
หมาเป็นโรคไต มีสัญญาณ สาเหตุ การรักษายังไงบ้าง พร้อมวิธีดูแลน้องหมาอย่างถูกต้อง
สุขภาพของสัตว์เลี้ยง
โรคไตเรื้อรังในสุนัข เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่จัดการได้หากรู้ทัน! ความท้าทายหลักคือ น้องหมาจะไม่แสดงอาการป่วยจนกว่าไตจะสูญเสียการทำงานไปแล้วถึง 75% นี่คือสาเหตุที่เจ้าของส่วนใหญ่มักรู้ตัวเมื่อโรคเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว กุญแจสำคัญในการรับมือคือการสังเกต “สัญญาณเตือนแรกเริ่ม” โดยเฉพาะพฤติกรรม ดื่มน้ำเยอะและปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ควบคู่กับการพาไปตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นและจัดการโภชนาการอย่างถูกต้อง จะช่วยยืดอายุและรักษาคุณภาพชีวิตให้น้องหมามีความสุขกับคุณไปได้อีกนาน
สารบัญเนื้อหา
โรคไตในสุนัขคืออะไร?
ไตมีหน้าที่สำคัญในร่างกายสุนัขมากกว่าแค่ “กรองปัสสาวะ” ไตยังควบคุมความดันโลหิต รักษาสมดุลแร่ธาตุและกรด-เบสในเลือด ผลิตฮอร์โมน Erythropoietin ที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง และสังเคราะห์ Calcitriol (วิตามิน D ที่ออกฤทธิ์) เพื่อควบคุมแคลเซียม เมื่อไตเสื่อมสภาพ ระบบทั้งหมดนี้ถูกกระทบพร้อมกัน
โรคไตในสุนัขแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักที่มี prognosis และแนวทางรักษาต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ไตวายเฉียบพลัน (AKI) กับ โรคไตเรื้อรัง (CKD) ต่างกันอย่างไร?
| ไตวายเฉียบพลัน (AKI) | โรคไตเรื้อรัง (CKD) | |
|---|---|---|
| ระยะเวลา | เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในชั่วโมง–วัน | ค่อยๆ เสื่อมนานเป็นเดือน–ปีก่อนแสดงอาการ |
| สาเหตุหลัก | กินสารพิษ, ติดเชื้อรุนแรง, ขาดน้ำฉับพลัน, อุบัติเหตุ | อายุ, พันธุกรรม, ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง, โรคอื่นนำ |
| Reversibility | บางกรณีฟื้นตัวได้หากรักษาเร็ว | ไม่สามารถคืนสภาพได้ — บริหารจัดการเพื่อชะลอ |
| พยากรณ์โรค | ดีกว่า หากได้รับการรักษาทันที | ขึ้นอยู่กับระยะ IRIS ที่ตรวจพบ |
| เป้าหมายรักษา | กำจัดสาเหตุ + ฟื้นฟูการทำงานของไต | ชะลอการเสื่อม + รักษาคุณภาพชีวิต |
สำคัญ: สุนัขที่รอดจาก AKI ยังมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็น CKD ในระยะยาว เนื่องจากเนื้อเยื่อไตที่เสียหายมักไม่ฟื้นตัวได้สมบูรณ์ 100%
สัญญาณที่บอกว่าหมาอาจเป็นโรคไต
ความน่ากลัวของโรคไตเรื้อรังคือไตของสุนัขสามารถทำงานทดแทนส่วนที่เสียหายได้ดีเยี่ยม โดยหน่วยไตที่เหลือจะทำงานหนักขึ้นเพื่อกรองของเสียแทนส่วนที่พังไป ทำให้ร่างกายยังดูปกติและมักแสดงอาการป่วยออกมาเมื่อสายเกินไปหรือในช่วงที่ไตสูญเสียการทำงานไปมากกว่าครึ่งแล้ว
สัญญาณอันตรายที่บอกว่าหมากำลังเสี่ยงเป็นไต :
- เมื่อไตเสียหายไปแล้วประมาณ 66% (หรือ 2 ใน 3): น้องหมาจะเริ่มแสดงอาการ “กินน้ำเยอะขึ้น และปัสสาวะบ่อย/เยอะกว่าปกติ” ซึ่งนี่คือสัญญาณเตือนแรกสุดที่ร่างกายส่งออกมา
- เมื่อไตเสียหายไปแล้ว 75% ขึ้นไป: ร่างกายจะเริ่มรับไม่ไหวจนเกิด “ภาวะของเสียคั่งในเลือด (Azotemia)” และทำให้อาการป่วยรุนแรงแสดงออกมาอย่างชัดเจน เช่น ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน น้ำหนักลด ซึ่งมักจะเป็นระยะที่เจ้าของเพิ่งสังเกตเห็นและพาไปพบสัตวแพทย์
หากเรารอให้อาการป่วยแสดงออกมาชัดเจน นั่นมักจะแปลว่าโรคได้ดำเนินไปไกลถึงระยะที่ 3 หรือ 4 แล้ว การหมั่นสังเกตพฤติกรรมการกินน้ำและปัสสาวะตั้งแต่วันนี้ แนะนำว่าควรไปตรวจเลือดเป็นประจำทุกปี เพื่อที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้ทันเวลา
สัญญาณอันตรายที่ควรพาไปพบคุณหมอทันที
| อาการระยะต้น (สังเกตได้ที่บ้าน) | อาการที่ต้องพาไปหมอทันที |
|---|---|
| กระหายน้ำมากผิดปกติ ดื่มน้ำบ่อยขึ้นชัดเจน | อาเจียนต่อเนื่อง หยุดไม่ได้ |
| ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมากขึ้น หรือสีจางกว่าปกติ | ชัก หรือสั่นกระตุก |
| เบื่ออาหาร กินลดลง เริ่มผอมลง | ซึมมาก ตอบสนองน้อย กระตุ้นไม่ตื่น |
| อ่อนแรง เล่นน้อยลง นอนมากขึ้น | ไม่ปัสสาวะเลย หรือปัสสาวะมีเลือด |
| ลมหายใจหรือปากมีกลิ่นคล้ายปัสสาวะ | ปากมีแผล เหงือกซีด หรือลิ้นสีผิดปกติ |
| น้ำหนักลดลงต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ | ตาพร่า มองไม่เห็น (จากความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน) |
สาเหตุของโรคไตในสุนัข
โรคไตนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ในหลายกรณีของ CKD เรื้อรัง สาเหตุที่แท้จริงมักไม่สามารถระบุได้แม้หลังตรวจอย่างละเอียด แต่ปัจจัยเสี่ยงที่รู้จักสามารถแบ่งได้ดังนี้
- การดูแลพื้นฐาน: การดื่มน้ำไม่เพียงพอจนเกิดภาวะขาดน้ำเรื้อรัง
- โภชนาการ: การได้รับอาหารที่มีโซเดียมหรือฟอสฟอรัสสูงต่อเนื่อง
- สารพิษและยา: การได้รับสารพิษ หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ในปริมาณมาก
- กลุ่มโรคไม่ติดต่อ: เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ (ที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง)
- กลุ่มอาการอื่นๆ: การติดเชื้อ (ฉี่หนู/UTI), พยาธิในเม็ดเลือด และเนื้องอกที่ไต
- อายุ: ความเสื่อมตามวัย (พันธุ์เล็ก 10 ปี+ / พันธุ์ใหญ่ 7 ปี+)
- พันธุกรรม: ความผิดปกติแต่กำเนิด และความเสี่ยงสะสมในบางสายพันธุ์ (Heritable CKD)
เปลี่ยนเทียบแต่ละสาเหตุที่ทำให้หมาเป็นโรคไต
| สาเหตุที่ควบคุมได้ | สาเหตุที่ควบคุมได้บางส่วน | ควบคุมไม่ได้ |
|---|---|---|
| กินน้ำน้อยเรื้อรัง ขาดน้ำสะสม | ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง | อายุมาก (สุนัขพันธุ์เล็ก 10+ ปี พันธุ์ใหญ่ 7+ ปี) |
| กินอาหารที่มีโซเดียม/ฟอสฟอรัสสูงเรื้อรัง | โรคเบาหวานระยะยาว | พันธุกรรม (Heritable CKD ในบางสายพันธุ์) |
| การติดเชื้อไม่ได้รับการรักษา (Leptospirosis, UTI) | โรคหัวใจที่ลดการไหลเวียนเลือดถึงไต | ความผิดปกติแต่กำเนิดของไต |
| กินสารพิษ ยาบางชนิด (NSAIDs ในปริมาณมาก) | พยาธิเม็ดเลือด (Ehrlichia, Babesia) ที่ไม่ได้รักษา | เนื้องอกที่ไต |
สุนัขสายพันธุ์ไหนมีความเสี่ยง “โรคไต” สูงกว่าปกติ?
โรคไตไม่ได้เกิดจากความเสื่อมตามวัยเพียงอย่างเดียวครับ พันธุกรรมและสายพันธุ์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่กำหนดความเสี่ยง การรู้ข้อมูลนี้แต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณปรับโภชนาการเชิงป้องกันและดูแลสุขภาพน้องหมาได้อย่างตรงจุด โดยแบ่งความเสี่ยงออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้
- กลุ่มเสี่ยงจากพันธุกรรม (มักแสดงอาการก่อนอายุ 3 ปี):
ความผิดปกติแต่กำเนิดนี้ทำให้น้องหมาป่วยและไตเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ พุดเดิ้ล, ชิสุ, ร็อตไวเลอร์, ซามอยด์, โดเบอร์แมน พินสเชอร์, เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก, เกรย์ฮาวด์, ลาซา แอปโซ, อิงลิช ค็อกเกอร์ สแปเนียล, อิงลิช สปริงเงอร์ สแปเนียล, ซอฟต์ โคตเต็ด วีเทน เทอร์เรียร์ รวมถึง ชาร์เป่ย ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะโปรตีนสะสมผิดปกติ (Familial Amyloidosis)
- กลุ่มเสี่ยงจากภาวะโปรตีนสะสมในไต (พบมากในวัยกลางคนถึงวัยชรา):
แม้ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมโดยตรง แต่สายพันธุ์อย่าง บีเกิ้ล, คอลลี่ และ วอล์กเกอร์ ฮาวด์ มีรายงานความเสี่ยงของโรครูปแบบนี้สูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อก้าวเข้าสู่วัยชรา
- กลุ่มเสื่อมตามวัย (ทุกสายพันธุ์ต้องระวังเมื่ออายุ 5-6 ปีขึ้นไป):
โรคไตเรื้อรังทั่วไปไม่เลือกเพศหรือสายพันธุ์ “อายุที่มากขึ้น” คือปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่ง ทันทีที่น้องหมาอายุครบ 5 ปี การปรับสูตรอาหารเพื่อถนอมไตและการเจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปี
ขั้นตอนการรักษาหมาเป็นโรคไตโดยสัตวแพทย์
แม้โรคไตเรื้อรังจะรักษาไม่หายขาด แต่สัตวแพทย์สามารถ “ลดค่าไต ชะลอความเสื่อม และยืดคุณภาพชีวิตได้ด้วย 3 วิธีหลัก:
- การให้น้ำเกลือ : ไม่ว่าจะเข้าทางหลอดเลือดดำหรือใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยร่างกายขับของเสียและสารพิษ (BUN/Creatinine) ที่คั่งค้างในเลือดออกมา และแก้ไขภาวะขาดน้ำ
- การจัดการโภชนาการ : ต้องเปลี่ยนเป็น อาหารสูตรโรคไต (Renal Diet) ทันที เพื่อจำกัดโปรตีน ฟอสฟอรัส และโซเดียม ช่วยลดภาระการทำงานของหน่วยไตที่เหลืออยู่ถือเป็นวิธีที่สำคัญต่อการรักษามากสุด
- การใช้ยาควบคุมอาการ: สัตวแพทย์จะจ่ายยาตามระยะของโรค (IRIS Stage) เช่น ยาลดความดัน ยาบำรุงเลือด ยาลดกรด หรือให้วิตามินเสริม เพื่อจัดการภาวะแทรกซ้อนและประคองการทำงานของร่างกาย
หมาเป็นโรคไต ค่าไตลดได้ไหม? หายขาดหรือเปล่า?
คำตอบคือ สามทารถทำให้ค่าไตลดลงได้จริง ด้วยการให้น้ำเกลือ (ทางหลอดเลือดดำหรือใต้ผิวหนัง) เพื่อเข้าไปช่วยร่างกายขับของเสียและสารพิษที่คั่งค้างอยู่ออกมา
ส่วนจะ “หายขาดหรือไม่” ต้องดูที่รูปแบบของการเกิดโรค:
- ไตวายเฉียบพลัน: มีโอกาส “หายขาดได้” หากเจ้าของสังเกตอาการไวและรักษาทันท่วงที ไตจะสามารถฟื้นฟูตัวเองกลับมาทำงานได้ตามปกติ
- ไตวายเรื้อรัง: “ไม่หายขาด” เซลล์ไตที่ฝ่อไปแล้วพังแล้วพังเลย ไม่สามารถสร้างใหม่ได้ เป้าหมายหลักของการรักษาจึงไม่ใช่การรักษาให้หาย แต่เป็นการ “ชะลอความเสื่อม” ให้หน่วยไตส่วนที่เหลือทำงานได้นานที่สุด
แม้โรคไตเรื้อรังจะรักษาไม่หายขาด แต่การใช้ “อาหารสูตรโรคไต” ควบคู่กับการรักษาจะช่วยลดภาระของไตและบรรเทาอาการป่วย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการยืดอายุและช่วยให้สุนัขมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้นานที่สุด
วิธีการดูแลสุนัขโรคไตที่บ้าน
การดูแลที่บ้านสำคัญพอๆ กับการรักษาที่คลินิก คุณสามารถช่วยน้องหมาได้ดังนี้:
- เตรียมน้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา: กระตุ้นการดื่มน้ำ (เช่น เปลี่ยนน้ำทุกวัน หรือใช้น้ำพุ) เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำที่ทำให้ไตเสื่อมไวขึ้น
- ให้อาหาร Renal Diet อย่างเคร่งครัด: ลดโปรตีน ฟอสฟอรัส โซเดียม และ งดขนมหรืออาหารคนเด็ดขาด
- ทำตามแผนการรักษา: ป้อนยาและให้น้ำเกลือใต้ผิวหนังตามที่สัตวแพทย์สอนอย่างสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาเอง และพาไปเจาะเลือดตามนัดทุกครั้ง
โภชนาการคือตัวช่วยสำคัญสำหรับโรคไต แนะนำ Perfecta สูตร Renal
โภชนาการคือยารักษาโรคไตที่ดีที่สุด ขอแนะนำ Perfecta Dog Veterinary Diet สูตร Renal อาหารเฉพาะทางที่ออกแบบโดยศูนย์นวัตกรรมสัตว์เลี้ยงเบทาโกร:
จุดเด่น:
- โปรตีนต่ำ (Min 14%): ลดการสร้างของเสียในเลือด พร้อมเพิ่มไขมัน (Min 18%) เพื่อชดเชยพลังงานป้องกันกล้ามเนื้อสลาย
- ควบคุมฟอสฟอรัสและโซเดียม: ลดภาระการกรองของไต
- Alkalinizing Agent: ปรับสมดุลกรด-เบส ลดภาวะเลือดเป็นกรด (Metabolic Acidosis)
- Omega-3 (EPA/DHA) & FOS Prebiotic: ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อไต และปรับสมดุลลำไส้ให้ย่อยง่ายขึ้นสำหรับสุนัขที่ป่วยอ่อนแรง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมาเป็นโรคไต
Q: สุนัขโรคไตจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?
อายุขัยของสุนัขโรคไตไม่มีตัวเลขตายตัวเพราะขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษาและระยะที่ตรวจพบ (IRIS Stage) โดยหากพบในระยะ 1–2 และดูแลอย่างดีอาจอยู่ได้หลายปี แต่หากพบในระยะ 3–4 อาจเหลือเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ถึงเดือน ซึ่งสัตวแพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำที่สุด
Q: ค่าไตสูงเท่าไรถึงอันตราย?
ความอันตรายของค่าไตอ้างอิงตาม IRIS Staging จะเริ่มพิจารณาจากค่า Creatinine ที่สูงกว่า 1.4 mg/dL (ระยะที่ 2) โดยจะเริ่มเห็นอาการชัดเจนเมื่อสูงกว่า 2.9 mg/dL (ระยะที่ 3) และเข้าสู่ภาวะวิกฤตที่ต้องดูแลใกล้ชิดเมื่อสูงกว่า 5.0 mg/dL (ระยะที่ 4) ทั้งนี้ต้องให้สัตวแพทย์วินิจฉัยร่วมกับค่า SDMA การตรวจปัสสาวะ และอาการทางคลินิกเพื่อความแม่นยำ
Q: สุนัขอายุเท่าไรถึงเริ่มเสี่ยง?
ความเสี่ยงของโรคไตเรื้อรังจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อสุนัขอายุ 5–6 ปีขึ้นไป โดยสุนัขพันธุ์ใหญ่อาจเริ่มเสี่ยงตั้งแต่อายุ 7 ปี ในขณะที่สุนัขพันธุ์เล็กซึ่งมีอายุยืนกว่ามักมีความเสี่ยงสูงในช่วงอายุ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งในกลุ่มสุนัขสูงวัยมีโอกาสตรวจพบโรคนี้ได้สูงถึง 10%
Q: ให้น้ำเกลือสุนัขโรคไตที่บ้านเองได้ไหม?
สามารถให้น้ำเกลือใต้ผิวหนังเองที่บ้านได้ในกรณีที่สัตวแพทย์แนะนำและฝึกสอนวิธีที่ถูกต้องให้แล้ว ซึ่งเป็นวิธีช่วยรักษาสมดุลน้ำที่จำเป็นมากสำหรับสุนัขโรคไตระยะ 3–4 แต่ห้ามเริ่มทำเองโดยไม่ผ่านการอนุญาตหรือฝึกฝนจากผู้เชี่ยวชาญเด็ดขาด
Q: โรคไตในสุนัขกับแมวต่างกันไหม?
แม้โรคไตจะมีอาการและหลักการดูแลเบื้องต้นที่คล้ายกัน แต่พบในแมวสูงวัยได้บ่อยกว่าสุนัขมาก (60% ต่อ 10%) โดยมีรายละเอียดด้านการใช้ยาและโภชนาการที่แตกต่างกันเฉพาะทาง จึงห้ามนำข้อมูลการรักษาหรืออาหารของสปีชีส์หนึ่งไปใช้ทดแทนอีกสปีชีส์หนึ่งโดยเด็ดขาด
เอกสารอ้างอิง
- 1. Merck Veterinary Manual (2024). Renal Dysfunction in Dogs and Cats — Urinary System. Merck & Co., Inc. https://www.merckvetmanual.com/urinary-system/noninfectious-diseases-of-the-urinary-system-in-small-animals/renal-dysfunction-in-dogs-and-cats
- 2. International Renal Interest Society (IRIS) (2023). IRIS CKD Risk Factors and Staging System. iris-kidney.com. https://www.iris-kidney.com/ckd-risk-factors
- 3. Grauer GF (2022). Canine Chronic Kidney Disease: Current Diagnostics and Goals for Long-Term Management. Today’s Veterinary Practice. https://todaysveterinarypractice.com/urology-renal-medicine/canine-chronic-kidney-diseasecurrent-diagnostics-goals-long-term-management/
- 4. Michigan State University College of Veterinary Medicine (2024). Chronic Kidney Disease: Living with Your Pet and the Diagnosis. cvm.msu.edu. https://cvm.msu.edu/vdl/client-education/guides-for-pet-owners/chronic-kidney-disease-living-with-your-pet-and-the-diagnosis
- 5. Betagro Pet (2024). ข้อมูลโภชนาการ เพอร์เฟคต้า รีนอล แคร์ อาหารสุนัขโรคไต (Guaranteed Analysis). Betagro Pet Innovation Center.
บทความน่าสนใจ

ในหลายครอบครัว เด็กกับแมวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม หากมีผู้ใหญ่คอยดูแลการปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พร้อมจัดพื้นที่ของแมวให้เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาด และสอนเด็กให้สัมผัสสัตว์อย่างอ่อนโยน เพราะเด็กอาจยังไม่เข้าใจว่าแมวกำลังกลัว เครียด หรือไม่ต้องการให้จับ ซึ่งอาจนำไปสู่การข่วนหรือกัดเพื่อป้องกันตัวได้ การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องเจ็บป่วยหรือเกิดภูมิแพ้เสมอไป แต่ก็มีความเสี่ยงบางอย่างที่ผู้ปกครองควรรู้ เช่น แผลกัดหรือข่วน การสัมผัสเชื้อบางชนิดจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาการแพ้ในเด็กบางคน ดังนั้นหัวใจสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยของ ทั้งเด็กและแมว ไปพร้อมกัน หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการดูแลเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือสัตวแพทย์ หากเด็กมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสแมว หรือเกิดบาดแผลจากการกัดหรือข่วน ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินตามความเหมาะสม สารบัญเนื้อหา เด็กกับแมวอยู่ด้วยกันได้ไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้เมื่อเด็กอยู่ใกล้แมว เชื้อราจากแมวติดต่อเด็กได้ไหม? Cat Scratch Disease จากแมวข่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร? เด […]

ต่อมเหม็นสุนัข หรือที่ผู้เลี้ยงมักเรียกว่า ต่อมก้นหรือต่อมข้างก้น โดยทั่วไปหมายถึงบริเวณ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างของทวาร ผนังถุงมีต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งกลิ่นแรง โดยปกติสุนัขจำนวนมากสามารถระบายสารนี้ออกได้ขณะขับถ่าย จึงไม่ได้จำเป็นต้องกำหนดให้สุนัขทุกตัวบีบต่อมเป็นกิจวัตร แต่หากสุนัขเริ่มไถก้น เลียหรือกัดบริเวณก้นบ่อย ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ มีอาการบวม แดง หรือพบเลือด หนอง และแผลบริเวณข้างทวาร ควรให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะถุงข้างทวารอุดตัน อักเสบ หรือติดเชื้อ รวมถึงความผิดปกติอื่นบริเวณรอบทวารได้ หมายเหตุ: กลิ่นจากก้นหรือพฤติกรรมไถก้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันว่าถุงข้างทวารอุดตันได้ หากสุนัขมีอาการเจ็บ บวม มีแผล เลือด หนอง ขับถ่ายลำบาก หรือมีอาการเกิดซ้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นสุนัขคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแบบไหนอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ และแบบไหนควรตรวจเพิ่มเติม? 7 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นสุนัขมีปัญหา สาเหตุที่ทำให้ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน ต่อมเหม็นสุนัขอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? สุนัขต้ […]

ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สารบัญเนื้อหา ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน? กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค? 6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร? ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม? บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม? แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร? ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ? วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิด […]




