ตุลาคม 15, 2026

ต่อมเหม็นแมวคืออะไร? ต้องบีบไหม เช็กสัญญาณอุดตันและอักเสบ

สุขภาพของสัตว์เลี้ยง

ต่อมเหม็นแมวคืออะไร? ต้องบีบไหม เช็กสัญญาณอุดตันและอักเสบ


ต่อมเหม็นแมว หรือที่มักเรียกว่า ต่อมก้นแมว เป็นถุงขนาดเล็ก 2 ข้างบริเวณทวาร ภายในมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว โดยปกติสารนี้สามารถถูกระบายออกขณะขับถ่ายได้ ดังนั้น แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ แต่หากเริ่มมีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ ไถก้น เลียก้นมากกว่าปกติ ขับถ่ายแล้วดูเจ็บ หรือมีอาการบวม เลือด หนอง หรือแผลบริเวณข้างทวาร ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาสาเหตุ

หมายเหตุ: อาการบริเวณก้นของแมวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่สามารถยืนยันภาวะต่อมข้างก้นอุดตันหรืออักเสบจากกลิ่นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากแมวมีอาการเจ็บ บวม มีเลือดหรือหนอง ซึม ไม่กินอาหาร หรือขับถ่ายลำบาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์

สารบัญเนื้อหา

ต่อมเหม็นแมวคืออะไร อยู่ตรงไหน?

“ต่อมเหม็น” คือ ถุงข้างทวาร (Anal sacs) อยู่บริเวณด้านข้างทวารหนักตำแหน่ง 4 และ 8 นาฬิกา ทำหน้าที่สร้างและเก็บสารคัดหลั่งกลิ่นแรงเพื่อใช้สื่อสาร โดยปกติแมวจะขับสารนี้ออกมาเองขณะถ่ายอุจจาระได้โดยไม่ต้องช่วยบีบ

หากสารคัดหลั่งระบายได้ไม่ดีจนข้นสะสม จะเกิด ภาวะอุดตัน และอาจพัฒนากลายเป็นอักเสบ ติดเชื้อ หรือเป็นฝีได้ แม้ปัญหาถุงข้างทวารในแมวจะพบได้น้อยกว่าสุนัข แต่หากเกิดขึ้น ภาวะที่เจอบ่อยที่สุดคือการอุดตัน

กลิ่นต่อมเหม็นแมวแบบไหนที่ยังไม่จำเป็นต้องหมายถึงโรค?

สารคัดหลั่งจากถุงข้างทวารมีกลิ่นแรงเป็นธรรมชาติ ดังนั้นการได้กลิ่นเป็นครั้งคราว ไม่ได้หมายความว่าแมวมีโรคของต่อมข้างก้นเสมอไป สิ่งสำคัญคือควรดูร่วมกับความถี่และอาการอื่น ๆ

ลักษณะที่อาจยังไม่บ่งชี้โรคโดยตรง ลักษณะที่ควรสังเกตเพิ่มเติม
ได้กลิ่นเป็นครั้งคราว กลิ่นแรงเกิดซ้ำบ่อยผิดปกติ
ไม่มีอาการเจ็บหรือระคายเคือง แมวเลียหรือกัดบริเวณก้นมาก
ผิวบริเวณทวารดูปกติ ข้างทวารแดงหรือบวม
ขับถ่ายได้ตามปกติ เบ่ง ถ่ายลำบาก หรือดูเจ็บเวลาถ่าย
ไม่มีสารคัดหลั่งผิดปกติ มีเลือด หนอง หรือของเหลวออกจากแผล

หากมีกลิ่นเพียงครั้งเดียวแล้วแมวยังใช้ชีวิต กินอาหาร และขับถ่ายตามปกติ อาจเฝ้าสังเกตอาการได้ แต่หากกลิ่นเกิดซ้ำพร้อมกับความผิดปกติบริเวณก้น ควรตรวจหาสาเหตุแทนการพยายามบีบต่อมด้วยตนเอง

6 สัญญาณที่อาจบอกว่าต่อมเหม็นแมวมีปัญหา

อาการของภาวะต่อมข้างก้นผิดปกติมักเกี่ยวข้องกับความรู้สึกไม่สบายหรือเจ็บบริเวณรอบทวาร โดยอาการที่ควรสังเกต ได้แก่

  1. แมวไถก้นกับพื้นบ่อยผิดปกติ
    แมวอาจลากหรือถูบริเวณก้นไปกับพื้นเมื่อรู้สึกคัน ระคายเคือง หรือเจ็บ อย่างไรก็ตาม การไถก้นไม่ได้เกิดจากต่อมเหม็นเพียงสาเหตุเดียว
  2. เลียหรือกัดบริเวณก้นมากกว่าปกติ
    การเลียซ้ำ ๆ ในตำแหน่งเดิมอาจสัมพันธ์กับความคันหรือความเจ็บปวด หากเลียจนขนบาง ผิวแดง หรือเกิดแผล ควรตรวจเพิ่มเติม
  3. ขับถ่ายลำบากหรือดูเจ็บเวลาถ่าย
    บริเวณถุงข้างทวารอยู่ใกล้ทางออกของอุจจาระ เมื่อเกิดการอักเสบหรือบวม แมวบางตัวจึงอาจเบ่ง ถ่ายลำบาก หรือลังเลที่จะเข้ากระบะทราย
  4. บริเวณข้างทวารบวม แดง หรือกดเจ็บ
    โดยเฉพาะอาการบวมข้างทวารด้านใดด้านหนึ่ง อาจพบได้เมื่อมีการอักเสบหรือติดเชื้อ
  5. มีกลิ่นแรงผิดปกติซ้ำ ๆ
    กลิ่นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสาเหตุได้ แต่หากเกิดบ่อยร่วมกับอาการอื่น ควรให้สัตวแพทย์ประเมิน
  6. มีเลือด หนอง หรือของเหลวออกจากบริเวณข้างทวาร
    อาจพบได้เมื่อมีการติดเชื้อหรือเกิดฝีและมีการระบายออกผ่านผิวหนัง จัดเป็นอาการที่ควรพาไปพบสัตวแพทย์โดยไม่ควรพยายามบีบหรือกดบริเวณดังกล่าวเอง

ต่อมเหม็นแมวอุดตัน อักเสบ และฝีแตก ต่างกันอย่างไร?

ปัญหาของต่อมเหม็นแมวไม่ได้เกิดขึ้นในระดับเดียวกันทั้งหมด โดยสามารถแบ่งภาพรวมตั้งแต่การระบายสารคัดหลั่งได้ไม่ดี ไปจนถึงการติดเชื้อและเกิดฝีได้ ดังนี้

ภาวะ เกิดอะไรขึ้น อาการที่อาจพบ
ต่อมอุดตัน (Impaction) สารคัดหลั่งระบายออกไม่ดีและข้นขึ้น ไถก้น เลียก้น ไม่สบายตัว หรือถ่ายลำบาก
ต่อมอักเสบ/ติดเชื้อ มีการอักเสบและอาจมีเชื้อแบคทีเรียเพิ่มขึ้นภายในถุง เจ็บ บวม แดง กลิ่นผิดปกติ
ฝี (Abscess) มีหนองสะสมภายในบริเวณที่ติดเชื้อ ก้อนบวม ร้อน เจ็บมากขึ้น
ฝีแตก ฝีเปิดออกผ่านผิวหนังบริเวณข้างทวาร มีแผล เลือด หนอง หรือของเหลวไหลออก

ภาวะเหล่านี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างแม่นยำด้วยการดูจากภายนอกเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อมีก้อนแข็ง บวมมาก หรือเป็นซ้ำ สัตวแพทย์อาจต้องตรวจบริเวณทวารและพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

ต่อมเหม็นแมวต้องบีบไหม?

แมวทั่วไปไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเหม็นเป็นประจำ เพราะขับออกมาเองได้ขณะถ่ายอุจจาระ และพบปัญหาถุงข้างทวารน้อยกว่าสุนัข จึงไม่ควรตั้งตารางบีบทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน

ควรบีบเฉพาะเมื่อสัตวแพทย์ตรวจพบการอุดตันหรือมีสารคัดหลั่งค้าง ส่วนแมวที่เป็นซ้ำต้องให้หมอประเมินสาเหตุและวางแผนดูแลเป็นรายตัว หากแมวยังขับถ่ายปกติ แค่สังเกตพฤติกรรมก็เพียงพอแล้ว

บีบต่อมเหม็นแมวเองได้ไหม?

ไม่แนะนำให้เจ้าของที่ไม่มีประสบการณ์พยายามบีบต่อมเหม็นเอง โดยเฉพาะหากไม่แน่ใจว่าปัญหาเกิดจากต่อมข้างก้นจริงหรือไม่ ในแมวที่ต่อมอักเสบ ติดเชื้อ หรือเป็นฝี บริเวณดังกล่าวอาจเจ็บมาก การจับหรือกดอาจทำให้แมวดิ้น กัด หรือข่วน รวมถึงอาจเพิ่มการระคายเคืองบริเวณที่มีปัญหาได้ การระบายต่อมที่อุดตันควรทำหลังจากประเมินลักษณะของต่อมและสารคัดหลั่ง โดยบางกรณีอาจต้องมีการล้างภายในหรือการรักษาอื่นร่วมด้วย

หากเห็นก้อนบวม แผล เลือด หนอง หรือแมวแสดงอาการเจ็บมาก ไม่ควรพยายามบีบต่อมเอง

แมวไถก้นไม่ได้แปลว่าต่อมเหม็นตันเสมอไป

แมวไถก้น หรือเอาก้นถูพื้น เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่อาจพบในแมวที่มีปัญหาต่อมข้างก้น แต่ ไม่ใช่อาการที่จำเพาะต่อโรคนี้

บริเวณรอบทวารสามารถเกิดความคัน ระคายเคือง หรือเจ็บได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • อุจจาระหรือสิ่งสกปรกติดบริเวณขน
  • อุจจาระเหลวหรือมีปัญหาระบบทางเดินอาหาร
  • อาการคันหรือปัญหาผิวหนังบริเวณรอบก้น
  • ปรสิตบางชนิด
  • แผลหรือการระคายเคืองบริเวณรอบทวาร
  • ปัญหาของถุงข้างทวาร
  • ความผิดปกติอื่นบริเวณทวารหรือไส้ตรง

ดังนั้น หากแมวไถก้นบ่อย ไม่ควรสรุปทันทีว่าต้องบีบต่อมเหม็น การหาสาเหตุที่แท้จริงมีความสำคัญกว่า โดยเฉพาะหากมีอาการต่อเนื่องหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย

สัตวแพทย์ตรวจและรักษาต่อมเหม็นแมวอย่างไร?

การตรวจมักเริ่มจากการดูบริเวณรอบทวาร ประเมินว่ามีการบวม แดง แผล หรือสารคัดหลั่งผิดปกติหรือไม่ จากนั้นอาจตรวจบริเวณถุงข้างทวารเพื่อประเมินการอุดตัน ความเจ็บปวด และลักษณะของสารภายใน

แนวทางรักษาจะแตกต่างกันตามสาเหตุและความรุนแรง เช่น

  • ต่อมอุดตัน: อาจช่วยระบายสารคัดหลั่งออก
  • สารภายในข้นหรือแห้งมาก: อาจต้องช่วยทำให้สารอ่อนตัวหรือทำความสะอาดเพิ่มเติม
  • มีการติดเชื้อ: อาจพิจารณายาตามลักษณะและความรุนแรงของการติดเชื้อ
  • มีฝี: อาจต้องจัดการหนองและดูแลบริเวณแผล
  • เกิดปัญหาซ้ำหรือพบความผิดปกติอื่น: อาจต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่มีก้อนแข็งผิดปกติ ต่อมมีขนาดใหญ่และไม่สามารถระบายได้ หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น อาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกโรคอื่นที่พบได้น้อยกว่าออกไป

ทำไมต่อมเหม็นแมวบางตัวถึงมีปัญหาซ้ำ?

หากแมวมีปัญหาต่อมข้างก้นเกิดซ้ำ การบีบหรือระบายต่อมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด เพราะในแมวบางตัวอาจมีปัจจัยอื่นที่ทำให้การระบายสารคัดหลั่งผิดปกติร่วมด้วย

ปัจจัยที่พบร่วมกับปัญหาซ้ำได้ ได้แก่

  • ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • ท้องเสียเรื้อรัง
  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
  • ภาวะภูมิแพ้บางชนิด รวมถึงการแพ้อาหารในบางราย
  • ความผิดปกติด้านโครงสร้างบริเวณดังกล่าว
  • ความผิดปกติทางระบบประสาทบางชนิด

ไม่ได้หมายความว่าแมวที่มีภาวะเหล่านี้จะต้องเกิดโรคต่อมเหม็น แต่หากมีอาการเกิดซ้ำ สัตวแพทย์อาจพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมในการหาสาเหตุ

ต่อมเหม็นแมวคืออะไร? ต้องบีบไหม เช็กสัญญาณอุดตันและอักเสบ

วิธีดูแลเพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาต่อมเหม็นแมว

ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะป้องกันปัญหาต่อมข้างก้นได้ทั้งหมด แต่การดูแลสุขภาพโดยรวมและติดตามความผิดปกติของระบบขับถ่ายอาจช่วยให้พบปัญหาได้เร็วขึ้น

1. ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

ควรควบคุมปริมาณอาหารและส่งเสริมให้แมวมีกิจกรรมเหมาะกับวัยและสุขภาพ เพราะภาวะอ้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่พบร่วมกับปัญหาต่อมข้างก้นเกิดซ้ำในแมวบางตัว

2. สังเกตลักษณะอุจจาระเป็นประจำ

หากแมวท้องเสียหรือท้องผูกบ่อย ควรหาสาเหตุ เพราะความผิดปกติของการขับถ่ายเรื้อรังอาจพบร่วมกับปัญหาของต่อมข้างก้นได้

3. ดูแลให้ได้รับน้ำอย่างเหมาะสม

ควรมีน้ำสะอาดให้แมวเข้าถึงได้ตลอดวัน และสังเกตพฤติกรรมการกินน้ำร่วมกับปริมาณปัสสาวะและอุจจาระ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม

4. เลือกอาหารที่ครบถ้วนและเหมาะกับแมวแต่ละตัว

อาหารควรมีสารอาหารครบถ้วนและเหมาะกับช่วงวัย น้ำหนัก สุขภาพ และรูปแบบการเลี้ยง หากแมวมีท้องเสีย ท้องผูก หรือปัญหาระบบทางเดินอาหารเป็นประจำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยนสูตรอาหารหรือเสริมไฟเบอร์ด้วยตนเอง

ในแมวบางราย สัตวแพทย์อาจพิจารณาการเพิ่มใยอาหารเพื่อช่วยเพิ่มปริมาตรของอุจจาระ ซึ่งอาจช่วยให้เกิดแรงกดบริเวณถุงข้างทวารขณะขับถ่ายได้มากขึ้น แต่ ไม่ได้หมายความว่าอาหารไฟเบอร์สูงสามารถใช้รักษาต่อมเหม็นอุดตันหรืออักเสบได้ทุกกรณี

5. ไม่ควรบีบต่อมเป็นกิจวัตรโดยไม่มีข้อบ่งชี้

หากแมวไม่มีอาการผิดปกติ ไม่จำเป็นต้องพยายามบีบต่อมเองเป็นประจำ หากสงสัยว่าระบายสารคัดหลั่งไม่ได้ ควรให้สัตวแพทย์ตรวจว่าจำเป็นต้องช่วยระบายหรือมีสาเหตุอื่นร่วมด้วยหรือไม่

อาการแบบไหนควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์?

ควรพาแมวไปตรวจหากพบอาการต่อไปนี้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดหลายอาการร่วมกัน

  • ไถก้นหรือเลียก้นต่อเนื่องผิดปกติ
  • ขับถ่ายแล้วดูเจ็บหรือเบ่งมาก
  • บริเวณข้างทวารบวม แดง หรือร้อน
  • ไม่ยอมให้จับบริเวณก้นเพราะเจ็บ
  • มีก้อนบริเวณข้างทวาร
  • มีเลือด หนอง หรือของเหลวออกจากผิวหนัง
  • มีแผลเปิดข้างทวาร
  • อาการเกิดซ้ำหลายครั้ง
  • ซึม กินอาหารลดลง หรือมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย

โดยเฉพาะกรณีที่เห็น ก้อนบวมร่วมกับเลือด หนอง หรือแผลแตก ไม่ควรรอดูอาการหรือพยายามบีบเอง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือฝีที่ต้องได้รับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม

บทสรุป

ต่อมเหม็นแมวเป็นถุงข้างทวารที่มีสารคัดหลั่งกลิ่นแรง และแมวที่สุขภาพปกติส่วนใหญ่มักสามารถระบายสารนี้ได้เองขณะขับถ่าย จึงไม่จำเป็นต้องบีบต่อมเป็นกิจวัตรในแมวทุกตัว

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่ากลิ่นเพียงอย่างเดียว คืออาการที่เกิดร่วมกัน เช่น ไถก้น เลียก้นมากผิดปกติ เจ็บเวลาถ่าย บวม แดง หรือมีเลือดและหนอง หากมีอาการเหล่านี้ไม่ควรพยายามบีบต่อมเอง เพราะปัญหาอาจมีตั้งแต่การอุดตัน การอักเสบ ไปจนถึงการเกิดฝี และควรได้รับการตรวจเพื่อเลือกวิธีดูแลที่เหมาะกับสาเหตุจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต่อมเหม็นแมว

แมวทุกตัวมีต่อมเหม็นไหม?

แมวทั้งเพศผู้และเพศเมียมีถุงข้างทวารอยู่บริเวณสองข้างของทวาร ภายในเก็บสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว แต่การมีถุงข้างทวารไม่ได้หมายความว่าแมวทุกตัวจะต้องเกิดปัญหาหรือต้องบีบต่อมเป็นประจำ

ต่อมเหม็นแมวมีกลิ่นแบบไหน?

สารคัดหลั่งจากถุงข้างทวารมีกลิ่นฉุนและรุนแรงเป็นธรรมชาติ ลักษณะกลิ่นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ระบุว่าต่อมอุดตันหรือติดเชื้อได้ จึงควรพิจารณาความถี่และอาการอื่นร่วมด้วย

ต่อมเหม็นแมวต้องบีบทุกเดือนไหม?

โดยทั่วไป ไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดว่าต้องบีบทุกเดือนสำหรับแมวทุกตัว แมวที่ไม่มีอาการผิดปกติมักสามารถระบายสารคัดหลั่งขณะขับถ่ายได้เอง ส่วนแมวที่มีปัญหาเกิดซ้ำควรให้สัตวแพทย์ประเมินความจำเป็นและความถี่เป็นรายตัว

ต่อมเหม็นแมวแตกอันตรายไหม?

หากบริเวณข้างทวารบวมแล้วเกิดแผลที่มีเลือดหรือหนองออกมา อาจสัมพันธ์กับฝีของถุงข้างทวารที่เปิดออกผ่านผิวหนัง ซึ่งควรได้รับการตรวจและดูแลโดยสัตวแพทย์ เพราะอาจมีการติดเชื้อและความเจ็บปวดร่วมด้วย

สามารถบีบต่อมเหม็นแมวเองที่บ้านได้ไหม?

ไม่แนะนำให้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์บีบเอง โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบว่ามีการอักเสบ ติดเชื้อ ฝี หรือความผิดปกติอื่นอยู่หรือไม่ หากแมวมีอาการควรให้สัตวแพทย์ตรวจและพิจารณาว่าจำเป็นต้องระบายต่อมหรือใช้การรักษาแบบอื่น


References


  1. Merck Veterinary Manual – Disorders of the Rectum and Anus in Cats

  2. Merck Veterinary Manual – Anal Sac Disease in Dogs and Cats

  3. VCA Animal Hospitals – Anal Sac Disease in Cats


บทความน่าสนใจ

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหมากินยาเขียวได้ไหม? ใช้รักษาพาร์โวหรือไข้หัดได้หรือไม่

เมื่อสุนัขมีอาการซึม ตัวร้อน ไม่กินอาหาร อาเจียน หรือท้องเสีย เจ้าของบางคนอาจเคยเห็นคำแนะนำในอินเทอร์เน็ตให้ลองใช้ “ยาเขียว” โดยเฉพาะในลูกสุนัขที่สงสัยว่าเป็นพาร์โวหรือไข้หัดสุนัข อย่างไรก็ตาม “จากข้อมูลทางสัตวแพทย์ที่ตรวจสอบ ยังไม่พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับการนำยาเขียวสำหรับคนมาใช้รักษาพาร์โว ไข้หัดสุนัข หรือโรคติดเชื้อไวรัสในสุนัข และยังไม่มีขนาดการใช้ที่มีหลักฐานรองรับสำหรับให้เจ้าของนำไปใช้รักษาสุนัขด้วยตนเอง” หากสุนัขกำลังป่วย สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การทดลองยาแล้วรอดูว่าจะดีขึ้นหรือไม่ แต่คือการประเมินว่าสุนัขมีอาการรุนแรงเพียงใดและเกิดจากสาเหตุอะไร โดยเฉพาะลูกสุนัขที่อาเจียนหรือท้องเสียมาก เพราะอาจสูญเสียน้ำและเกลือแร่จนมีอาการทรุดลงได้ค่อนข้างรวดเร็ว สารบัญเนื้อหา หมากินยาเขียวได้ไหม? ทำไมจึงมีการนำยาเขียวมาใช้กับสุนัข? ยาเขียวรักษาพาร์โวได้จริงไหม? ความแตกต่างระหว่างโรคพาร์โวกับไข้หัดสุนัข ทำไมหมาบางตัวกินยาเขียวแล้วดูเหมือนดีขึ้น? สิ่งที่ควรระวังคือการเสียโอกาสในการรักษา หมาอาเจียนหรือท้องเสีย แปลว่าเป็นพาร์โวไหม? อาการแบบไหนควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์? เผลอให้ยาเขียวหมากินไปแ […]

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญยาเขียวให้แมวกินได้ไหม? ใช้รักษาหัดแมวได้หรือไม่”

เมื่อแมวมีอาการซึม ตัวร้อน ไม่กินอาหาร อาเจียน หรือท้องเสีย เจ้าของบางคนอาจเคยเห็นคำแนะนำในอินเทอร์เน็ตว่าให้ลองใช้ “ยาเขียว” โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าแมวเป็นโรคหัดแมว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอรองรับการใช้ยาเขียวสำหรับคนเพื่อรักษาโรคติดเชื้อไวรัสในแมว รวมถึงโรคหัดแมว และยังไม่มีข้อมูลขนาดการใช้ที่สามารถนำมาแนะนำสำหรับแมวทั่วไปได้ จึงไม่ควรนำมาให้แมวกินเองหรือใช้แทนการตรวจและการดูแลจากสัตวแพทย์ สิ่งที่ควรระวังไม่ใช่เพียงว่ายาเขียวจะได้ผลหรือไม่ แต่คือการทดลองรักษาเองอาจทำให้เสียเวลาในช่วงที่แมวกำลังต้องการการประเมิน โดยเฉพาะลูกแมวหรือแมวที่มีอาการซึมมาก ไม่กินอาหาร อาเจียน หรือท้องเสีย ซึ่งบางภาวะสามารถทำให้ร่างกายขาดน้ำและทรุดลงได้ค่อนข้างรวดเร็ว สารบัญเนื้อหา ยาเขียวคืออะไร และทำไมจึงถูกนำมาใช้กับแมว? หัดแมวคืออะไร? ยาเขียวรักษาหัดแมวได้จริงไหม? ทำไมแมวบางตัวกินยาเขียวแล้วดูเหมือนดีขึ้น? สิ่งที่น่ากังวลคือการเสียโอกาสในการรักษา อาการแบบไหนที่อาจพบในหัดแมว? แมวตัวร้อน อาเจียน หรือท้องเสีย แปลว่าเป็นหัดแมวไหม? หากสงสัยว่าแมวเป็นหัด ควรทำอย่างไร? หัดแมวรักษา […]

สายพันธุ์และการเลี้ยงหมาไม่มีขนมีพันธุ์อะไรบ้าง? รู้จักสุนัขไร้ขนและวิธีดูแลอย่างเหมาะสม

หมาไม่มีขนมีอยู่จริง โดยสุนัขบางสายพันธุ์มีลักษณะไร้ขนหรือมีขนเพียงบางบริเวณเป็นลักษณะทางพันธุกรรมของสายพันธุ์ เช่น Xoloitzcuintli, Chinese Crested, American Hairless Terrier และ Peruvian Hairless Dog อย่างไรก็ตาม หากสุนัขที่เคยมีขนตามปกติเริ่มขนบางหรือเกิดบริเวณโล้นขึ้นภายหลัง ควรแยกออกจากลักษณะไร้ขนตามสายพันธุ์ เพราะภาวะขนร่วงสามารถสัมพันธ์กับปัจจัยได้หลายอย่าง และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินเพิ่มเติม บทความนี้จะพาไปรู้จักว่าหมาไม่มีขนมีสายพันธุ์อะไรบ้าง ทำไมสุนัขบางพันธุ์จึงมีขนน้อย พร้อมวิธีดูแลผิวหนัง การรับมือกับแสงแดดและอากาศเย็น รวมถึงสัญญาณที่ช่วยแยกว่าเป็นลักษณะประจำสายพันธุ์หรือเป็นขนร่วงที่เกิดขึ้นภายหลัง สารบัญเนื้อหา หมาไม่มีขน คืออะไร? 4 สายพันธุ์หมาไม่มีขนที่ควรรู้จัก ทำไมหมาบางสายพันธุ์ถึงไม่มีขน? หมาไม่มีขนเหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้หรือไม่? วิธีดูแลหมาไม่มีขนให้เหมาะกับผิวหนัง เรื่องฟันของหมาไม่มีขนที่เจ้าของควรรู้ ถ้าหมาเคยมีขน แต่เริ่มขนบางหรือเป็นจุดโล้น ต้องทำอย่างไร? อาหารทำให้หมาไม่มีขนกลับมามีขนได้ไหม? ก่อนตัดสินใจเลี้ยงหมาไม่มีขน ควรเตรียมตัวเรื่องอะไ […]