ตุลาคม 20, 2026

หมากินยาเขียวได้ไหม? ใช้รักษาพาร์โวหรือไข้หัดได้หรือไม่

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

หมากินยาเขียวได้ไหม? ใช้รักษาพาร์โวหรือไข้หัดได้หรือไม่

เมื่อสุนัขมีอาการซึม ตัวร้อน ไม่กินอาหาร อาเจียน หรือท้องเสีย เจ้าของบางคนอาจเคยเห็นคำแนะนำในอินเทอร์เน็ตให้ลองใช้ “ยาเขียว” โดยเฉพาะในลูกสุนัขที่สงสัยว่าเป็นพาร์โวหรือไข้หัดสุนัข

อย่างไรก็ตาม “จากข้อมูลทางสัตวแพทย์ที่ตรวจสอบ ยังไม่พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับการนำยาเขียวสำหรับคนมาใช้รักษาพาร์โว ไข้หัดสุนัข หรือโรคติดเชื้อไวรัสในสุนัข และยังไม่มีขนาดการใช้ที่มีหลักฐานรองรับสำหรับให้เจ้าของนำไปใช้รักษาสุนัขด้วยตนเอง”

หากสุนัขกำลังป่วย สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การทดลองยาแล้วรอดูว่าจะดีขึ้นหรือไม่ แต่คือการประเมินว่าสุนัขมีอาการรุนแรงเพียงใดและเกิดจากสาเหตุอะไร โดยเฉพาะลูกสุนัขที่อาเจียนหรือท้องเสียมาก เพราะอาจสูญเสียน้ำและเกลือแร่จนมีอาการทรุดลงได้ค่อนข้างรวดเร็ว

สารบัญเนื้อหา

หมากินยาเขียวได้ไหม?

ไม่ควรนำยาเขียวสำหรับคนมาให้สุนัขกินเองโดยไม่มีคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพราะข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับกำหนดขนาดใช้ ประเมินประสิทธิผล หรือประเมินผลข้างเคียงในสุนัขสำหรับการนำไปใช้รักษาด้วยตนเอง

จึงไม่ควรใช้วิธี เช่น

  • แบ่งยาเป็นครึ่งเม็ดหรือหนึ่งในสี่เม็ดตามน้ำหนักสุนัข
  • นำขนาดยาของคนมาคำนวณเป็นสัดส่วนตามน้ำหนักตัว
  • ใช้จำนวนเม็ดตามประสบการณ์ของผู้เลี้ยงรายอื่น
  • เพิ่มปริมาณหรือความถี่เพราะเห็นว่าอาการยังไม่ดีขึ้น
  • ใช้ยาเขียวแทนการตรวจหรือการดูแลที่สัตวแพทย์แนะนำ

คำว่า “สมุนไพร” ก็ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์จะเหมาะหรือปลอดภัยสำหรับสัตว์ทุกชนิด เพราะยาเขียวมีหลายตำรับและอาจมีส่วนประกอบแตกต่างกัน การประเมินความเสี่ยงจึงต้องพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ได้รับ อายุ น้ำหนัก ภาวะสุขภาพ และปัจจัยอื่นของสุนัขแต่ละตัว

ทำไมจึงมีการนำยาเขียวมาใช้กับสุนัข?

ความเชื่อนี้เกิดจากการที่ยาเขียวเป็นยาสมุนไพรไทยที่นิยมใช้ลดไข้หรือแก้ร้อนในในคน เมื่อเห็นสุนัขซึม ตัวร้อน หรือเบื่ออาหาร จึงเกิดการนำยาคนมาประยุกต์ใช้กับสัตว์ ประกอบกับการบอกเล่าปากต่อปากในกลุ่มผู้เลี้ยง เช่น “เคยให้กินแล้วรอดจากลำไส้อักเสบ” จนเกิดเป็นกระแสแพร่หลาย

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์เฉพาะบุคคลไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยหรือผลการรักษาในสุนัขตัวอื่นได้ เพราะสุนัขแต่ละตัวมีสาเหตุของโรค ความรุนแรง สุขภาพพื้นฐาน และการดูแลรักษาที่ไม่เหมือนกัน

ยาเขียวรักษาพาร์โวได้จริงไหม?

จากข้อมูลทางสัตวแพทย์ที่ตรวจสอบ “ยังไม่พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับว่ายาเขียวสามารถกำจัดหรือยับยั้ง Canine Parvovirus หรือใช้เป็นการรักษาจำเพาะสำหรับโรคพาร์โวในสุนัขได้”

พาร์โวเกิดจากเชื้อ Canine Parvovirus หรือ CPV ซึ่งสามารถก่อโรคทางเดินอาหารที่รุนแรง โดยเฉพาะในลูกสุนัขและสุนัขที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบตามช่วงวัย

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • ซึม
  • เบื่ออาหารหรือไม่กินอาหาร
  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • ท้องเสียที่อาจมีเลือดปนในบางราย
  • ขาดน้ำ
  • อ่อนแรง

แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้จำเพาะต่อพาร์โวเพียงโรคเดียว จึงไม่ควรสรุปว่าสุนัขเป็นพาร์โวจากอาการท้องเสียหรือถ่ายเป็นเลือดเพียงอย่างเดียว

ความแตกต่างระหว่างโรคพาร์โวกับไข้หัดสุนัข

พาร์โว ไข้หัดสุนัข
เกิดจาก Canine Parvovirus เกิดจาก Canine Distemper Virus
อาการเด่นมักเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร อาจแสดงอาการได้หลายระบบ
อาจพบอาเจียน ท้องเสีย ขาดน้ำ และเบื่ออาหาร อาจพบไข้ น้ำมูก ขี้ตา อาการทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร และระบบประสาท
พบความรุนแรงได้มากในลูกสุนัขที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ สุนัขที่ไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

*ตารางนี้ใช้เพื่ออธิบายความแตกต่างในภาพรวมเท่านั้น ไม่สามารถใช้วินิจฉัยว่าสุนัขเป็นโรคใดจากที่บ้านได้

ทำไมหมาบางตัวกินยาเขียวแล้วดูเหมือนดีขึ้น?

การที่สุนัขกินยาเขียวแล้วอาการดีขึ้น ไม่ได้แปลว่าเกิดจากยาเขียวโดยตรง สุนัขอาจฟื้นตัวจากการได้รับการดูแลอื่นร่วมด้วย เช่น การให้สารน้ำ คุมอาการอาเจียน ปรับอาหาร หรือระบบภูมิคุ้มกันร่างกายรักษาตัวเองตามช่วงเวลา

ดังนั้น “กินแล้วดีขึ้น” จึงไม่ได้แปลว่า “ยานั้นมีผลรักษาจริง” การประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา ต้องอาศัยการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เปรียบเทียบผล ขนาดการใช้ และผลข้างเคียงอย่างเป็นระบบ ไม่สามารถสรุปจากประสบการณ์เฉพาะบุคคลได้

สิ่งที่ควรระวังคือการเสียโอกาสในการรักษา

ความเสี่ยงจากการทดลองยาเองไม่ได้มีแค่ผลข้างเคียง แต่คือ การเสียโอกาสในการรักษาทันท่วงที หากเจ้าของมัวแต่รอดูผลยาโดยไม่พาไปหาสาเหตุที่แท้จริง

อาการซึม อาเจียน หรือท้องเสีย เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การกินอาหารผิดปกติ ปรสิต ไปจนถึงโรคติดเชื้อร้ายแรง หากสุนัขสูญเสียน้ำอย่างต่อเนื่อง อาการอาจทรุดหนักลงรวดเร็วจนอันตรายถึงชีวิต

หมาอาเจียนหรือท้องเสีย แปลว่าเป็นพาร์โวไหม?

ไม่ได้แปลว่าเป็น พาร์โวเสมอไป เพราะอาการอาเจียนและท้องเสียมีสาเหตุได้หลายอย่าง พาร์โวเป็นหนึ่งในโรคที่อาจต้องพิจารณา โดยเฉพาะในลูกสุนัขหรือสุนัขที่มีประวัติวัคซีนไม่ครบ แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว

การประเมินพาร์โวอาจพิจารณาข้อมูลหลายด้านร่วมกัน เช่น

  • อายุ
  • ประวัติวัคซีน
  • ประวัติสัมผัสสุนัขตัวอื่นหรือพื้นที่เสี่ยง
  • ระยะเวลาและลักษณะของอาการ
  • ผลการตรวจร่างกาย
  • การตรวจหาแอนติเจนในอุจจาระ
  • การตรวจเลือดหรือการตรวจอื่นตามความเหมาะสม

ผลตรวจบางประเภทก็อาจมีข้อจำกัด จึงควรใช้ร่วมกับประวัติ อาการ และผลตรวจอื่น ไม่ควรใช้ผลชุดตรวจเพียงอย่างเดียวเพื่อวินิจฉัยหรือเลือกการรักษาเอง

อาการแบบไหนควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์?

ควรได้รับการประเมินโดยเร็วหากสุนัขมีอาการผิดปกติหลายอย่างร่วมกันหรือมีแนวโน้มแย่ลง โดยเฉพาะในลูกสุนัข เช่น

  • อาเจียนซ้ำหรือกินน้ำแล้วอาเจียน
  • ท้องเสียมากหรือมีเลือดปน
  • ไม่กินอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย
  • ซึมมากหรืออ่อนแรงผิดปกติ
  • ดูเหมือนมีภาวะขาดน้ำ
  • ยืนไม่ไหว ล้ม หรือไม่ค่อยตอบสนอง
  • อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
  • ลูกสุนัขที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบและเริ่มมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร

ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการครบทุกข้อก่อนจึงไปตรวจ เพราะความรุนแรงและสาเหตุของอาการแตกต่างกันได้ในสุนัขแต่ละตัว

เผลอให้ยาเขียวหมากินไปแล้ว ควรทำอย่างไร?

หากสุนัขได้รับยาเขียวไปแล้ว ไม่ควรรีบสรุปว่าปลอดภัยหรือเกิดพิษ เพราะยาเขียวมีหลายตำรับและส่วนประกอบอาจแตกต่างกัน ความเสี่ยงยังขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ อายุ น้ำหนัก สุขภาพเดิม และยาชนิดอื่นที่สุนัขกำลังได้รับ

“สิ่งที่ควรทำคือ หยุดการให้ซ้ำไว้ก่อน และเตรียมข้อมูลของผลิตภัณฑ์ให้พร้อมสำหรับปรึกษาสัตวแพทย์”

ข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่

  1. ชื่อผลิตภัณฑ์
  2. รูปถ่ายฉลากและบรรจุภัณฑ์
  3. รายการส่วนประกอบ หากมีระบุ
  4. จำนวนเม็ดหรือปริมาณโดยประมาณ
  5. เวลาที่ได้รับ
  6. อายุและน้ำหนักของสุนัข
  7. โรคประจำตัว
  8. ยาหรืออาหารเสริมอื่นที่กำลังได้รับ
  9. อาการที่เกิดขึ้นก่อนและหลังได้รับยา

ไม่ควรให้ยาอื่นตามเพื่อหวังแก้ฤทธิ์ หรือพยายามทำให้สุนัขอาเจียนเอง โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพราะวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสารที่ได้รับ ปริมาณ ระยะเวลา และสภาพของสัตว์

หากสุนัขซึมลงมาก อาเจียนต่อเนื่อง หายใจผิดปกติ ชัก ล้ม หรือไม่ตอบสนอง ควรนำไปสถานพยาบาลสัตว์โดยเร็ว

หมากินยาเขียวได้ไหม? แนวทางดูแลเมื่อสงสัยโรคพาร์โวหรือไข้หัดสุนัข

หากสุนัขเป็นพาร์โว มีแนวทางดูแลอย่างไร?

การดูแลสุนัขที่เป็นพาร์โวต้องพิจารณาตามความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของแต่ละตัว โดย การรักษาประคับประคองยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดูแล

แนวทางที่อาจได้รับการพิจารณาตามสภาพของสุนัข เช่น

  • จัดการภาวะขาดน้ำ
  • ดูแลสมดุลของเกลือแร่และความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม
  • ควบคุมอาการอาเจียน
  • ดูแลด้านโภชนาการเมื่อเหมาะสม
  • ประเมินและจัดการความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
  • ติดตามอาการและผลตรวจตามความจำเป็น

ปัจจุบันมี Monoclonal Antibody สำหรับ Canine Parvovirus ที่ได้รับอนุมัติในอเมริกาแล้ว

แม้ในสหรัฐอเมริกาจะมียาจะได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ความพร้อมใช้งาน ความเหมาะสม และการเข้าถึงยาอาจแตกต่างกันไปตามประเทศ สถานพยาบาล และสภาพร่างกายของสุนัขแต่ละตัว จึงไม่สามารถใช้เป็น “ยาตัวเดียว” เพื่อทดแทนการรักษาและดูแลด้านอื่นได้

การกำหนดขนาดยา ปริมาณสารน้ำ หรือแนวทางการรักษา ต้องได้รับการประเมินจากสัตวแพทย์ตามผลตรวจและอาการจริงของสุนัข ไม่ควรนำสูตรการรักษาหรือขนาดยาจากอินเทอร์เน็ตมาใช้เองโดยเด็ดขาด

พาร์โวรักษาที่บ้านได้ไหม?

ไม่ควรตัดสินใจจากอาการที่เห็นเพียงอย่างเดียว เพราะสุนัขบางรายที่ได้รับการประเมินแล้วว่าเหมาะสมและสามารถติดตามอาการได้อย่างใกล้ชิด อาจได้รับการดูแลแบบผู้ป่วยนอก ขณะที่สุนัขที่มีภาวะขาดน้ำมาก อาเจียนต่อเนื่อง อ่อนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจจำเป็นต้องได้รับการดูแลในสถานพยาบาลมากกว่า

แล้วไข้หัดสุนัขดูแลอย่างไร?

ไข้หัดสุนัขเป็นคนละโรคกับพาร์โว และอาจแสดงอาการได้หลายระบบ เช่น ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท

การดูแลโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับอาการและภาวะแทรกซ้อนที่ตรวจพบ โดยมักเน้นการประคับประคองและติดตามอาการอย่างเหมาะสม

ดังนั้น หากสุนัขมีไข้ น้ำมูก ขี้ตา ไอ อาการทางระบบทางเดินอาหาร หรือเริ่มมีอาการทางระบบประสาท ไม่ควรสรุปว่าเป็นไข้หัดจากอาการเพียงอย่างเดียว หรือเลือกยาเขียวหรือยาชนิดอื่นมาทดลองเอง

ป้องกันพาร์โวและไข้หัดสุนัขได้อย่างไร?

  • ฉีดวัคซีนหลักตามช่วงวัย: สุนัขทุกตัวควรได้รับวัคซีนพาร์โวและไข้หัดตามตารางที่สัตวแพทย์กำหนด โดยเฉพาะลูกสุนัขที่ต้องได้รับวัคซีนเป็นชุดเนื่องจากภูมิคุ้มกันจากแม่อาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของวัคซีน
  • แยกสุนัขป่วยทันที: หากพบสุนัขที่สงสัยหรือป่วยเป็นโรคติดต่อ ต้องแยกออกจากสุนัขตัวอื่นทันทีเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
  • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสิ่งแวดล้อม: ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดบริเวณที่อยู่อาศัยและสิ่งของเครื่องใช้ของสุนัขป่วย เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อในสิ่งแวดล้อม

หมายเหตุ: แม้การฉีดวัคซีนจะช่วยลดโอกาสติดเชื้อและความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าสุนัขจะไม่ติดเชื้อ 100%

บทสรุป

ยาเขียวมีประวัติการใช้ในคน แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้ยืนยันประสิทธิผล ความปลอดภัย หรือขนาดการใช้ในสุนัขได้โดยตรง

จากข้อมูลทางสัตวแพทย์ที่ตรวจสอบ ยังไม่พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับการใช้ยาเขียวเพื่อรักษาพาร์โว ไข้หัดสุนัข หรือโรคติดเชื้อไวรัสในสุนัข และยังไม่มีขนาดการใช้ที่มีหลักฐานรองรับสำหรับให้เจ้าของนำไปใช้รักษาสุนัขด้วยตนเอง

หากสุนัขซึม ไม่กินอาหาร อาเจียน ท้องเสีย หรือตัวร้อน โดยเฉพาะในลูกสุนัข สิ่งสำคัญคือการประเมินสาเหตุและความรุนแรงของอาการ มากกว่าการทดลองยาแล้วรอดูว่าจะดีขึ้นหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ลูกหมากินยาเขียวได้ไหม?

จากข้อมูลที่ตรวจสอบ ยังไม่มีขนาดการใช้ยาเขียวที่มีหลักฐานรองรับสำหรับให้เจ้าของนำมาใช้รักษาลูกสุนัขด้วยตนเอง จึงไม่ควรกำหนดปริมาณหรือทดลองป้อนเอง หากลูกสุนัขซึม ไม่กิน อาเจียน หรือท้องเสีย ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว เนื่องจากอาจเกิดภาวะขาดน้ำและอ่อนแรงได้รวดเร็ว

ยาเขียวรักษาพาร์โวได้ไหม?

จากข้อมูลทางสัตวแพทย์ที่ตรวจสอบ ยังไม่พบหลักฐานรองรับว่ายาเขียวสามารถกำจัดหรือยับยั้ง Canine Parvovirus หรือใช้เป็นการรักษาจำเพาะของโรคพาร์โวได้ จึงไม่ควรใช้แทนการประเมินและการดูแลที่เหมาะสม

ยาเขียวรักษาไข้หัดสุนัขได้ไหม?

ยังไม่พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับการใช้ยาเขียวเป็นการรักษาจำเพาะสำหรับ Canine Distemper และโรคนี้เป็นคนละโรคกับพาร์โว จึงไม่ควรนำวิธีดูแลจากโรคหนึ่งไปใช้กับอีกโรคหนึ่งด้วยตนเอง

ถ้าหมากินยาเขียวแล้วอาการดีขึ้น แสดงว่ายาได้ผลหรือไม่?

ยังสรุปไม่ได้ เพราะการที่อาการดีขึ้นหลังได้รับยาไม่ได้ยืนยันว่าตัวยาเป็นสาเหตุโดยตรง สุนัขอาจได้รับการดูแลอื่นร่วมด้วย หรืออาการของโรคอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา การยืนยันประสิทธิผลจึงต้องอาศัยข้อมูลที่ศึกษามาอย่างเป็นระบบ

หมาอาเจียนและท้องเสีย แปลว่าเป็นพาร์โวไหม?

ไม่จำเป็น อาการอาเจียนและท้องเสียเกิดได้จากหลายสาเหตุ พาร์โวเป็นหนึ่งในโรคที่อาจต้องพิจารณา โดยเฉพาะในลูกสุนัขหรือสุนัขที่ประวัติวัคซีนไม่ครบ แต่ไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการเหล่านี้เพียงอย่างเดียวได้

ฉีดวัคซีนแล้วสุนัขจะไม่เป็นพาร์โวหรือไข้หัดอีกเลยใช่ไหม?

วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงและเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันทั้งพาร์โวและไข้หัดสุนัข แต่ไม่ควรกล่าวว่าสามารถป้องกันได้ 100% ในสุนัขทุกตัว ความเหมาะสมของตารางวัคซีนขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติวัคซีน สุขภาพ และระดับความเสี่ยงของแต่ละตัว


References

  1. Canine Parvovirus Infection (Parvoviral Enteritis in Dogs) — Merck Veterinary Manual
    ข้อมูลเกี่ยวกับ Canine Parvovirus อาการ การวินิจฉัย การดูแลประคับประคอง การดูแลแบบผู้ป่วยนอก และแนวทางการรักษา
    https://www.merckvetmanual.com/digestive-system/infectious-diseases-of-the-gastrointestinal-tract-in-small-animals/canine-parvovirus-infection-parvoviral-enteritis-in-dogs
  2. Canine Distemper — Merck Veterinary Manual
    ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และแนวทางการดูแล Canine Distemper
    https://www.merckvetmanual.com/infectious-diseases/canine-distemper/canine-distemper
  3. WSAVA Guidelines for the Vaccination of Dogs and Cats 2024
    แนวทางวัคซีนสำหรับสุนัขและแมว รวมถึงวัคซีนหลักสำหรับ Canine Parvovirus และ Canine Distemper Virus
    https://wsava.org/wp-content/uploads/2024/04/WSAVA-Vaccination-guidelines-2024.pdf
  4. สมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์แห่งประเทศไทย (VPAT)
    ข้อมูลให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาเขียวในสุนัขและแมว โดยระบุว่ายังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพียงพอสำหรับยืนยันประสิทธิผลและผลข้างเคียงของการใช้ยาเขียวในสัตว์ และไม่แนะนำให้เจ้าของทดลองใช้เพื่อรักษาด้วยตนเอง
    https://www.facebook.com/vpatthailand
  5. USDA APHIS — Canine Parvovirus Monoclonal Antibody / Anivovetmab
    ข้อมูลสถานะผลิตภัณฑ์ veterinary biologic สำหรับ Canine Parvovirus ในสหรัฐอเมริกา
    https://www.aphis.usda.gov/aphis/ourfocus/animalhealth/veterinary-biologics/product-summaries/vet-label-data/bd2b6b5d-cfde-40bf-9ecb-e8fd5a525050
  6. Elanco — Trutect receives full USDA approval
    ข้อมูลอัปเดตสถานะการอนุมัติ monoclonal antibody สำหรับ Canine Parvovirus ในเดือนธันวาคม 2025
    https://www.elanco.com/us/newsroom/press-releases/trutect-USDA-approval
  7. รักษาโรคหัดในแมวด้วยยาเขียว? : ชัวร์หรือมั่ว
    สื่อให้ความรู้เกี่ยวกับข้อจำกัดของการนำยาเขียวสำหรับคนมาใช้ในสัตว์ และความเสี่ยงจากการชะลอการพบสัตวแพทย์
    https://www.youtube.com/watch?v=c6qPM3n10do


บทความน่าสนใจ

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหมากินยาเขียวได้ไหม? ใช้รักษาพาร์โวหรือไข้หัดได้หรือไม่

เมื่อสุนัขมีอาการซึม ตัวร้อน ไม่กินอาหาร อาเจียน หรือท้องเสีย เจ้าของบางคนอาจเคยเห็นคำแนะนำในอินเทอร์เน็ตให้ลองใช้ “ยาเขียว” โดยเฉพาะในลูกสุนัขที่สงสัยว่าเป็นพาร์โวหรือไข้หัดสุนัข อย่างไรก็ตาม “จากข้อมูลทางสัตวแพทย์ที่ตรวจสอบ ยังไม่พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับการนำยาเขียวสำหรับคนมาใช้รักษาพาร์โว ไข้หัดสุนัข หรือโรคติดเชื้อไวรัสในสุนัข และยังไม่มีขนาดการใช้ที่มีหลักฐานรองรับสำหรับให้เจ้าของนำไปใช้รักษาสุนัขด้วยตนเอง” หากสุนัขกำลังป่วย สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การทดลองยาแล้วรอดูว่าจะดีขึ้นหรือไม่ แต่คือการประเมินว่าสุนัขมีอาการรุนแรงเพียงใดและเกิดจากสาเหตุอะไร โดยเฉพาะลูกสุนัขที่อาเจียนหรือท้องเสียมาก เพราะอาจสูญเสียน้ำและเกลือแร่จนมีอาการทรุดลงได้ค่อนข้างรวดเร็ว สารบัญเนื้อหา หมากินยาเขียวได้ไหม? ทำไมจึงมีการนำยาเขียวมาใช้กับสุนัข? ยาเขียวรักษาพาร์โวได้จริงไหม? ความแตกต่างระหว่างโรคพาร์โวกับไข้หัดสุนัข ทำไมหมาบางตัวกินยาเขียวแล้วดูเหมือนดีขึ้น? สิ่งที่ควรระวังคือการเสียโอกาสในการรักษา หมาอาเจียนหรือท้องเสีย แปลว่าเป็นพาร์โวไหม? อาการแบบไหนควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์? เผลอให้ยาเขียวหมากินไปแ […]

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญยาเขียวให้แมวกินได้ไหม? ใช้รักษาหัดแมวได้หรือไม่”

เมื่อแมวมีอาการซึม ตัวร้อน ไม่กินอาหาร อาเจียน หรือท้องเสีย เจ้าของบางคนอาจเคยเห็นคำแนะนำในอินเทอร์เน็ตว่าให้ลองใช้ “ยาเขียว” โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าแมวเป็นโรคหัดแมว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอรองรับการใช้ยาเขียวสำหรับคนเพื่อรักษาโรคติดเชื้อไวรัสในแมว รวมถึงโรคหัดแมว และยังไม่มีข้อมูลขนาดการใช้ที่สามารถนำมาแนะนำสำหรับแมวทั่วไปได้ จึงไม่ควรนำมาให้แมวกินเองหรือใช้แทนการตรวจและการดูแลจากสัตวแพทย์ สิ่งที่ควรระวังไม่ใช่เพียงว่ายาเขียวจะได้ผลหรือไม่ แต่คือการทดลองรักษาเองอาจทำให้เสียเวลาในช่วงที่แมวกำลังต้องการการประเมิน โดยเฉพาะลูกแมวหรือแมวที่มีอาการซึมมาก ไม่กินอาหาร อาเจียน หรือท้องเสีย ซึ่งบางภาวะสามารถทำให้ร่างกายขาดน้ำและทรุดลงได้ค่อนข้างรวดเร็ว สารบัญเนื้อหา ยาเขียวคืออะไร และทำไมจึงถูกนำมาใช้กับแมว? หัดแมวคืออะไร? ยาเขียวรักษาหัดแมวได้จริงไหม? ทำไมแมวบางตัวกินยาเขียวแล้วดูเหมือนดีขึ้น? สิ่งที่น่ากังวลคือการเสียโอกาสในการรักษา อาการแบบไหนที่อาจพบในหัดแมว? แมวตัวร้อน อาเจียน หรือท้องเสีย แปลว่าเป็นหัดแมวไหม? หากสงสัยว่าแมวเป็นหัด ควรทำอย่างไร? หัดแมวรักษา […]

สายพันธุ์และการเลี้ยงหมาไม่มีขนมีพันธุ์อะไรบ้าง? รู้จักสุนัขไร้ขนและวิธีดูแลอย่างเหมาะสม

หมาไม่มีขนมีอยู่จริง โดยสุนัขบางสายพันธุ์มีลักษณะไร้ขนหรือมีขนเพียงบางบริเวณเป็นลักษณะทางพันธุกรรมของสายพันธุ์ เช่น Xoloitzcuintli, Chinese Crested, American Hairless Terrier และ Peruvian Hairless Dog อย่างไรก็ตาม หากสุนัขที่เคยมีขนตามปกติเริ่มขนบางหรือเกิดบริเวณโล้นขึ้นภายหลัง ควรแยกออกจากลักษณะไร้ขนตามสายพันธุ์ เพราะภาวะขนร่วงสามารถสัมพันธ์กับปัจจัยได้หลายอย่าง และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินเพิ่มเติม บทความนี้จะพาไปรู้จักว่าหมาไม่มีขนมีสายพันธุ์อะไรบ้าง ทำไมสุนัขบางพันธุ์จึงมีขนน้อย พร้อมวิธีดูแลผิวหนัง การรับมือกับแสงแดดและอากาศเย็น รวมถึงสัญญาณที่ช่วยแยกว่าเป็นลักษณะประจำสายพันธุ์หรือเป็นขนร่วงที่เกิดขึ้นภายหลัง สารบัญเนื้อหา หมาไม่มีขน คืออะไร? 4 สายพันธุ์หมาไม่มีขนที่ควรรู้จัก ทำไมหมาบางสายพันธุ์ถึงไม่มีขน? หมาไม่มีขนเหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้หรือไม่? วิธีดูแลหมาไม่มีขนให้เหมาะกับผิวหนัง เรื่องฟันของหมาไม่มีขนที่เจ้าของควรรู้ ถ้าหมาเคยมีขน แต่เริ่มขนบางหรือเป็นจุดโล้น ต้องทำอย่างไร? อาหารทำให้หมาไม่มีขนกลับมามีขนได้ไหม? ก่อนตัดสินใจเลี้ยงหมาไม่มีขน ควรเตรียมตัวเรื่องอะไ […]