
กฎหมายสัตว์เลี้ยง คืออะไร? สรุปกฎหมายหมาแมวที่เจ้าของต้องรู้
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบ
การเลี้ยงหมาแมวในบ้าน คอนโด หรือหอพักยุคนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่มาพร้อม “ความรับผิดชอบตามกฎหมาย” เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้งหรือสัตว์เลี้ยงไปทำร้ายผู้อื่น โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่ต้องปฏิบัติตาม ข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจำกัดจำนวนสัตว์ตามขนาดพื้นที่ การจดทะเบียนฝังไมโครชิป ไปจนถึงการดูแลเมื่อออกนอกบ้านและการเก็บมูลสัตว์
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยค้นหาคำว่า “กฎหมายสัตว์เลี้ยง” เพราะสงสัยว่าเลี้ยงในคอนโดได้ไหม ต้องขึ้นทะเบียนอย่างไร หรือต้องรับผิดชอบแค่ไหนหากหมากัดคน บทความนี้ได้สรุปกฎหมายสัตว์เลี้ยงฉบับเข้าใจง่าย พร้อมแนวทางดูแลอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้น้อง ๆ อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อพิพาทหรือคดีความ ควรปรึกษาหน่วยงานรัฐ ทนายความ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง
สารบัญเนื้อหา
- กฎหมายสัตว์เลี้ยง หรือ พรบสัตว์เลี้ยง มีจริงไหม?
- กฎหมายสัตว์เลี้ยงคุ้มครองอะไรบ้าง?
- เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีหน้าที่อะไรบ้าง?
- กฎหมายเลี้ยงหมาแมวในกรุงเทพฯ ล่าสุด
- จำนวนสุนัขและแมวที่เลี้ยงได้ใน กทม.
- การจดทะเบียนและฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง
- เลี้ยงหมาแมวในคอนโดหรือห้องเช่าผิดกฎหมายไหม?
- การนำสัตว์ออกนอกสถานที่ต้องทำอย่างไร?
- สัตว์ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ เจ้าของต้องรับผิดไหม?
- ปล่อยหมาแมวเดินนอกบ้านได้ไหม?
- ให้อาหารหมาแมวจรผิดกฎหมายไหม?
- ทิ้งสัตว์เลี้ยงมีความผิดไหม?
- เลี้ยงสัตว์อย่างไรให้ถูกกฎหมายและไม่รบกวนคนอื่น?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ พรบ สัตว์เลี้ยง
กฎหมายสัตว์เลี้ยง หรือ พรบสัตว์เลี้ยง มีจริงไหม?
คำว่า “กฎหมายสัตว์เลี้ยง” เป็นคำที่คนทั่วไปนิยมใช้เรียกรวมกฎหมายเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ แต่ในทางปฏิบัติ ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงกฎหมายฉบับเดียวที่ชื่อว่า พรบ สัตว์เลี้ยง โดยตรง แต่มีหลายกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง เช่น
- พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557
- กฎหมายหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น เช่น ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567
- กฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดของเจ้าของสัตว์ เมื่อสัตว์ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย
- กฎหมายด้านสาธารณสุข โรคพิษสุนัขบ้า และการควบคุมเหตุรำคาญ
ดังนั้น หากพูดให้เข้าใจง่าย “พรบ สัตว์เลี้ยง” จึงหมายถึงชุดกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ ไม่ทารุณกรรมสัตว์ ไม่ปล่อยสัตว์สร้างปัญหา และต้องดูแลสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสม
กฎหมายสัตว์เลี้ยงคุ้มครองอะไรบ้าง?
กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงทั่วประเทศ คือ พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ซึ่งมีเจตนารมณ์สำคัญในการป้องกันไม่ให้สัตว์ถูกทำร้าย ถูกทรมาน ถูกใช้งานเกินกำลัง หรือถูกปล่อยปละละเลยจนได้รับความทุกข์ทรมาน
สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง สิ่งที่ควรเข้าใจคือ การเลี้ยงสัตว์ไม่ได้จบแค่การให้อาหาร แต่ต้องดูแลให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม เช่น มีน้ำสะอาด มีพื้นที่อยู่ที่ปลอดภัย ได้รับการดูแลสุขภาพ และไม่ถูกทอดทิ้ง
ตัวอย่างพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
- ทำร้าย ตี เตะ หรือใช้ความรุนแรงกับสัตว์
- ทรมานสัตว์ หรือปล่อยให้สัตว์เจ็บปวดโดยไม่มีเหตุอันสมควร
- ใช้สัตว์ทำงานเกินกำลัง
- ขังสัตว์ไว้ในพื้นที่คับแคบ อับชื้น หรือร้อนจัดเป็นเวลานาน
- ปล่อยให้สัตว์อดอาหารหรือขาดน้ำ
- ปล่อยให้สัตว์ป่วยโดยไม่พาไปดูแลรักษา
- ทิ้งสัตว์เลี้ยงเมื่อไม่ต้องการเลี้ยงต่อ
- เลี้ยงสัตว์จำนวนมากเกินกว่าที่พื้นที่และกำลังดูแลจะรองรับได้
บทลงโทษ: การทารุณกรรมหรือปล่อยปละละเลยสัตว์ มีโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าของจึงต้องตระหนักว่า “เลี้ยงแล้วไม่ดูแล” มีความผิดตามกฎหมาย การดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้องจึงเป็นทั้งเรื่องของความเมตตา ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติตามกฎหมายไปพร้อมกัน
เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีหน้าที่อะไรบ้าง?
เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีหน้าที่ดูแลสัตว์ของตนให้เหมาะสมทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะหมาและแมวที่เลี้ยงในพื้นที่ชุมชน คอนโด หรือบ้านจัดสรร ซึ่งมีโอกาสกระทบต่อเพื่อนบ้านได้ง่าย
หน้าที่พื้นฐานของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ได้แก่
| หน้าที่ของเจ้าของสัตว์ | ตัวอย่างการปฏิบัติ |
|---|---|
| ดูแลอาหารและน้ำ | ให้อาหารเหมาะกับช่วงวัย มีน้ำสะอาดตลอดวัน |
| จัดที่อยู่ให้เหมาะสม | มีพื้นที่สะอาด อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนหรือคับแคบเกินไป |
| ดูแลสุขภาพ | ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ ป้องกันเห็บหมัด และรักษาเมื่อป่วย |
| ควบคุมสัตว์ | ไม่ปล่อยเดินลำพัง ใช้สายจูงเมื่อพาออกนอกบ้าน |
| รักษาความสะอาด | เก็บมูลสัตว์ ทำความสะอาดกระบะทราย ลดกลิ่นรบกวน |
| ไม่รบกวนผู้อื่น | ควบคุมเสียงเห่า พฤติกรรมก้าวร้าว และกลิ่นไม่พึงประสงค์ |
สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ เพราะสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัวไม่ได้ส่งผลแค่กับเจ้าของ แต่ยังเกี่ยวข้องกับคนในบ้าน เพื่อนบ้าน และสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วย
กฎหมายเลี้ยงหมาแมวในกรุงเทพฯ ล่าสุด ต้องรู้อะไรบ้าง?
สำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์ในกรุงเทพมหานคร มีข้อกำหนดที่ควรรู้คือ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ 10 มกราคม 2569
ข้อบัญญัตินี้กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ โดยครอบคลุมสัตว์หลายประเภท เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน รวมถึงสัตว์มีพิษหรือสัตว์ดุร้าย แต่สำหรับเจ้าของหมาแมว ประเด็นที่เกี่ยวข้องมากที่สุดคือ จำนวนสัตว์ที่เลี้ยงได้ตามขนาดพื้นที่ การจดทะเบียนและฝังไมโครชิป การนำสัตว์ออกนอกสถานที่ และการดูแลไม่ให้สัตว์ก่อเหตุรำคาญแก่ผู้อื่น
จำนวนสุนัขและแมวที่เลี้ยงได้ใน กทม.
ข้อบัญญัติ กทม. กำหนดจำนวนสุนัขและแมวที่เลี้ยงได้ตามขนาดพื้นที่ โดยนับจำนวนรวมกันทั้งสุนัขและแมว ดังนี้
| ประเภทที่อยู่อาศัย / ขนาดพื้นที่ | จำนวนสุนัขและแมวที่เลี้ยงได้ |
|---|---|
| คอนโด / ห้องเช่า ขนาด 20–80 ตร.ม. | ไม่เกิน 1 ตัว |
| คอนโด / ห้องเช่า ขนาด 80 ตร.ม. ขึ้นไป | ไม่เกิน 2 ตัว |
| บ้านหรือที่ดินไม่เกิน 20 ตร.วา | ไม่เกิน 2 ตัว |
| บ้านหรือที่ดิน 20–50 ตร.วา | ไม่เกิน 3 ตัว |
| บ้านหรือที่ดิน 50–100 ตร.วา | ไม่เกิน 4 ตัว |
| บ้านหรือที่ดิน 100 ตร.วา ขึ้นไป | ไม่เกิน 6 ตัว |
ทางออกสำหรับคนเลี้ยงหมาแมว “เกินลิมิต” ก่อนกฎหมายบังคับใช้
- ชาว กทม. เลี้ยงต่อได้แต่ต้องแจ้ง: ผู้ที่เลี้ยงสัตว์เกินจำนวนอยู่ก่อนแล้ว สามารถขอผ่อนผันเพื่อเลี้ยงดูต่อตามเงื่อนไขได้ โดยต้องแจ้งเรื่องที่สำนักงานเขตหรือทางระบบออนไลน์ภายในระยะเวลาที่กำหนด
- ต่างจังหวัดเกณฑ์ไม่เหมือนกัน: ข้อบังคับนี้มีผลเฉพาะในเขต กทม. เท่านั้น หากอยู่ต่างจังหวัด แนะนำให้ตรวจสอบกฎหมายท้องถิ่นของเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่เพิ่มเติม เพราะแต่ละพื้นที่อาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน

รายละเอียดการจดทะเบียนและฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยงใน กทม.
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของผู้เลี้ยงสุนัขและแมวในกรุงเทพมหานคร คือการ จดทะเบียนและฝังไมโครชิป เพื่อให้สามารถระบุตัวสัตว์และเจ้าของได้ชัดเจน ช่วยลดปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ การปล่อยสัตว์หลุดหาย และทำให้เจ้าของมีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงของตนมากขึ้น
ตามข้อบัญญัติ กทม. เจ้าของสุนัขและแมวต้องนำสัตว์ไปฝังไมโครชิป จดทะเบียน และออกบัตรประจำตัวสุนัขหรือแมวภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ภายใน 120 วันนับแต่วันที่สัตว์เกิด หรือภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำสัตว์มาเลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานคร
โดยสามารถดำเนินการได้ที่หน่วยงานที่กรุงเทพมหานครกำหนด เช่น สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย สำนักงานเขต หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กรุงเทพมหานครกำหนด
เอกสารที่มักเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียน ได้แก่
- บัตรประชาชนของเจ้าของสัตว์
- ทะเบียนบ้านหรือข้อมูลสถานที่เลี้ยงสัตว์
- หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า กรณีเป็นผู้เช่าบ้าน ห้องเช่า หรือคอนโด
- หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
- หนังสือรับรองการทำหมันจากสัตวแพทย์ หากมี
- หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
หากเจ้าของมีการย้ายที่อยู่ของสัตว์ สัตว์หาย สัตว์ตาย หรือมีการเปลี่ยนเจ้าของ ก็ควรแจ้งต่อหน่วยงานที่รับจดทะเบียนตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ข้อมูลในระบบเป็นปัจจุบัน
เลี้ยงหมาแมวในคอนโดหรือห้องเช่าผิดกฎหมายไหม?
การเลี้ยงหมาแมวในคอนโดหรือห้องเช่า ไม่สามารถตอบได้ทันทีว่า “ผิด” หรือ “ไม่ผิด” เพราะต้องดูหลายเงื่อนไขประกอบกัน ได้แก่
- กฎหมายหรือข้อบัญญัติของพื้นที่นั้น
- กฎของนิติบุคคลอาคารชุด หอพัก หรือเจ้าของห้อง
- พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงว่าสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นหรือไม่
- ความเหมาะสมของพื้นที่กับจำนวนสัตว์ที่เลี้ยง
แม้บางพื้นที่จะอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ถ้าสัตว์เลี้ยงส่งเสียงดัง มีกลิ่นรบกวน ขับถ่ายไม่เป็นที่ หรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนกลาง เจ้าของอาจถูกร้องเรียนหรือถูกดำเนินการตามกฎของอาคารได้
ก่อนเลี้ยงสัตว์ในคอนโดหรือห้องเช่า ควรตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ก่อน
- อาคารอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์หรือไม่
- เลี้ยงได้กี่ตัว และสัตว์ประเภทใดบ้าง
- ต้องแจ้งนิติบุคคลหรือเจ้าของห้องหรือไม่
- ต้องจดทะเบียนหรือฝังไมโครชิปตามข้อกำหนดของพื้นที่หรือไม่
- ต้องมีเอกสารวัคซีนหรือประวัติสุขภาพสัตว์หรือไม่
- มีข้อกำหนดเรื่องขนาดตัว น้ำหนัก หรือสายพันธุ์หรือไม่
- ต้องใช้สายจูง กรง หรือกระเป๋าสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ส่วนกลางหรือไม่
- มีพื้นที่เพียงพอให้สัตว์ใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมหรือไม่
- เจ้าของมีเวลาดูแล ทำความสะอาด และควบคุมพฤติกรรมสัตว์หรือไม่
การเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จำกัดจึงต้องคิดมากกว่าแค่ “เลี้ยงได้ไหม” แต่ต้องถามต่อว่า “เลี้ยงแล้วสัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่รบกวนคนอื่นหรือไม่”
การนำสัตว์ออกนอกสถานที่ ต้องทำอย่างไร?
เมื่อพาสุนัขหรือแมวออกนอกสถานที่ เจ้าของต้องควบคุมสัตว์ให้ปลอดภัยตลอดเวลา ไม่ควรปล่อยให้เดินเพ่นพ่านในที่สาธารณะ เพราะอาจรบกวนผู้อื่น ทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือสร้างความเสียหายได้
แนวทางปฏิบัติที่เจ้าของควรทำ ได้แก่
- ใช้สายจูงที่แข็งแรง และจับสายจูงตลอดเวลา
- ใช้กรง กระเป๋า คอก หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับสัตว์แต่ละชนิด
- ไม่ปล่อยสัตว์เดินลำพังในที่สาธารณะ
- เก็บมูลสัตว์ทันทีทุกครั้งเมื่อสัตว์ขับถ่ายนอกบ้าน
- แสดงบัตรประจำตัวสุนัขหรือแมวเมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ
- ระวังไม่ให้สัตว์รบกวนหรือเป็นอันตรายต่อคนและสัตว์อื่น
สำหรับสุนัขควบคุมพิเศษ เช่น พิตบูลเทอร์เรีย บูลเทอร์เรีย สเตฟฟอร์ดเชอร์บูลเทอร์เรีย ร็อตไวเลอร์ หรือสุนัขที่มีประวัติทำร้ายคน เจ้าของต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ใช้อุปกรณ์ครอบปาก ใช้สายจูงที่มั่นคงแข็งแรง และจับสายจูงให้ใกล้ตัวตลอดเวลา เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับคนรอบข้าง
ถ้าสัตว์เลี้ยงทำของเสียหายหรือทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ เจ้าของต้องรับผิดไหม?
เจ้าของสัตว์มีหน้าที่ควบคุมสัตว์ของตน หากปล่อยปละละเลยจนสัตว์ไปกัดคน ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ หรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เจ้าของอาจต้องรับผิดชอบตามกฎหมายได้
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรระวัง เช่น
- สุนัขหลุดออกจากบ้านไปกัดเพื่อนบ้าน
- สุนัขวิ่งตัดหน้ารถจนเกิดอุบัติเหตุ
- แมวเข้าไปทำลายของในบ้านผู้อื่น
- สุนัขเห่าเสียงดังต่อเนื่องจนเพื่อนบ้านพักผ่อนไม่ได้
- ปล่อยสัตว์ขับถ่ายในพื้นที่ส่วนกลางโดยไม่เก็บทำความสะอาด
การป้องกันที่ดีที่สุดคือ เจ้าของควรควบคุมสัตว์เลี้ยงอยู่เสมอ เช่น ปิดรั้วบ้านให้มิดชิด ใช้สายจูงเมื่อพาสุนัขออกนอกบ้าน ฝึกพฤติกรรมพื้นฐาน และหลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์เดินลำพังในที่สาธารณะ
หากสัตว์เลี้ยงมีพฤติกรรมก้าวร้าว ขี้ตกใจ หรือเคยกัดคนมาก่อน ควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ เพื่อหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสมก่อนเกิดปัญหาซ้ำ
ปล่อยหมาแมวเดินนอกบ้านได้ไหม?
การปล่อยสัตว์เลี้ยงเดินนอกบ้านโดยไม่มีการควบคุมเป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเกิดอันตรายได้หลายด้าน ทั้งต่อตัวสัตว์เองและต่อผู้อื่น เช่น
- สัตว์ถูกรถชน
- สัตว์กัดหรือข่วนคน
- สัตว์ไปขับถ่ายในพื้นที่ของผู้อื่น
- สัตว์แพร่เชื้อโรคหรือรับเชื้อโรคจากภายนอก
- เกิดการผสมพันธุ์โดยไม่ควบคุม เพิ่มจำนวนสัตว์จรจัด
- เกิดปัญหาทะเลาะกับสัตว์ตัวอื่น
สำหรับสุนัข ควรใช้สายจูงทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน และควรเลือกสายจูงที่เหมาะกับขนาดตัวและแรงดึงของสุนัข ส่วนแมว หากต้องการพาออกนอกบ้าน ควรใช้กระเป๋าแมว กรง หรือสายจูงสำหรับแมวโดยเฉพาะ ไม่ควรปล่อยเดินอิสระโดยไม่มีผู้ดูแล
ให้อาหารหมาแมวจรผิดกฎหมายไหม?
การให้อาหารหมาแมวจรเป็นเรื่องที่มีทั้งมิติของความเมตตาและความรับผิดชอบต่อชุมชน โดยหลักแล้ว การให้อาหารสัตว์จรควรทำอย่างมีระเบียบ ไม่สร้างความสกปรก กลิ่นรบกวน หรืออันตรายต่อผู้อื่น
สิ่งที่ควรทำเมื่อให้อาหารสัตว์จร ได้แก่
- ให้อาหารในพื้นที่ที่เหมาะสม ไม่กีดขวางทางเดินหรือถนน
- เก็บภาชนะหลังให้อาหารทุกครั้ง
- ทำความสะอาดเศษอาหารเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นหรือแมลง
- ไม่ให้อาหารจนสัตว์รวมตัวหนาแน่นเกินไปในจุดที่รบกวนชุมชน
- สนับสนุนการทำหมันและฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมประชากรสัตว์จร
- ประสานหน่วยงานท้องถิ่นหากพบสัตว์ป่วย ดุร้าย หรือเพิ่มจำนวนมากผิดปกติ
สิ่งสำคัญคือ ความเมตตาควรมาพร้อมความรับผิดชอบ เพราะการให้อาหารโดยไม่ดูแลความสะอาดหรือไม่ควบคุมจำนวนสัตว์ อาจทำให้เกิดปัญหาในชุมชนตามมาได้
ทิ้งสัตว์เลี้ยงมีความผิดไหม?
การทิ้งสัตว์เลี้ยงเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้งในแง่จริยธรรมและกฎหมาย เพราะสัตว์เลี้ยงที่เคยอยู่กับคนอาจไม่สามารถเอาตัวรอดได้ดีเมื่อถูกปล่อยทิ้ง และยังอาจกลายเป็นสัตว์จรจัด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรค อุบัติเหตุ และปัญหาชุมชน
หากเจ้าของไม่สามารถเลี้ยงต่อได้ ควรเลือกวิธีที่รับผิดชอบกว่า เช่น
- หาบ้านใหม่ที่พร้อมดูแลจริง
- ติดต่อกลุ่มช่วยเหลือสัตว์หรือมูลนิธิที่น่าเชื่อถือ
- ปรึกษาสัตวแพทย์หรือหน่วยงานท้องถิ่น
- ประกาศหาผู้รับเลี้ยงโดยตรวจสอบความพร้อมของผู้รับ
- หลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์ไว้ตามวัด ถนน ตลาด หรือพื้นที่สาธารณะ
ก่อนรับสัตว์มาเลี้ยง จึงควรประเมินความพร้อมระยะยาว ทั้งค่าอาหาร ค่ารักษา เวลา พื้นที่ และความรับผิดชอบตลอดชีวิตของสัตว์ ไม่ใช่เลี้ยงเพียงเพราะความน่ารักในช่วงแรก
เลี้ยงสัตว์อย่างไรให้ถูกกฎหมายและไม่รบกวนคนอื่น?
การเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้องไม่ได้หมายถึงการทำตามกฎหมายเท่านั้น แต่หมายถึงการดูแลให้สัตว์มีสุขภาพดี ปลอดภัย และอยู่ร่วมกับคนรอบข้างได้อย่างไม่สร้างปัญหา
1. เลือกสัตว์ให้เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์
หากอยู่คอนโดหรือห้องเช่า ควรเลือกสัตว์ที่เหมาะกับพื้นที่จำกัด และต้องมั่นใจว่ามีเวลาให้ความสนใจ เล่น ออกกำลังกาย และทำความสะอาดอย่างเพียงพอ
2. ให้อาหารที่เหมาะกับช่วงวัยและสุขภาพ
อาหารเป็นพื้นฐานสำคัญของการจัดสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี สุนัขและแมวควรได้รับอาหารที่เหมาะกับช่วงวัย ขนาดตัว กิจกรรม และภาวะสุขภาพ เช่น ลูกสัตว์ต้องการพลังงานและโปรตีนสูง สัตว์โตต้องการสารอาหารสมดุล ส่วนสัตว์สูงวัยอาจต้องการอาหารที่ช่วยดูแลระบบย่อย น้ำหนัก หรือข้อกระดูกเป็นพิเศษ
3. ดูแลวัคซีนและสุขภาพสม่ำเสมอ
ควรพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน และป้องกันเห็บหมัดตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทั้งสัตว์และคน
4. ทำหมันเมื่อเหมาะสม
การทำหมันช่วยลดปัญหาการขยายพันธุ์โดยไม่ควบคุม ลดความเสี่ยงของสัตว์หลุดไปผสมพันธุ์ และช่วยลดจำนวนสัตว์จรจัดในระยะยาว เจ้าของควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับสัตว์แต่ละตัว
5. ฝึกพฤติกรรมพื้นฐาน
สุนัขควรได้รับการฝึกคำสั่งพื้นฐาน เช่น เรียกกลับมา นั่ง รอ และไม่กระโจนใส่คน ส่วนแมวควรมีพื้นที่ขับถ่าย ที่ลับเล็บ และกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เพื่อป้องกันพฤติกรรมทำลายข้าวของหรือส่งเสียงรบกวน
6. รักษาความสะอาดสม่ำเสมอ
เจ้าของควรทำความสะอาดพื้นที่เลี้ยง กระบะทราย ชามอาหาร ชามน้ำ และเก็บมูลสัตว์เป็นประจำ เพื่อลดกลิ่น เชื้อโรค และเหตุรำคาญต่อคนในบ้านหรือเพื่อนบ้าน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ พรบ สัตว์เลี้ยง
Q1: พรบ สัตว์เลี้ยง คืออะไร?
A: พรบ สัตว์เลี้ยง เป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง เช่น กฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ กฎหมายท้องถิ่นเกี่ยวกับการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ และกฎหมายความรับผิดของเจ้าของเมื่อสัตว์สร้างความเสียหาย
Q2: เลี้ยงหมาแมวในคอนโดผิดกฎหมายไหม?
A: ขึ้นอยู่กับกฎหมายท้องถิ่น กฎของนิติบุคคล และเงื่อนไขของอาคาร หากคอนโดไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ หรือสัตว์เลี้ยงสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เจ้าของอาจถูกร้องเรียนหรือถูกดำเนินการตามกฎของอาคารได้
Q3: กทม. เลี้ยงหมาแมวได้กี่ตัว?
A: ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครกำหนดจำนวนสุนัขและแมวตามขนาดพื้นที่ เช่น คอนโดหรือห้องเช่า 20–80 ตารางเมตร เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว ส่วนบ้านหรือที่ดินไม่เกิน 20 ตารางวา เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว และพื้นที่ 100 ตารางวาขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน 6 ตัว
Q4: ต้องฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยงไหม?
A: สำหรับสุนัขและแมวในกรุงเทพมหานคร เจ้าของต้องนำสัตว์ไปฝังไมโครชิป จดทะเบียน และออกบัตรประจำตัวตามระยะเวลาที่ข้อบัญญัติกำหนด โดยสามารถดำเนินการผ่านหน่วยงานที่กรุงเทพมหานครกำหนดหรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
Q5: ถ้าหมากัดคน เจ้าของต้องรับผิดไหม?
A: เจ้าของอาจต้องรับผิดหากปล่อยปละละเลยหรือควบคุมสัตว์ไม่เหมาะสมจนสัตว์ไปทำร้ายผู้อื่น ดังนั้นควรใช้สายจูง ปิดรั้วบ้านให้มิดชิด และฝึกพฤติกรรมสุนัขเพื่อลดความเสี่ยง
Q6: ให้อาหารหมาแมวจรผิดกฎหมายไหม?
A: การให้อาหารสัตว์จรควรทำอย่างรับผิดชอบ ไม่สร้างความสกปรก กลิ่นรบกวน หรืออันตรายต่อชุมชน ควรเก็บภาชนะ ทำความสะอาดพื้นที่ และสนับสนุนการทำหมันหรือฉีดวัคซีนเพื่อลดปัญหาระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
-
กรมปศุสัตว์ สำนักกฎหมาย – พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557
https://legal.dld.go.th/index.php/th/phra-rach-bayyati-pxngkan-kar-tharun-krrm-laea-kar-cad-swasdiphaph-satw-ph-s-2557 -
กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ กรมปศุสัตว์ – พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557
https://vetservice.dld.go.th/index.php/th/laws/phra-rach-bayyati-pxngkan-kar-tharun-krrm-laea-kar-cad-swasdiphaph-satw-ph-s-2557 -
กรุงเทพมหานคร / สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ – ประกาศข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 มีผลบังคับใช้ 10 มกราคม 2569
https://webportal.bangkok.go.th/ratburana/page/sub/3510/ -
สภากรุงเทพมหานคร – สรุปสาระสำคัญ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567
https://bmc.go.th
บทความน่าสนใจ

อาหารสัตว์ Grain Free คืออาหารสำหรับสุนัขหรือแมวที่ไม่มีส่วนผสมของธัญพืช เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าว ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ หรือข้าวไรย์ โดยบางสูตรอาจใช้แหล่งคาร์โบไฮเดรตอื่นแทน เช่น มันสำปะหลัง มันฝรั่ง มันเทศ ถั่วลันเตา หรือถั่วเลนทิล ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละแบรนด์ สิ่งสำคัญที่เจ้าของควรรู้คือ Grain Free ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีแป้ง” หรือ “ไม่มีคาร์โบไฮเดรต” แต่หมายถึง “ไม่มีธัญพืช” เท่านั้น ดังนั้นการเลือกอาหาร Grain Free จึงไม่ควรดูเพียงคำบนหน้าถุง แต่ควรพิจารณาภาพรวมของสูตรอาหารร่วมด้วย ทั้งแหล่งโปรตีน ความครบถ้วนของสารอาหาร ความเหมาะสมกับช่วงวัย และสุขภาพเฉพาะตัวของสุนัขหรือแมว สารบัญเนื้อหา อาหารสัตว์ Grain Free คืออะไร Grain Free ไม่ได้แปลว่าไม่มีแป้ง Grain Free กับ Gluten Free ต่างกันอย่างไร อาหาร Grain Free เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแบบไหน Grain Free ดีกว่าอาหารทั่วไปไหม ข้อควรระวังสำหรับสุนัขที่กินอาหาร Grain Free อาหาร Grain Free เหมาะกับแมวไหม วิธีเลือกอาหาร Grain Free ให้เหมาะกับสุนัขและแมว ตัวอย่างอาหาร Grain Free สำหรับสุนัขและแมว ควรเลือก Grain Free หรืออาหารทั่วไปดี คำถามที่พบบ่อยเก […]

ลูกหมาท้องอืดเป็นอาการที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกิดได้ตั้งแต่สาเหตุทั่วไป เช่น กินเร็วเกินไป กลืนลมระหว่างกินอาหาร เปลี่ยนอาหารกะทันหัน หรือระบบย่อยอาหารยังทำงานไม่สมบูรณ์ ไปจนถึงภาวะที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์ เช่น พยาธิในลำไส้ การติดเชื้อทางเดินอาหาร ลำไส้อุดตัน หรือในบางกรณี โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ใหญ่หรือสุนัขอกลึก อาจเกี่ยวข้องกับภาวะกระเพาะอาหารขยายและบิดตัวได้ หากลูกสุนัขมีอาการท้องป่องมาก ท้องแข็ง กระสับกระส่าย พยายามอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา น้ำลายไหล หายใจลำบาก ซึมลงอย่างรวดเร็ว หรือไม่ยอมกินน้ำและอาหาร ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการเองที่บ้าน หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการดูแลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากลูกสุนัขมีอาการรุนแรง ผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาสัตวแพทย์โดยตรง สารบัญเนื้อหา ลูกหมาท้องอืด คืออะไร? อาการลูกหมาท้องอืดที่สังเกตได้ ตารางเช็กอาการ: ท้องอืดธรรมดา vs ท้องอืดอันตราย 7 สาเหตุที่ทำให้ลูกหมาท้องอืด อาการแบบไหนต้องรีบพาลูกหมาไปหาหมอ? ลูกหมาท้องอืดดูแลเบื้องต้นอย่างไร? วิธีป้องกันลูกหมาท้องอืดในระยะยาว ลูกหมาท้องอืดกินอะไรได้บ้าง? สิ่งท […]

สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ชิวาวา ปอมเมอเรเนียน ชิสุ ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย หรือพุดเดิ้ล มักมีช่องปากและขากรรไกรขนาดเล็ก จึงอาจเคี้ยวอาหารเม็ดใหญ่หรือแข็งมากได้ยากกว่าสุนัขขนาดกลางและขนาดใหญ่ นอกจากนี้ สุนัขพันธุ์เล็กบางตัวยังกินยาก เลือกกิน ท้องไวต่อการเปลี่ยนอาหาร หรือมีโอกาสน้ำหนักขึ้นง่ายหากได้รับพลังงานมากเกินไป การเลือกอาหารสุนัขพันธุ์เล็กจึงไม่ควรดูแค่ “เม็ดเล็ก” เท่านั้น แต่ควรพิจารณาร่วมกันทั้งขนาดเม็ด ความน่ากิน แหล่งโปรตีน ความครบถ้วนของสารอาหาร ปริมาณพลังงานต่อวัน และสุขภาพเฉพาะตัวของน้องหมา เพื่อให้น้องกินง่าย ได้รับสารอาหารเหมาะสม และดูแลสุขภาพโดยรวมได้ในระยะยาว สารบัญเนื้อหา อาหารสุนัขพันธุ์เล็กต่างจากอาหารสุนัขทั่วไปอย่างไร วิธีเลือกอาหารสุนัขพันธุ์เล็กให้เหมาะกับน้องหมา สุนัขพันธุ์เล็กควรกินวันละกี่มื้อ ? สุนัขพันธุ์เล็กกินยาก เลือกอาหารยังไงดี แนะนำอาหารสุนัขพันธุ์เล็ก 2 สูตรจาก Betagro เทียบสูตร เพอร์เฟคต้า กับ ด็อก เอ็นจอย สูตรพันธุ์เล็ก ต่างกันอย่างไร อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารสุนัขพันธุ์เล็ก อาหารสุนัขพันธุ์เล็กต่างจากอาหารสุน […]


