เมษายน 9, 2026

รวม 6 สารอาหารหลักสำหรับสุนัข ที่ไม่ควรขาดเพื่อสุขภาพที่ดีของเพื่อนสี่ขา

สุขภาพของสัตว์เลี้ยง

รวม 6 สารอาหารสำหรับหมา ที่ไม่ควรขาดเพื่อสุขภาพที่ดีของเพื่อนสี่ขา

สุนัขเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและเนื้อ แต่ต้องการสัดส่วนที่เป็นเนื้อสัตว์มากกว่าพืชผักต่างๆ การดูแลสุขภาพของสุนัขเริ่มต้นที่โภชนาการที่เหมาะสม การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัข เพราะโภชนาการที่เหมาะสมจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องช่วงวัยของน้องหมา ไปจนถึงลักษณะเฉพาะ เช่น เป็นสัตว์เลี้ยงพันธุ์เล็กหรือพันธุ์ใหญ่ ขนยาวหรือขนสั้น เป็นต้น

6 สารอาหารสุนัขที่จำเป็น ไม่ควรมองข้าม

สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย คือสารอาหารที่ร่างกายสัตว์เลี้ยงไม่สามารถสร้างเองได้ และจะได้รับก็ต่อเมื่อกินอาหารเข้าไป จากนั้นจึงกลายมาเป็นพลังงานหลักของสัตว์เลี้ยง โดยมีทั้งหมด 6 ประเภทหลัก ดังต่อไปนี้

1. น้ำ (Water)

น้ำเป็นสารที่สำคัญมากชนิดหนึ่งต่อร่างกาย เนื่องจากร่างกายสัตว์ประกอบด้วยน้ำ ประมาณ 70% ดังนั้นการที่ร่างกายขาดน้ำจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสัตว์เลี้ยง หน้าที่ของน้ำในร่างกายที่สำคัญคือการขนส่งสารอาหาร ขจัดของเสียและระบายความร้อนออกจากร่างกาย หากปริมาณน้ำในร่างกายลดต่ำกว่า 10% อาจทำให้เกิดความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

สุนัขดื่มน้ำ

2. คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates)

คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของเซลล์ในร่างกาย แม้จะไม่จำเป็นนัก แต่คาร์โบไฮเดรต ช่วยสังเคราะห์กรดอะมิโนและสารต่าง ๆ ในร่างกาย โดยทำงานร่วมกับโปรตีนและไขมัน ซึ่งหากได้รับคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอแล้ว จะทำให้ระบบการสังเคราะห์สารอาหารมีปัญหาได้ อย่างไรก็ตาม หากรับคาร์โบไฮเดรตเข้าร่างกายมากเกินไปจะทำให้ร่างกายสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินเป็นไขมันได้

3. โปรตีน (Protein)

โปรตีนมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต ช่วยในการสร้างแอนติบอดีสำหรับป้องกันเชื้อโรค สัตว์เลี้ยงต้องการโปรตีนเพื่อเจริญเติบโตและเสริมสร้างกล้ามเนื้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย นอกจากนี้โปรตีนยังเป็นแหล่งของกรดอะมิโนหลายชนิด อีกทั้งโปรตีนยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้ สัตว์เลี้ยงจึงจำเป็นต้องได้รับโปรตีนมาเนื้อสัตว์หรือพืช โดยโปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญกับการสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นโครงสร้างของร่างกาย เช่น ผิวหนัง ผม และเล็บของสัตว์เลี้ยง

4. ไขมัน (Fat)

ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงที่สุด และยังมีประสิทธิภาพย่อยได้สูงมาก สัตว์เลี้ยงที่ขาดกรดไขมันจะทำให้ผิวหนังแห้ง นอกจากนั้น ไขมันยังให้พลังงานเพื่อการเจริญเติบโต ตลอดจนการต่อสู้ต่อความเครียด และความหนาว อีกทั้งไขมันยังช่วยในการดูดซึมวิตามินได้ อีกทั้งการเสริมไขมันในอาหารจะทำให้อาหารน่ากิน และอร่อยขึ้นสำหรับสัตว์เลี้ยง

5. วิตามิน (Vitamins)

วิตามินเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แม้ว่าร่างกายของสัตว์เลี้ยงจะไม่ต้องการเยอะ แต่ถ้าได้รับไม่เพียงพอจะทำให้สัตว์เลี้ยงไม่แข็งแรงได้ เช่น วิตามินอี มีความจำเป็นสำหรับการสืบพันธุ์ วิตามินซี ช่วยบำรุงรักษาผิวหนังและเส้นขน และวิตามินเอ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านทานโรคต่าง ๆ อีกด้วย

6. แร่ธาตุ (Minerals)

แร่ธาตุเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของอวัยวะภายในร่างกาย ควบคุมความเป็นกรดด่างของเลือด เช่น เหล็กและทองแดง มีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างกระดูก เป็นต้น

โภชนาการแต่ละช่วงวัยของสุนัข

ความต้องการสารอาหารของสุนัขจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัย สายพันธุ์ ขนาด และระดับกิจกรรมการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ

  • ลูกสุนัข (Puppies): ต้องการพลังงาน โปรตีน และแคลเซียมสูงเพื่อรองรับการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
  • สุนัขโตเต็มวัย (Adult Dogs): ต้องการสารอาหารที่สมดุลเพื่อรักษาน้ำหนักตัวและระดับพลังงานที่เหมาะสม
  • สุนัขสูงวัย (Senior Dogs): อาจต้องการอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำลง โปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่าย และเสริมสารอาหารที่ช่วยบำรุงข้อต่อและระบบภูมิคุ้มกัน

การอ่านฉลากอาหารสุนัขควรมองหาอะไรบ้าง?

การทำความเข้าใจฉลากอาหารสุนัขเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสิ่งที่ควรพิจารณาดังนี้:

  • ส่วนผสม (Ingredients): ส่วนผสมที่ระบุไว้ลำดับแรกๆ คือส่วนผสมที่มีปริมาณมากที่สุด ควรเลือกอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมหลักในลำดับต้นๆ
  • การวิเคราะห์ทางโภชนาการ (Guaranteed Analysis): แสดงปริมาณขั้นต่ำของโปรตีนและไขมัน และปริมาณสูงสุดของไฟเบอร์และความชื้น
  • คำรับรอง (Nutritional Adequacy Statement): ตรวจสอบว่าอาหารนั้นมีคำรับรองว่ามีสารอาหารครบถ้วนและสมดุลสำหรับช่วงวัยใดของสุนัข (เช่น AAFCO statement)

เคล็ดลับการเลือกอาหารสุนัขคุณภาพสูง

ด้วยสารอาหารจำนวนมากที่สุนัขต้องการ การเลือกอาหารที่ผลิตขึ้นมาโดยคำนึงถึงหลักโภชนาการที่ครบถ้วนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ขอแนะนำ อาหารหมาบิงโกสตาร์ ไฮโปร (BingoStar Hi-Pro) ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้สุนัขได้รับโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม โดยใช้เนื้อแกะคุณภาพสูงจากประเทศออสเตรเลียเป็นส่วนผสมหลัก นอกจากนี้ยังมีการควบคุมความเค็ม บำรุงการทำงานของระบบขับถ่าย ลดกลิ่นมูล พร้อมเสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น ทำให้มั่นใจได้ว่าสุนัขของคุณจะได้รับสารอาหารครบถ้วนเพื่อสุขภาพที่ดี

อาหารสุนัข BingoStar Hi-Pro

โภชนาการเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีของสุนัข การเลือกอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของสุนัขแต่ละตัว โดยควรรู้สารอาหารสำหรับสุนัขที่จำเป็น รวมถึงทำความเข้าใจหลักการเลือกอาหารที่มีประโยชน์เหมาะสมกับวัย จะช่วยให้เพื่อนสี่ขาของคุณมีชีวิตที่แข็งแรงและมีความสุขไปกับคุณได้ยาวนาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสารอาหารหมา

Q1: สุนัขควรกินอาหารวันละกี่มื้อ?

A: โดยทั่วไป ลูกสุนัขควรกิน 3-4 มื้อต่อวัน สุนัขโตเต็มวัย 2 มื้อต่อวัน และสุนัขสูงวัยอาจต้องการ 2-3 มื้อเล็กๆ เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร

Q2: สุนัขกินไข่ต้มได้ไหม?

A: ได้ ไข่ต้มเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีสำหรับสุนัข แต่ควรให้ในปริมาณที่พอเหมาะและไม่ปรุงรส

Q3: อาหารเม็ดกับอาหารเปียก อย่างไหนดีกว่ากัน?

A: ทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียกมีข้อดีแตกต่างกัน อาหารเม็ดสะดวกและช่วยขัดฟันได้ ส่วนอาหารเปียกมีความน่ากินสูงและช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในร่างกาย การผสมผสานทั้งสองแบบอาจเป็นทางเลือกที่ดี

Q4: ทำไมสุนัขถึงเบื่ออาหาร?

A: การเบื่ออาหารอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาสุขภาพ ความเครียด การเปลี่ยนอาหาร หรืออาหารไม่ถูกปาก หากสุนัขเบื่ออาหารนานเกิน 24 ชั่วโมง ควรปรึกษาสัตวแพทย์

Q5: สุนัขกินผลไม้อะไรได้บ้าง?

A: สุนัขสามารถกินผลไม้บางชนิดได้ เช่น แอปเปิ้ล (เอาเมล็ดออก), กล้วย, บลูเบอร์รี่, แตงโม (เอาเมล็ดและเปลือกออก) ควรให้ในปริมาณน้อยและเป็นของว่าง


อ้างอิงจาก

  • Angela Nelson.2017. pets.webmd [Internet].Your Pet’s Nutrition Needs. accessible from:https://pets.webmd.com/dog-cat-nutrition.
  • Ryan Llera, BSc, DVM; Cheryl Yuill, DVM, MSc, CVH.2022. vcahospitals [Internet].Nutrition – General Feeding Guidelines for Dogs. accessible from:https://vcahospitals.com/know-your-pet/nutrition-general-feeding-guidelines-for-dogs.

บทความน่าสนใจ

สุขภาพของสัตว์เลี้ยงแมวเป็นหวัด อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลเบื้องต้น

อาการ “เป็นหวัด” หรือ โรคหวัดแมว (Cat Flu) มักมีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อไวรัส Feline herpes virus type 1 ซึ่งทำให้เกิด การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน (Feline Upper Respiratory Infection) และสามารถแพร่กระจายไปยังแมวตัวอื่นได้อย่างรวดเร็ว หากแมวเริ่มมีสัญญาณเตือน เช่น จามบ่อย มีน้ำมูกขุ่นเขียว ตาแดงแฉะ ซึมเซา และเบื่ออาหาร สิ่งแรกที่เจ้าของต้องทำคือ แยกแมวป่วยออกจากแมวตัวอื่นทันที และ ห้ามให้ยาลดไข้ของคนเด็ดขาด เพราะเป็นพิษรุนแรงถึงชีวิต วิธีดูแลเบื้องต้นคือการ ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดรอบจมูกและตา ให้แมวหายใจสะดวกขึ้น พร้อมใช้เทคนิค “อุ่นอาหารเปียก” เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร แต่หากพบว่าแมวมีอาการหอบ หายใจลำบาก หรือ ไม่ยอมกินอาหารเกิน 24 ชั่วโมง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต สารบัญเนื้อหา โรคหวัดแมวคืออะไร? 4 สาเหตุหลักที่ทำให้แมวเป็นหวัด อาการที่บ่งบอกว่าแมวเป็นหวัด วิธีดูแลแมวเป็นหวัดเบื้องต้นที่บ้าน เมื่อไหร่ต้องพาแมวไปพบสัตวแพทย์? โภชนาการเสริมภูมิคุ้มกัน กุญแจสำคัญในการป้องกันหวัดแมว เลือกอาหารอย่างไร ให้น้องแมวภูมิคุ้มกันแกร […]

สุขภาพของสัตว์เลี้ยงแมวไม่ยอมกินอาหาร อย่าปล่อยไว้! เช็กสัญญาณอันตรายพร้อมวิธีรับมือเร่งด่วน

ปัญหา แมวไม่ยอมกินอาหาร เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่อาหารไม่ถูกปาก ความเครียด ไปจนถึงโรคอันตราย (เช่น โรคตับ โรคไต หรือเจ็บช่องปาก) สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามปล่อยให้แมวอดอาหารเกิน 24-48 ชั่วโมงเด็ดขาด เพราะร่างกายจะดึงไขมันมาใช้ผิดวิธี จนเสี่ยงเกิด โรคไขมันพอกตับ (Hepatic Lipidosis) ที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต วิธีรับมือเบื้องต้นที่ทำได้ทันทีคือการกระตุ้นความอยากอาหาร โดยใช้เทคนิค อุ่นอาหารเปียกให้หอมฟุ้ง โรยท็อปปิ้ง เปลี่ยนมาใช้ชามก้นกว้าง (เพื่อลดความรำคาญที่หนวด) และย้ายชามไปวางในมุมสงบ หากลองทำตามนี้แล้วแมวยังคงซึมและปฏิเสธอาหาร ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที สารบัญเนื้อหา ทำไมแมวอดอาหารจึงอันตรายกว่าสัตว์อื่น? เช็คลิสต์ 3 ระดับ: แมวของคุณไม่กินระดับไหน? เช็กด่วน! 4 สาเหตุหลักที่ทำให้แมวเมินอาหาร วิธีแก้ไขเบื้องต้นการเลือกอาหารแมวเพื่อกระตุ้นความอยาก 5 เทคนิคปรับพฤติกรรมการกินให้กลับมาเป็นปกติ คำถามที่พบบ่อยแมวไม่ยอมกินอาหาร ทำไมแมวอดอาหารจึงอันตรายกว่าสัตว์อื่น? ภาวะไขมันพอกตับ (Hepatic Lipidosis) คือภัยเงียบที่ร้ายแรงที่สุดเมื่อแมวหยุดกินอาหาร แมวมีระบบเผาผลาญที่ต่างจากสุนัขหรือมนุษย์ เม […]

อาหารและโภชนาการเปลี่ยนอาหารแมว อย่างไรไม่ให้ท้องเสีย? ด้วยสูตร 7 วัน

กฎเหล็กของการ เปลี่ยนอาหารแมว คือ “ห้ามหักดิบเปลี่ยนยี่ห้อทันทีเด็ดขาด” เพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหารรวนจนเกิดอาการ ท้องเสีย อาเจียน และเบื่ออาหาร วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยนในระยะเวลา 7 วัน โดยเริ่มผสมอาหารใหม่ลงในอาหารเดิมที่สัดส่วน 25% แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้น เพื่อให้แบคทีเรียในลำไส้มีเวลาปรับตัว (โดยเฉพาะช่วงรอยต่อสำคัญเมื่อแมวอายุครบ 1 ปี ที่ต้องเปลี่ยนจากสูตรลูกแมวเป็นแมวโต) ข้อควรระวังขั้นสุดคือ หากแมวเริ่มมีอาการถ่ายเหลวระหว่างทาง ให้ หยุดอาหารใหม่ทันที แล้วถอยกลับไปใช้อาหารเดิม 100% จนกว่าระบบขับถ่ายจะกลับมาเป็นปกติ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกลไกการเปลี่ยนอาหารแมวที่ถูกต้องตามชีววิทยาร่างกายของแมว เพื่อให้แมวของคุณมีความสุขกับมื้อใหม่และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนที่สุด สารบัญเนื้อหา ทำไมเราจึงเปลี่ยนอาหารแมวทันทีไม่ได้? สูตร 7 วัน ขั้นตอนการเปลี่ยนอาหารแมวอย่างถูกวิธี 5 สัญญาณเตือน! ถึงเวลาต้อง “เปลี่ยน” อาหารแมว 5 อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นหลังเปลี่ยนอาหารแมว คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนอาหารแมว ทำไมเราจึงเปลี่ยนอาหารแมวทันทีไม่ได […]