในทุกขั้นตอนการผลิต และใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่าน ISO 14001 รวมถึงมาตรฐาน OHSAS สำหรับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน

กลุ่มผลิตภัณฑ์จาก Betagro Pet ภายใต้มาตรฐานระดับโลก

ด้วยความตั้งใจในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด Betagro Pet ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงหลากหลายแบรนด์ (Brands) เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนี้:

1. Perfecta (เพอร์เฟ็คต้า) – อาหารสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมียม

Perfecta Cat และ Dog คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ใช้ เนื้อสดระดับ Human Grade (เช่น เนื้อไก่อนามัย เนื้อโคขุน และเนื้อปลาสด จากฟาร์มภายใต้เครือเบทาโกร) เป็นส่วนผสมหลักอันดับ 1 ปราศจากผลพลอยได้ (By-products) อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่าย ร่างกายนำไปใช้ได้เต็มที่ ข้าวกล้องไม่ขัดสีช่วยเพิ่มไฟเบอร์และอิ่มท้อง

2. DOG n joy (ด็อกเอ็นจอย) – อาหารสุนัขครบคุณค่า

DOG n joy โดดเด่นด้วยนวัตกรรม Pro-Amino 10 ซึ่งเป็นเม็ดโปรตีนเข้มข้นที่รวมกรดอะมิโนจำเป็น 10 ชนิดที่ร่างกายสุนัขสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น เสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยพรีไบโอติก (Pre-Biotic), ควบคุมระดับความเค็มตามมาตรฐาน AAFCO และไม่มีการใส่สีหรือสารปรุงแต่งรสชาติสังเคราะห์ มีโอเมก้า 3, 6, 9 บำรุงผิวหนังและเส้นขน

3. CAT n joy (แค็ทเอ็นจอย) – อาหารแมวเพื่อสุขภาพและภูมิคุ้มกัน

CAT n joy สูตรอาหารที่มีพลังปกป้อง 3 พลังเสริมภูมิคุ้มกัน (Triple Protection) เข้าใจธรรมชาติของแมวและช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แมวแข็งแรง ห่างไกลโรค เพราะ มี DHA ช่วยบำรุงสมอง, ทอรีน (Taurine) บำรุงสายตา, มีส่วนผสมช่วยลดการอุดตันของก้อนขน (Hairball) ในระบบทางเดินอาหาร และควบคุมระดับความเค็มอย่างพิถีพิถันเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไต

บทสรุป

มาตรฐานอาหารสัตว์ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎระเบียบ แต่คือความใส่ใจและคำมั่นสัญญาในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด Betagro Pet ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การผสานรวมมาตรฐานระดับโลกอย่าง AAFCO, GMP, HACCP และ ISO เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ สามารถยกระดับคุณภาพอาหารสัตว์ได้อย่างแท้จริง ทำให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้เต็มเปี่ยมว่าผลิตภัณฑ์ทุกถุง ไม่ว่าจะเป็น Perfecta, DOG n joy หรือ CAT n joy ล้วนเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ความปลอดภัย และความรักที่มีต่อสัตว์เลี้ยงของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรฐานอาหารสัตว์ Betagro Pet

Q1: อาหารสัตว์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอย่าง HACCP หรือ GMP มีความสำคัญอย่างไร?

A: ช่วยยืนยันว่าโรงงานและกระบวนการผลิตนั้นปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ปราศจากสารต้องห้าม สารเสื่อมคุณภาพ และไม่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรค ทำให้มั่นใจในความสะอาดและปลอดภัย

Q2: เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารของ Betagro Pet โภชนาการครบถ้วนจริง?

A: อาหารสัตว์ของ Betagro Pet ถูกพัฒนาโดยสัตวแพทย์และนักโภชนาการอาหารสัตว์ โดยอ้างอิงการจัดทำสูตรและควบคุมคุณภาพ (เช่น การวิเคราะห์สารอาหารและการควบคุมความเค็ม) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานโภชนาการระดับสากลอย่าง AAFCO ซึ่งรับรองความ Complete & Balanced

Q3: Human Grade ในอาหารสัตว์เลี้ยงคืออะไร?

A: หมายถึงการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงในระดับเดียวกับที่มนุษย์บริโภค (เช่น เนื้อสดอนามัยในแบรนด์ Perfecta) ทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับแหล่งโปรตีนที่สะอาด ปลอดภัย และมีประโยชน์มากกว่าการใช้ผลพลอยได้จากสัตว์


อ้างอิงจาก


บทความน่าสนใจ

อาหารและโภชนาการHypoallergenic กับ Anallergenic ต่างกันยังไง? เลือกสูตรไหนให้เหมาะกับสุนัขแพ้ง่าย

เมื่อสุนัขคัน เกาไม่หยุด เลียเท้าบ่อย ขนร่วง ผิวหนังแดง หูอักเสบซ้ำ หรือท้องเสียง่าย เจ้าของอาจเริ่มสงสัยว่า “สุนัขแพ้อาหารหรือเปล่า?” และมักเจอคำว่า Hypoallergenic Dog Food กับ Anallergenic Dog Food ซึ่งดูคล้ายกัน แต่ต่างกันที่ระดับการย่อยโปรตีนและขนาดโมเลกุลของโปรตีน โดยสรุป Hypoallergenic Dog Food ใช้โปรตีนที่ถูกย่อยให้มีโมเลกุลเล็กลง เพื่อลดโอกาสกระตุ้นการตอบสนองต่ออาหาร เหมาะกับสุนัขแพ้ง่ายหรือไวต่ออาหารทั่วไป ส่วน Anallergenic Dog Food ใช้โปรตีนที่มีโมเลกุลเล็กกว่า จึงอาจเหมาะกับสุนัขที่ไวต่ออาหารมาก หรือต้องการการดูแลเฉพาะทางมากขึ้น บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจความต่างระหว่าง Hypoallergenic กับ Anallergenic พร้อมแนวทางเลือกสูตรอาหารให้เหมาะกับสุนัขที่มีปัญหาคัน ผิวหนังแพ้ง่าย ขนร่วง หรือสงสัยว่าแพ้อาหาร หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการดูแลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากสุนัขมีอาการคันรุนแรง ผิวหนังอักเสบ หรือสงสัยว่าแพ้อาหาร ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยนอาหาร โดยเฉพาะอาหารกลุ่ม Veterinary Diet หรืออาหารสูตรเฉพาะทาง สารบัญเนื้อหา Hypoallergenic Dog Food คืออะไร? Anal […]

อาหารและโภชนาการFOS Prebiotic ในอาหารหมาช่วยอะไร? ดีต่อระบบย่อย ลำไส้ และหมาแพ้ง่ายไหม

ถ้าสุนัขถ่ายเหลวบ่อย อุจจาระไม่เป็นก้อน ท้องเสียง่าย หรือมีอาการคันผิวหนังร่วมกับระบบย่อยอาหารรวน เจ้าของหลายคนอาจเริ่มมองหาอาหารสุนัขที่มี FOS prebiotic เพราะได้ยินว่าช่วยดูแลลำไส้และระบบขับถ่ายได้ดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว FOS คืออะไร ช่วยสุนัขเรื่องอะไรบ้าง ควรได้รับในปริมาณเท่าไรถึงเหมาะสม และถ้าสุนัขแพ้อาหารหรือผิวหนังแพ้ง่าย การเลือกอาหารที่มี FOS อย่างเดียวเพียงพอไหม? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ พร้อมแนวทางเลือกอาหารสำหรับสุนัขระบบย่อยไว สุนัขแพ้ง่าย และสุนัขที่ต้องการอาหารสูตรเฉพาะทาง หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลโภชนาการและการดูแลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากสุนัขมีอาการท้องเสียเรื้อรัง คันรุนแรง ผิวหนังอักเสบ อาเจียน น้ำหนักลด หรือไม่กินอาหาร ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและรับการดูแลที่เหมาะสม สารบัญเนื้อหา FOS Prebiotic คืออะไร? FOS Prebiotic ในอาหารหมาช่วยอะไรบ้าง? ปริมาณ FOS Prebiotic ที่เหมาะสมสำหรับสุนัข ควรให้เท่าไร? FOS กับปัญหากลุ่มอาการเฉพาะในสุนัข อาการแพ้อาหารหรือไวต่ออาหาร วิธีเลือกอาหารสำหรับหมาแพ้ง่าย ถ้าสุนัขแพ้ง่าย เลือกอาหารที่มี FOS […]

อาหารและโภชนาการโอเมก้า 3 และ 6 สำหรับสุนัข สารอาหารบำรุงผิวและวิธีเลือกอาหารหมาแพ้ง่าย

อาการคัน ผิวแดง ขนร่วง หรือเลียเท้าบ่อย เป็นปัญหาที่เจ้าของสุนัขหลายคนกังวล โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าสุนัขอาจมี “ผิวหนังแพ้” หรือ “แพ้อาหาร” หนึ่งในสารอาหารที่มักถูกพูดถึงคือ โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพผิวหนัง เส้นขน และการอักเสบของร่างกาย คำตอบคือ โอเมก้า 3 และ 6 อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของสุนัขได้ โดยเฉพาะในแง่การดูแลเกราะป้องกันผิว ความชุ่มชื้นของผิว และคุณภาพเส้นขน แต่ไม่ควรมองว่าโอเมก้า 3 และ 6 เป็นยารักษาโรคผิวหนังหรือโรคภูมิแพ้โดยตรง เพราะอาการคันและผิวหนังแพ้ในสุนัขเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งแพ้อาหาร แพ้สิ่งแวดล้อม เห็บหมัด เชื้อรา แบคทีเรีย หรือโรคผิวหนังอื่น ๆ หากสุนัขมีอาการคันมาก ขนร่วงเป็นหย่อม ผิวแดง มีกลิ่นตัวแรง หูอักเสบ หรือมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ก่อนเลือกอาหารหรือเสริมสารอาหารด้วยตัวเอง สารบัญเนื้อหา โอเมก้า 3 และ 6 คืออะไร? ประโยชน์ของโอเมก้า 3 และ 6 สำหรับสุนัข โอเมก้า 3 และ 6 ช่วยเรื่องปัญหาผิวสุนัขได้จริงไหม? สัญญาณที่บอกว่าสุนัขควรได้รับการดูแลเรื่องผิวหนังและขน สารอาหารสำคัญอื่น ๆ ที่ช่วยดูแลผิวหนัง […]